DeepSPACE เกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติไปแล้ว ก็ยังเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง พรรคประชาชนที่ผลักดันเต็มตัวก็ออกมาระบุรัฐบาลไม่มีความจริงใจ และอาจพรรคภูมิไจไทยไม่ต้องการให้เรื่องนี้มีความคืบหน้า ติดตามใน DeepSPACE ลึกกว่าที่รู้
ผ่านเส้นตายไปแล้ว สำหรับการนำร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว มายืนยันพิจารณาต่อ โดยไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ ซึ่งเป็นร่างของพรรคประชาชน(ปชน.) ตามข้อตกลง MOA ที่เทเสียงหนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในนามรัฐบาลเสียงข้างน้อย แลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันก่อน
วันนี้ ‘ไม่มี’ ทั้งร่างเดิมและร่างที่จัดทำขึ้นใหม่ ทั้งๆ ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ ผ่านการลงประชามติและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากถึง 21 ล้านเสียง จึงทำให้ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ปชน.ที่ผลักดันเรื่องนี้มาตลอด มอง‘รัฐบาลไม่มีความจริงใจ’และได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่
‘เหตุผลที่ท่านนายกฯ ไม่อยากให้กระบวนการนี้เดินหน้า เพราะท่านนายกฯ พรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับท่าน ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 60 หรือไม่ เป็นเพราะท่านได้ประโยชน์ จากการที่เรามีระบบการได้มาซึ่ง สว.ที่เอื้อต่อการฮั้วใช่หรือไม่
เป็นเพราะว่าท่านได้ประโยชน์ จากการที่เรามีระบบการเมือง ที่ทําให้องค์กรอิสระอย่าง กกต.ไม่ว่าจะจากการเลือกตั้งจะมีข้อพิรุธแค่ไหน แต่ประชาชนก็ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าชื่อถอดถอนได้
เป็นเพราะท่านได้ประโยชน์หรือไม่ กับระบบการเมืองที่ออกแบบว่า หากฝ่ายค้านมีการยื่นเรื่อง เพื่อร้องเรียน ป.ป.ช. กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีการเปิดช่องให้ประธานสภาฯ ซึ่งมาจากรัฐบาล สามารถปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าวให้ไปไม่ถึงศาลได้’
สารพัดคำถามข้างต้นจาก ‘ไอติม-พริษฐ์’ มีคำตอบจากนายกฯ อนุทินว่า
‘กระบวนการทุกอย่างต้องเริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกกับรัฐบาล เพราะเรื่องดังกล่าวดำเนินการโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว’
ฟังดูแปร่งๆ ชอบกลอยู่ เพราะรัฐบาลชุดที่แล้ว กับรัฐบาลชุดปัจจุบันแทบจะไม่ต่างกัน แถมยังเป็นนายกฯ คนเดิม ส่วนที่บอกให้เริ่มที่รัฐสภานั้น ก่อนอื่นก็ต้องนับหนึ่งจากรัฐบาลที่ให้ครม.มีมตินำร่างกฎหมายที่ค้างอยู่มายืนยันต่อสภาก่อน
แต่มาถึงบางอ้อ ตรงที่นายกฯ อนุทินพู ดถึงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ‘ทำพร้อมกับวันเลือกตั้ง ฉนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเริ่มที่รัฐสภาชุดปัจจุบัน ไปผูกกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอในรัฐสภาชุดที่แล้วก็ไม่ใช่’
จากนั้น นายกฯ อนุทิน ยังย้ำซ้ำๆ อีกหลายครั้งว่า ‘อยู่ที่รัฐสภาๆๆ’
ขณะที่วงประชุม 4 ฝ่าย อันประกอบด้วย ตัวแทนคณะรัฐมนตรี วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ในวันก่อนที่รัฐสภาซึ่งมีประธานฯ โสภณ ซารัมย์ นั่งหัวโต๊ะ หารือเตรียมการประชุมรัฐสภา ที่จะยืนยันร่างกฎหมาย จำนวน 31 ฉบับ ที่รัฐบาลเสนอมา ได้พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้
‘ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ในช่วงสัปดาห์ถัดไปหรือเดือนหน้า จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง(รัฐสภา) เพื่อหารือวาระสำคัญของรัฐบาล เช่น ข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ’ ประธานฯ โสภณให้สัมภาษณ์ไว้
ดูเหมือนฝ่ายที่ต้องการผลักดันให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะมีความหวังขึ้นเล็กๆ แม้จะมีคำว่า ‘หรือ’ อยู่ก็ตาม แต่ฟังดูน้ำเสียงแล้ว ค่อนไปทาง‘บริหารอารมณ์’ ฝ่ายที่เรียกร้องให้ผ่อนคลายลงมากกว่า
เพราะจากที่ฟังมา เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ขึ้น จะยังไม่ถูกหยิบขึ้นมาดำเนินการในช่วงปีแรกของรัฐบาล อย่างที่ได้มีการสื่อสารกันเอาไว้ว่า มีเรื่องอื่นที่จำเป็นเร่งด่วนต้องทำก่อน คือ วิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องของประชาชน
บังเอิญสงครามตะวันออกกลาง มาเข้าทางปืนพอดี ทำให้รัฐบาลมีข้ออ้าง ยื้อเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปได้
แต่เอาเข้าจริงๆ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แม้จะมีความพยายามจากคนในรัฐบาลอธิบายถึงหลายๆ มิติที่ต้องรอ แต่ของจริงที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ ‘มิติทางการเมือง’ ที่เกี่ยวกับ สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งจะครบเทอมในอีก 3 ปีข้างหน้าหรือปี 2572
ดังนั้น หากรีบร้อนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งจะใช้เวลากลมๆ ราวสองปี ก็จะทำให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาใช้ก่อนที่สว.ชุดนี้ครบเทอม ถึงวันนั้น อาจเป็นเงื่อนไขรุกไล่ให้ ‘สว.สีน้ำเงิน’ ต้องมีอันเป็นไปก่อนเวลาอันควร
นี่แหล่ะ ที่ถูกนำมาเป็นเหตุผลทำให้รีบร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบส่งด่วนไม่ได้ เดี๋ยวเวลาจะไม่ลง ล็อกกัน และบังเอิญหลังผลประชามติออกมาแล้ว กฎหมายก็ไม่ได้เขียนกำกับไว้ต้องทำภายในกี่วัน
รัฐบาลก็เลยดึงเช็ง ไม่รีบร้อนเรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยเหตุนี้




