โจทย์ Data Center จาก ‘ที่ตั้ง’ สู่ ‘มูลค่า’ คุมเข้มใบอนุญาต-สกัดขุดบิทคอยน์กินไฟ

4 ก.ย. 2569 - 12:49

  • ‘นายกฯ’ วางทิศทาง Data Center ไทย ต้องไม่ใช่แค่ ‘ที่ตั้ง’ แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ พร้อมรับฟัง–เร่งออกประกาศ วางกติกาให้ทันเทคโนโลยี ก้าวสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค

  • กระตุก Data Center สั่งปราบพวกเก็งกำไรใบอนุญาต ลักลอบขุดบิทคอยน์ขโมยไฟ ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน

โจทย์ Data Center จาก ‘ที่ตั้ง’ สู่ ‘มูลค่า’ คุมเข้มใบอนุญาต-สกัดขุดบิทคอยน์กินไฟ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันกำหนดทิศทางและกรอบนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพด้านที่ตั้ง ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวมาพร้อมความท้าทาย ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และสาธารณูปโภคในปริมาณสูง รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงจำเป็นต้องกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐาน และผลประโยชน์ของประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชุมชนเมืองว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ขณะที่กฎหมายและมาตรการกำกับดูแลยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ภาครัฐจึงต้องเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

“เป้าหมายของประเทศไทย ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการดึงดูดการลงทุนเพื่อให้เราเป็นเพียงสถานที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่การลงทุนนี้ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมย้ำว่า ไทยต้องดึงดูดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากรไทย สร้างระบบนิเวศดิจิทัล และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายประเทศได้ผ่านช่วงการพัฒนาในลักษณะเดียวกัน โดยมีการทบทวนกฎระเบียบและออกแบบระบบที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถขยายตัวและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่องและสมดุล

นายกรัฐมนตรีขอให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบด้าน ทั้งการกำหนดนิยามและสถานะทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ การกำหนดมาตรฐาน Green Data Center การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนการสนับสนุนระบบนิเวศ AI และ Cloud ของประเทศไทย

“ผมเชื่อมั่นว่า หากเรากำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและนวัตกรรมของภูมิภาค ควบคู่กับการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความสนใจและนำข้อกังวลต่างๆ มาร่วมรับฟังและหาแนวทางแก้ไข โดยเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็น เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมรับฟังข้อเสนอของทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่การออกประกาศและระเบียบที่เหมาะสมต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป ก่อนจะให้สัมภาษณ์ถึง​การวางกรอบขออนุญาต​ประกอบ​กิจการ​ดาต้า​เซ็นเตอร์​ว่า​ ตอนนี้ตั้งคณะกรรมการ Data Center เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อช่วงเช้าได้เข้าไปเปิดการประชุมและมอบนโยบาย ซึ่งทาง เอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ ในฐานะประธานคณะกรรมการ​ จะนำไปประมวล และออกมาเป็นระเบียบ รวมถึงกฎเกณฑ์ต่าง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกความกังวลของประชาชนได้รับการพิจารณา และจะทำให้ทุกประเด็นมีความเป็นธรรมมากที่สุด

เมื่อถามว่า มองถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทย​ จะตั้งเป็นศูนย์ของรัฐบาล และจะแล้วเสร็จเมื่อใดนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความจริงเขาทำตลอดอยู่แล้ว และขณะนี้ไม่ได้มีการอนุมัติโครงการใหม่ ส่วนโครงการที่อนุมัติไปแล้ว ต้องปล่อยให้เขาดำเนินการไป ซึ่งส่วนใหญ่โครงการที่อนุมัติไปแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีแหล่งพลังงานแหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ คือการขออนุญาตไว้ก่อน ทั้งเรื่องการขอใช้ไฟฟ้า น้ำ และขอใบอนุญาต แล้วหวังว่าจะนำมาทำการค้าในเชิงพาณิชย์ เก็งกำไร ซึ่งเราคงไม่ให้ แต่จะให้เฉพาะคนที่มีความพร้อม ที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ตั้งขึ้นมา พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ประเทศไทย เราต้องให้การสนับสนุน และมีนโยบายที่ชัดเจน เกี่ยวกับการที่จะทำให้ประเทศไทย ต้องมีเทคโนโลยีทางด้าน AI เทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี​ ยืนยันว่า นักลงทุนจะไม่เสียความมั่นใจ ทั้งนี้ เมื่อถามว่า มีการลักลอบตั้งศูนย์ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานครในหลายพื้นที่ อนุทิน กล่าวว่า ก็คือคำว่าลักลอบ ลักลอบก็ต้องโดน ใครไปลักลอบเปิดก็ต้องผูกติดแค่นั้นเอง​ เพราะคำว่าลักลอบคือผิดกฎหมาย คนที่จะมาทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกกฎหมาย สำหรับ Data Center คนที่ทำผิดกฎหมายคือพวกขุด bitcoin ซึ่งเป็น Data Center อย่างหนึ่งที่ลักลอบใช้ไฟฟ้า ต่อสายตรง พยายามตั้งนอกพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม นอกกรุงเทพฯ นอกเมืองใหญ่ๆ และใช้เครื่องหมายเครื่องมือที่กินไฟ และยังมาขโมยไฟใช้อีก ซึ่งเราต้องพยายามปราบปรามอย่างเด็ดขาด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์