'แสวง บุญมี' เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สส. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า วันนี้เป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่ ผู้ร้องก็อยากจะดูแลประชาชน เรื่องการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ในส่วนของสำนักงาน กกต. ถ้าได้ฟังสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ก็จะมีคำอธิบายว่าทำไมเราถึงทำอย่างนั้น แต่คำวินิจฉัยก็ออกมาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำแนะนำอยู่ 2 ประการ คือ 1.ตรงและลับ 2.สุจริตและเที่ยงธรรม ในนามของสำนักงาน กกต. คงจะต้องนำมาปฏิบัติ จริงๆอะไรที่ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง เราไม่อยากทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าขณะที่ทำ ณ วันนั้น เราก็มีความมั่นใจว่าเราสามารถทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับ แต่เมื่อประชาชนไม่สบายใจ หรืออาจจะทำให้ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งก็อยู่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงาน กกต.ก็จะนำมาปฏิบัติให้ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่าจะมีการปรับเปลี่ยน เพื่อความสร้างความมั่นใจกับประชาชนหรือไม่ แสวง กล่าวว่า คำวินิจฉัย เรามีทั้ง 2 หลักการดังกล่าวอยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. เราพยายามจะทำให้การเลือกตั้งออกมาดีทั้ง 2 หลักการ เพียงแต่เมื่อมีสิ่งที่เกิดขึ้น มีข้อทักท้วงจากประชาชนหรือผู้ร้องทั้ง 20 กว่าราย
“จริงๆเป็นเรื่องดี ทางสำนักงาน กกต.ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาในการทำงานที่ผู้ร้องจะมาร้อง นั่นคือการช่วยดูแลการเมืองและสิทธิของประชาชนร่วมกัน เราต้องสร้างความเชื่อมั่นจากการออกแบบเป็นบัตรเลือกตั้งให้สามารถทำได้ทั้ง 2 หลักการ จริงๆทำได้ไม่ยาก แต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เราคิดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เมื่อมีความสบายใจก็ต้องมีการแก้ไข“
— แสวง กล่าว
ส่วนที่เราทำหน้าที่ตรงนี้ อะไรที่ทำให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำให้ประชาชนสบายใจ เกิดความเชื่อมั่น เราจะทำทั้ง 2 หลักการ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เมื่อถามว่าลับโดยมีเงื่อนไข ไม่ใช่ความลับโดยสมบูรณ์ กกต. มองว่าอย่างไรบ้าง แสวง กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวไว้แล้ว เราก็ที่ปฏิบัติมา เวลาที่เราทำงาน เราอยากให้โดยลับโดยบริบูรณ์ แต่เวลาทำงานอย่างที่บอก มีหลักเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรมเข้ามาด้วย ศาลได้วางหลักว่าหลักที่ลับแบบมีเงื่อนไขต้องสมดุลกัน คือไม่กระทบสาระสำคัญของหลักตรงและลับ ซึ่งอยู่ที่มาตรการ
“จริงๆก่อนที่จะมีบาร์โค้ด เวลามีคนกระทำผิดเราสามารถสืบได้จากการที่เราไปเอาบัตรมาและดูลายนิ้วมือจากบัตรนั้น สมัยที่เราใช้ลายนิ้วมือ ก็ถือว่าไม่ลับอยู่แล้ว จริงๆอย่าเอาเรื่องการกระทำความผิดมาปนกับเรื่องตรงและลับ คนกระทำผิดต้องได้รับโทษ เมื่อเทคโนโลยีแต่เมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามา สามารถป้องกันได้"
ส่วนที่สำนักงานกกต. ฟ้องบุคคลที่มีการตรวจสอบบาร์โค้ดหรือ QR Code จะมีการเอาผิดหรือไม่ แสวง กล่าวว่าเป็นคนละประเด็น กรณีที่สำนักงานไปฟ้อง ไม่ได้ฟ้องเพื่อป้องกันตัวเอง แต่เป็นการฟ้องสำหรับปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ ถ้าเราไม่ทำเราก็เหมือนการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ คนละอย่างกับการใช้สิทธิเสรีภาพ
“คนอาจจะพูดว่าเราฟ้องปิดปาก แต่จริงๆคนละประเด็น สิทธิเสรีภาพ ประชาชนสามารถใช้ได้ ไม่ว่าจะการพูดหรือการกระทำที่ไม่กระทบกับสาระสำคัญของกระบวนการการเลือกตั้ง ลักษณะที่เราไปฟ้อง มีกรณีเดียวคือกระทบสาระสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง คนละอย่างกับการใช้เสรีภาพในการวิเคราะห์วิจารณ์ กกต. ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่เคยฟ้อง”
— แสวง กล่าว
ส่วนที่คนที่ถูกร้องระบุว่ายังไม่ถูกเรียกไปสอบสวนนั้น แสวง กล่าวว่า ไปตอบแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ เมื่อถามว่าบัตรสีชมพู แท่งบาร์โค้ดสามารถยืนยันได้ตรงกันจริง 3 ส่วน ประชาชนจะมั่นใจผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้อย่างไร แสวง กล่าวว่า ศาลระบุว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่มาตรการที่เราป้องกันอยู่ทุกวันนี้ สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ วันนี้ยังไม่มีใครทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร การเลือกตั้งเมื่อวันวันที่ 8 กุมภาพันธ์ผ่านมาแล้ว มีอย่างเดียวที่ศาลท่านให้คำแนะนำคือเก็บรักษาให้ถูกต้องให้ดีที่สุด อย่าให้กระทบสิทธิประชาชน ในเรื่องหลักการตรงและลับ แต่หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ เราจะเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาทำเกี่ยวกับบัตร เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ อาจจะเป็นรูปแบบอื่นที่ทำให้รู้สึกว่าเรามั่นใจ
ส่วนที่พรรคประชาชนฟ้องเรื่อง 157 นายแสวง กล่าวว่า จริงๆเป็นเรื่องของการใช้สิทธิ์ เราอยู่ในที่สว่าง พร้อมจะรับการตรวจสอบ ส่วนรู้สึกกังวลใจหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไรทุกคนสามารถตรวจสอบเราได้อยู่แล้ว ถ้าจะรู้สึกไม่ดีบ้าง ที่ผ่านมา ก็คือทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจเท่านั้นเอง
/////




