DeepSPACE รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่างคน ต่างทำ สุดท้าย‘บัวแล้งน้ำ’

25 พ.ค. 2569 - 11:01

  • รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้จะผ่านประชามติ ก็ยังไม่คืบหน้า

  • พรรคการเมืองต่างคน ต่างทำ ต่างผลักดัน

  • สุดท้ายรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ยังวนเวียนอยู่ในอ่าง จะได้ใช้กี่โมง

DeepSPACE รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่างคน ต่างทำ สุดท้าย‘บัวแล้งน้ำ’

DeepSPACE  ความพยายามที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ตามผลประชามติของพรรคการเมืองต่างๆ ในเวลานี้ สุดท้ายอาจจะเป็นได้แค่ ‘บัวแล้งน้ำ’ เพราะมีความตั้งใจสูง เพียรพยายามอย่างมาก แต่ต่างคนต่างทำ จึงไม่ได้ผล เบ่งบานไม่ขึ้น ติดตามใน DeepSPACE ลึกกว่าที่รู้

 ดูจากเนื้อหา ท่าทีของแต่ละพรรคที่ไปกันคนละทาง โดยร่างแรกยื่นต่อประธานรัฐสภาไปแล้ว คือ ร่างพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) จำนวน 100 คน มาจากตัวแทนจังหวัดๆ ละ 1 คน รวมเป็น 77 คน และผู้เชี่ยวชาญอีก 33 คน

แต่ให้สมัครกับ กกต.แล้วส่งรายชื่อมาให้สภาเลือก โดยไม่มีการเลือกกันเองก่อน

ขณะที่พรรคประชาชน(ปชน.) เห็นว่าร่างของ ภท.ขาดการยึดโยงกับประชาชน เพราะ‘ไม่เปิดคูหา’ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือก สสร.ทั้งยังเปิดช่องให้พรรคการเมือง‘ผูกขาดครอบงำ’ สสร.ที่มาโดยวิธีการนี้ และยังเพิ่มอำนาจให้ สว.จากการปรับสัดส่วนมติเห็นชอบกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากเสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เหลือ 1 ใน 4

พรรคส้ม เห็นว่าร่างฉบับพรรคสีน้ำเงิน ‘ขัดกับหลักการ’ทั้ง 3 ข้อ ที่พรรคประกาศไว้ คือ

1.ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

2.ไม่มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

3.ไม่เพิ่มอำนาจให้ สว.ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ด้านพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จุดยืนแรกตรงกับ ภท.‘ไม่แตะ’ หมวด 1 หมวด 2 ซึ่ง ปชน.ไม่มีข้อยกเว้นตรงนี้ แต่ ปชป.ก็ไม่เห็นด้วยกับสูตร สสร.พรรคสีน้ำเงินที่ยังมีความสับสน

‘ผมเห็นว่าร่างของพรรคภูมิใจไทย เห็นได้ชัดว่าแตกต่างในเรื่องของขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วร่วมโดยตรงของประชาชน เป็นเรื่องของการสมัครเข้ามาเฉยๆ ไม่มีกระบวนการของการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางไปกว่านั้น นอกจากนั้น การเลือกตัว สสร.ก็จะมีปัญา ซึ่งพยายามทำทั้งเรื่องหลัก สัดส่วนและจังหวัด ก็จะมีคามสับสนอยู่’ อภิสิทธิ์ว่าไว้

แสดงว่าแนวทางของ ปชป.‘ไม่เอา’ ด้วยกับทั้งสีส้ม-สีน้ำเงิน

แต่ปัญหาใหญ่ของพรรคสีฟ้า คือมีจำนวน สส.ไม่พอเสนอร่างของพรรคได้ จึงอยู่ระหว่างการพูดคุยหารือกับพรรคการเมืองอื่น ที่มีจำนวน สส.ไม่พอเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะตกลงกันได้ในสัปดาห์นี้

เบื้องต้นมี 3 พรรคหลักที่หัวอกเดียวกัน คือ ‘เพื่อไทย-กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์’ แต่ทั้งสามพรรค นอกจากจะอยู่คนละฝ่ายคือ ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลแล้ว แม้อยู่ในซีกเดียวกันก็คนละจุดยืนกัน ดังนั้น มีโอกาสน้อยที่ ปชป.จะได้เสนอร่างของตัวเอง

จึงเหลือเพียง 3 พรรคเท่านั้น ที่จะเสนอร่างของตัวเองเข้าสภาได้ คือ ภูมิใจไทย ที่ยื่นต่อประธานรัฐสภาไปแล้ว กับพรรคประชาชน ที่จะเสนอภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ และพรรคเพื่อไทย(พท.) ที่มีร่างเดิมของตัวเองอยู่ ปัจจุบันมี สส. 74 คน ขาดอีก 26 ซึ่งหากได้เสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม ที่มี สส. 58 คน ก็สามารถยื่นร่างต่อสภาได้

โดยร่างเพื่อไทยยึดหลักการเดียวกับภูมิใจไทย คือ ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ต่างตรงที่มา สสร.โดยเพื่อไทยให้มี สสร.150 คน มาจากการเลือกของประชาชน 300 คน ส่งให้สภาเลือกเหลือ 100 คน ส่วนอีก 50 คน มาจากการเสนอชื่อขององค์กรต่างๆ 

ภายใต้ข้อจำกัดข้างต้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างฉบับใหม่ขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมีการเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณาของสภา‘ไม่เกิน 3 ร่าง’  ซึ่งเป็นร่างที่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ แก้ไขกับไม่แก้ไข หมวด 1 หมวด 2

เมื่อเป็นแบบนี้ ร่างของพรรคสีส้ม จึงมี‘โอกาสน้อย’ ที่จะผ่านการรับหลักการในวาระแรก หากไม่ซ่อนเรื่องการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 เอาไว้ให้ดี เพราะเป็นหลักการสำคัญที่เสียงส่วนใหญ่คง‘ไม่ยอมปล่อย’ให้ผ่านวาระแรกไปได้

ทีนี้ไม่ว่าร่างพรรคสีส้ม จะผ่านหรือไม่ผ่านวาระแรกก็ตาม แต่ร่างของพรรคภูมิมิใจไทย คงเป็นร่างหลักในการพิจารณา และมีโอกาสสูงที่จะผ่านความเห็นชอบของสภาไปได้ ดังนั้น ต้องวัดใจชาวพรรคสีส้มว่า จะเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยกับร่างฉบับสีน้ำเงิน

เดาว่าหากรอมชอมหรือพบกันครึ่งทางในบางเรื่องได้บ้าง พรรคสีส้มก็คงจะยกมือให้และสนับสนุนให้ผ่านประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ในทางกลับกันหากไม่เอาด้วย ก็คงยกมือสวนตั้งแต่ในสภา และรณรงค์ไม่ให้ผ่านประชามติด้วย

ถ้าเห็นว่ารัฐธรรมนูญใหม่ จะไปสนับสนุนให้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กินรวบประเทศไทย

เอาเป็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ คงไม่ได้อาศัยผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญกดปุ่มอย่างที่แกนนำพรรคเพื่อไทยพูดไว้อย่างเดียว คงต้องอาศัยความพร้อมเพรียงของพรรคการเมืองด้วย เพราะต่อให้ผ่านสภาไปได้ แต่หากมีพรรคการเมืองใหญ่ไปรณรงค์โหวตคว่ำช่วงลงประชามติ

สุดท้ายรัฐธรรมนูญใหม่ที่ถวิลหากันนัก ก็เป็นบัวแล้งน้ำเท่านั้นเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์