DeepSPACE หน้าตา ครม.อนุทิน 2 พลัส กำหนดกางคู่มือรัฐมนตรีชัดเจนต้องซื่อสัตย์สุจริตโดยประจักษ์ จะมาเทา ๆ ไม่ได้ ความหมายเท่ากับปิดประตูพรรคกล้าธรรมอย่างชัดเจน ส่วนกระบวนการทางสภาเริ่ม 14 มีนาคมเป็นต้นไป และโหวตเลือกนายกฯ 19 มีนาคม ติดตามใน DeepSPACE ลึกกว่าที่รู้
ความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ‘อนุทิน 2 พลัส’ ได้บังเกิดขึ้นแล้วจากปากของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในงานสัมมนาพรรคสีน้ำเงิน ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม
หลังนายกฯ อนุทิน ร่ายยาวบนเวทีถึงความชัดเจนการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก จะมีขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม จากนั้น ทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน คือ ประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและประชุม‘โหวต’เลือกนายกฯ ตามลำดับ
โดยมีการคาดการณ์วันประชุมเลือกประธานฯ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมีขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม และโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 19 มีนาคม จากนั้น ก็เข้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
ทีนี้การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่ยังไม่มีการ‘เปิด-ปิดดีล’อย่างเป็นทางการ แต่ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการ ภท.บอกสื่อว่าตกผลึกแล้ว 99.99 เปอร์เซนต์ ซึ่งนายกฯ อนุทิน ที่เคยบอกให้ผ่านโหวตนายกฯ ไปก่อนค่อยมาคุยกัน ก็ยอมรับว่า ‘มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง’
ทั้งนี้ ในระดับหนึ่งที่ว่า คงหมายถึงการเมืองหลังม่าน ที่ระดับผู้นำจิตวิญญาณสองพรรคใหญ่ ‘น้ำเงิน-แดง’ เปิดการเจรจากันจนได้ข้อสรุป ดังที่นายกฯ อนุทิน ตอบคำถามสื่อเรื่องไม่เปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลก่อนเหมือนในอดีตว่า
‘คนเราไม่ต้องทำเหมือนกับคนอื่น เพราะต่างพรรคการเมืองสไตล์การทำงานต่างกัน ต่างมีวิธีการทำงานที่ถนัด’
ไม่รู้ว่าคำพูดข้างต้นต้องการ‘สื่อ’ไปถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม(กธ.) ที่โยนประเด็นนี้ออกมา จนสื่อนำมาถามในวันนี้หรือเปล่า นอกจากนั้น นายกฯ อนุทิน ยังตอบคำถามสื่อที่ ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการ กธ.ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน แบบยาวๆ ว่า
พรรคการเมืองต้องพร้อมเป็นทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยก็เช่นกัน ที่เคยเป็นรัฐบาล แต่อยู่ดีๆ ก็เป็นฝ่ายค้าน เราก็เป็นมาแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดเราเป็นผู้แทนราษฎร อยู่บทบาทไหนก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ อย่าง สส.พรรคประชาชน ที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดไม่เคยเป็นรัฐบาล ก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้เยอะแยะ ดังนั้น อย่ายึดติดว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน’
สุดท้าย เมื่อถามถึงคุณสมบัติรัฐมนตรี ที่ต้องยึดเกณฑ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการส่งสัญญาณไม่เอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ อนุทิน แม้จะบอกไม่ได้พูดจำเพาะเจาะจงแบบนั้น แต่ก็ย้ำถึงเรื่องจริยธรรมที่ต้องดูอย่างละเอียด
‘เรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาไปต่อสู้ ดังนั้น ต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง’
คำว่า ‘จริยธรรม’ ที่ถูกใช้เป็นไม้บรรทัดวัดคุณสมบัติผู้จะมาเป็นรัฐมนตรี คือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดี ภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่แม้ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองไม่สิ้นสุดลง แต่ถูกนำมาเป็นกรอบการแต่งตั้งรัฐมนตรี
โดยศาลรัฐธรรมนูญ ได้วางหลักการสำคัญในมาตรา 160 (4) ที่ให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ กล่าวคือ ‘ซื่อสัตย์’ หมายความว่า ประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง ‘สุจริต’ หมายความว่า ความประพฤติชอบ
นั่นคือ ‘รัฐมนตรี’ ต้องไม่มีพฤติกรรมที่บกพร่องจากมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริต หรือพฤติการณ์บิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไปซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นโดยมิชอบ แต่ไม่ถึงกับต้องแสดงให้ปรากฏว่าบุคคลนั้นมีความประพฤติดีงามอย่างชัดเจน เพียงไม่ประพฤติตนให้ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน
โอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม ประตูจึงถูก‘ปิดลงสนิท’ ต่อให้วางทุกเงื่อนไขลง ไม่มีชื่อผู้กองธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี ไม่ต่อรองเอากระทรวงสำคัญใดก็ตาม แต่คงเลยเวลานั้นไปแล้ว เพราะจนป่านนี้นายกฯ อนุทิน บอกว่ากับผู้กองธรรมนัส ‘ยังไม่ได้คุยกันเลย’
ทั้งหมดจึงเป็นการส่งสัญญาณ‘ปิดดีล’จากปากนายกฯ อนุทิน ที่สื่อพร้อมใจกันฟันธงไม่มีพรรคกล้าธรรม รวมอยู่ในรัฐบาลชุดใหม่ด้วย.




