บรรยากาศการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ One Bangkok Forum เป็นไปอย่างคึกคัก ภายใต้แนวคิด 'ทางรอดที่ปลอดภัยของประเทศไทย' โดยเปิดงานด้วยการฉาย VTR แนะนำตัวแทนผู้สมัครและแกนนำพรรคจากภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการถ่ายทอดความในใจจากตัวแทนว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ก่อนที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน จะทยอยขึ้นกล่าววิสัยทัศน์บนเวที เริ่มจาก 'การดี เลียวไพโรจน์' ต่อด้วย 'กรณ์ จาติกวาณิช' และปิดท้ายโดย 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ'



อภิสิทธิ์ กล่าวขอบคุณแรงสนับสนุนจากแฟนคลับตลอดช่วงการหาเสียง พร้อมหยิบช่อดอกไม้ที่แฟนคลับตั้งใจทำมาให้ขึ้นถือบนเวที และเข้าสวมกอดแฟนคลับผู้ทำดอกไม้คนละหนึ่งดอก นอกจากนี้ยังกล่าวถึงของฝาก เป็นนกพับกระดาษสีฟ้าจำนวน 3 ตัว พร้อมขอบคุณทุกคนที่มีส่วนทำให้คะแนนนิยมพรรคกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
อภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์เดินทางมาถึงวันนี้ได้จากการสืบทอดอุดมการณ์ของคนรุ่นก่อน เป็น 'สมบัติของพ่อเฒ่า' และยืนยันว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรค แม้ผู้สมัครหลายคนจะเป็นหน้าใหม่ บางคนยังไม่เป็นที่รู้จักหรือไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากนัก แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชน สะท้อนความเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรคอย่างชัดเจน
พร้อมการกล่าวถึงเวทีดีเบตที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ระบุว่า ไม่ได้อ้อนขอคะแนนเพื่อตัวเอง แต่ต้องการอ้อนขอให้ประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็น 'จุดตาย' สำคัญของประเทศ ได้แก่ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและทุนเทาที่ทำลายโอกาสทุกด้าน ปัญหาเศรษฐกิจที่ขาดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายแจกเงินที่ไม่ยั่งยืน ความเหลื่อมล้ำที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในคนเพียงกลุ่มเล็ก รวมถึงคุณภาพการศึกษาที่ถดถอยและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม



อภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการเมืองที่แบ่งขั้วรุนแรง การสร้างวาทกรรมรักชาติ–ไม่รักชาติ การใช้ความโกรธนำการเมือง จนนำไปสู่การด้อยค่าสถาบันหลักของชาติ พร้อมระบุว่าประเทศไทยไม่ควรถูกบังคับให้เลือกเพียงสองข้าง ขณะเดียวกันยังชี้ถึงปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ ทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ความไม่สงบในเมียนมาและชายแดนใต้ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจโลก
"เรายังจะสู้กันเก่าๆ หรือครับ กลับไปใครจะแจกเงินได้มากกว่าใครจะปลุกอารมณ์ร่วมให้ต่อสู้อีกฝ่ายได้มากกว่ากันนี่คือเหตุผลที่ผมกลับมา เรามีหน้าที่สร้างทางเลือกให้กับประเทศวาดภาพวิกฤตแบบนี้มันไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดที่ปลอดภัย"
โดยย้ำว่าประเทศต้องมี 'ทางรอดที่ปลอดภัย' ไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครจะแจกเงินหรือปลุกอารมณ์ได้มากกว่ากัน ยืนยันว่า ปัญหาทั้งหมดสามารถแก้ไขได้ พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบการเมือง ปราบปรามการทุจริตและสแกมเมอร์ สร้างมาตรฐานความรับผิดชอบของนักการเมือง
ย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เปิดโอกาสให้คนทุกเจเนอเรชัน พร้อมระบุว่าไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร จะยังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น และเชิญชวนประชาชน 'กาชื่อสีฟ้า' สองใบ
"ไม่ใช่จะบอกว่าฉันเป็นเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงได้ คนอื่น แก่ โง่ จน ผมอยากจะบอกว่า วันนี้พูดกันมากคนรุ่นใหม่ - คนรุ่นเก่าคน รุ่นใหม่ประชาธิปัตย์ก็มีครับ บ้านสีฟ้าเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วคนทุกรุ่นอยู่ในบ้านเดียวกันมีความสุขร่วมกัน"

ขณะที่หนึ่งในไฮไลต์ของเวทีคือการเปิดเทปบันทึกของ 'ชวน หลีกภัย' อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งระบุว่ากระแสนิยมพรรคปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค จากการลงพื้นที่หาเสียงกว่า 50 วันทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ครบทั้ง 14 จังหวัด พร้อมเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อครั้งนี้ พรรคจะได้ สส.เพิ่มขึ้น และขอให้ประชาชนเลือกนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ สุจริต ยุติธรรม
ทั้งนี้ ภายในฮอลล์ยังมีบรรดากองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์นำป้ายไฟชื่อแกนนำและผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ รวมถึงธงสีฟ้ามาโบกสะบัด สร้างบรรยากาศการปราศรัยอย่างคึกคักตลอดงาน





