DeepSPACE โอกาสคืนสู่เหย้า ครม.ของศักดิ์สยาม ชิดชอบ นักกฎหมายชี้ชัดเจน ไม่สามารถทำได้ เพราะเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 98 ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รอดูว่าพรรคสีน้ำเงินจะแข็งขืนหรือยอมรับ ติดตามใน DeepSPACE ลึกกว่าที่รู้
พลันที่ประกาศรายชื่อ ครม.อนุทิน 2 ซึ่งมีเพียง 35 รายชื่อ ไม่ใช่ 35 + 1 หรือ 36 คน เต็มแม็คตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ ทำให้เกิดเป็นปุจฉาทางการเมืองตามมา เว้นว่างเก้าอี้รัฐมนตรีหนึ่งที่นั่งไว้รอใคร
เขาคนนั้น มีความ‘สลักสำคัญ’ ขนาดไหนถึงต้องรอ ที่สำคัญเป็นคนในหรือคนนอก
ในเวลาต่อมา มีสองรายชื่อปรากฎขึ้นบนหน้าสื่อ คนแรกคือ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และอดีตรมว.คมนาคม ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการเป็นรัฐมนตรี ในช่วงปลายปี 2566 ซึ่งจะครบกำหนดสองปีในวันที่ 17 ธันวาคมนี้
คนที่สอง ‘พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี’ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเคยเป็นสว.โดยตำแหน่งที่มาจากสัดส่วนของกองทัพ และจะครบกำหนดสองปีที่ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเดือนตุลาคมนี้เช่นกัน
ไม่ว่าคอการเมืองจะวางน้ำหนักไว้ที่่ใครในระหว่างสองคนนี้ แต่ทันทีที่มีข่าว ป.ป.ช.‘ตีตก’ คำร้องกรณีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินของศักดิ์สยาม อันมีสารตั้งต้นมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ คอนสตรักชั่น จำกัด โดย ป.ป.ช.มีมติไปแบบเงียบกริ๊บ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
แต่ความเพิ่งปรากฎเมื่อไม่นานมานี้ แถมตอนแรกเลขาธิการ ป.ป.ช.ยังบ่ายเบี่ยงไม่แน่ใจเป็นกรณีเดียวกันหรือเปล่า เพราะ ณ เวลานั้น ตนเองยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่ง จึงขอไปดูรายละเอียดก่อน จนเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ ป.ป.ช.ยังอยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารชี้แจง
มีหลายคนเฝ้า‘รออ่าน’เอกสารด้วยใจระทึกยิ่งว่า ป.ป.ช.ใช้เหตุผลใดในการ‘ยกคำร้อง’ จะมีเหตุผลมากกว่าที่ปรากฎเป็นข่าวว่า ยกคำร้องเพราะ ‘เชื่อ’ ที่ผู้ถูกร้องชี้แจง ‘เพิ่ง’ รู้ว่าตัวยังคงถือหุ้นหจก.นี้ หลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คอการเมืองให้น้ำหนักการเว้นว่างเก้าอี้รัฐมนตรีหนึ่งตำแหน่งไว้ เพื่อ‘รอ’ การแต่งตัวให้ศักดิ์สยามครบกำหนดสองปีในเดือนธันวาคมนี้ และกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง
จนเรื่องนี้ถูกลากไปเทียบเคียงกับกรณี 44 สส.พรรคส้ม ที่มีสารตั้งต้นมาจากศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน และ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดส่งคำร้องไปศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา จึงมีเสียงตั้งคำถามที่เป็นการ‘เขย่านิติธรรม’ไทยตามมา
กรณีของ ‘เสี่ยโอ๋-ศักดิ์สยาม’ งานนี้ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวรอเข้ามาเสียบเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่กูรูกฎหมายที่เป็นอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จรัญ ภักดีธนากุล ปิดประตูลั่นดาล ‘ตอกฝาโลง’ เอาไว้เสร็จว่า กลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญนี้
ทั้งหลายทั้งปวง ก็เพราะการ ‘ซุกหุ้น’ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีนั้น เข้าข่ายลักษณะ‘ต้องห้าม’ตามมาตรา 98 ที่ใช้กับทั้งสส.และรัฐมนตรี พูดง่ายๆ คือ ‘ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์’
อาจารย์จรัญ ยังสำทับด้วยว่า พรรคการเมืองจะตั้งบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาเป็นรัฐมนตรีอีกไม่ได้ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด ไม่มีช่องทางไปร้ององค์กรอิสระอื่นมาเพิกถอนได้
สรุปคือ ต่อให้ ป.ป.ช.ตีตกคำร้องตามที่เป็นข่าว ก็‘ไม่มีผลไปล้างมลทิน’ที่เป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญได้
รอดูว่าถึงขนาดนี้แล้ว พรรคสีน้ำเงินยังจะย่ามใจ เดินลุยไฟ กล้าตั้งคนที่ปาราชิกทางการเมืองกลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอีกหรือไม่




