‘ปชป.’ ซัดแลนด์บริดจ์! ขายฝัน-ไม่คุ้มทุน-ห่วงสิ่งแวดล้อม แฉสัญญาณขวางตั้ง ‘กมธ.ศึกษาฯ’

28 พ.ค. 2569 - 17:40

  • ‘ประชาธิปัตย์’ ซัด ‘แลนด์บริดจ์’ ขายฝัน–ไม่คุ้มทุน

  • ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อม-วิถีชุมชนภาคใต้ระยะยาว

  • แฉซีกรัฐบาลส่งสัญญาณขวางตั้ง ‘กมธ.ศึกษาฯ’

‘ปชป.’ ซัดแลนด์บริดจ์! ขายฝัน-ไม่คุ้มทุน-ห่วงสิ่งแวดล้อม แฉสัญญาณขวางตั้ง ‘กมธ.ศึกษาฯ’

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำแถลงภายหลังเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ค้านโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะไม่ได้มองแค่เรื่องความไม่คุ้มทุน หรือไม่ต้องการให้ภาคใต้พัฒนา

แต่พรรคประชาธิปัตย์มองว่าด้วยเงินลงทุนจำนวนเดียวกันหรือน้อยกว่าด้วยซ้ำ พี่น้องชาวใต้สามารถมีมอเตอร์เวย์ที่วิ่งตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปถึงชายแดน มีรถไฟรางคู่ที่เป็นระบบไฟฟ้า เชื่อมโยงกับมาเลเซียได้ สามารถที่จะขยายเครือข่ายทั้งถนน ราง ในแนวขวางของภาคใต้ พัฒนาท่าเรือสองฝั่งเพื่อรองรับสินค้าของคนใต้ได้

เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากย้ำ คือผู้ที่จะพยายามสนับสนุนหรือผู้ที่คัดค้านไม่ต้องการเห็นความเจริญ เป็นเรื่องตรงกันข้าม เรามองว่าภาคใต้ไม่ใช่แค่ทางผ่านสำหรับเรือต่างชาติ ไม่ใช่แค่การสร้างโอกาสสำหรับคนขายที่ดินในบริเวณนั้น แต่ภาคใต้ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องมาช่วยเกษตรกรและผู้ผลิต ที่สามารถเชื่อมกับโลก เชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้านได้ตามแนวทางที่เราเสนอ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ด้าน กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า ตนได้แสดงความเห็นเรื่องความคุ้มค่า โดยเฉพาะความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ในเรื่องของแลนด์บริดจ์เป็นเรื่องการขายฝัน มันเป็นไปไม่ได้ จะไม่มีการประหยัดในแง่ของเวลา หรือต้นทุน หรือบริษัทเดินเรือที่จะมาใช้แลนด์บริดจ์แทนที่จะวิ่งผ่านช่องแคบมะละกา ตามที่รัฐบาลอ้างไว้

เมื่อตัวเลขมีความชัดเจน มีตัวฟ้องว่าโครงการนี้ไม่คุ้มทุน ยิ่งเป็นเหตุผลว่าไม่ควรมีการดำเนินการ เพราะผลกระทบในด้านอื่นๆ หนักหนาสาหัสมาก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ความมั่นคง วิถีชีวิตชาวบ้าน เหล่านี้เกือบคำนวณออกมาเป็นเม็ดเงินไม่ได้ จึงถือเป็นภาระที่เราต้องต่อสู้เพื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงสู่ประชาชน สำหรับสาเหตุที่มีการเสนอญัตติ เพื่อขอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อให้ สส. ที่ประชาชนเลือกมา มีโอกาสได้ร่วมพิจารณา ร่วมติดตาม และเสนอแนะแนวความคิดจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการศึกษาของเราต่อรัฐบาล

แต่ผมได้รับสัญญาณจากฝั่งรัฐบาลมาว่าจะไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมา พูดตามตรง ผมมองว่าใจแคบไปนิด

กรณ์ จาติกวณิช

กรณ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน ผมไม่เห็นว่าเป็นภาระเพิ่มเติมต่องบประมาณหรือต่อใคร ในการเปิดโอกาสให้พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ศึกษาข้อมูลชุดเดียวกัน บวกกับข้อมูลอื่นที่หาได้คู่ขนานกันไปกับคณะกรรมการของรัฐบาล จะได้มีความครบถ้วน และโครงการแบบนี้สุดท้ายถ้าจะตัดสินใจเดินหน้า มันต้องมีความสมานฉันท์ มีการยอมรับในระดับหนึ่งในสังคม อาจไม่เห็นด้วยทุกคน แต่ก็มีกระบวนการที่ชอบธรรมและโปร่งใสเกิดขึ้น แต่วันนี้มันไม่ใช่

เพราะฉะนั้น จะไปหวังว่าจะใช้อำนาจอย่างเดียวในการผลักดันโครงการ โดยไม่ใส่ใจกับความรู้สึกหรือความคิดของประชาชน มีแต่จะเกิดความขัดแย้ง ตามที่ปรากฏหลายกรณีแล้วด้วยเรื่องแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ จึงอยากขอให้ทางรัฐบาลทบทวนตั้ง กมธ. เพราะสุดท้ายท่านก็เป็นผู้ตัดสินใจอยู่ดี แต่อย่างน้อยความชอบธรรมในกระบวนการจะมีมากขึ้น

กรณ์ จาติกวณิช

ขณะที่ การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประเมินความคุ้มค่าของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีความต่างกัน

แต่สิ่งที่ยังไม่มีการศึกษาคือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง เพราะในรายงานของ สนข. มีการพูดถึงงบประมาณในการเยียวยาด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท ในขณะที่เรากำลังสูญเสียโอกาสอย่างใหญ่หลวง เพราะเป็นพื้นที่ที่องค์การยูเนสโกให้ความสำคัญในเรื่องการท่องเที่ยว และความหลากหลายทางชีวภาพที่ประเมินค่าไม่ได้ เมื่อเทียบกับความอ่อนไหวทางสภาพภูมิอากาศในวันนี้

ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะดูให้รอบด้าน จะมองแค่เม็ดเงินในปัจจุบันตามหลักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้แล้ว

การดี เลียวไพโรจน์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์