ดีเดย์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเป็นพรรคแรกในวันนี้ นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส.พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1
อนุทิน เน้นย้ำว่า การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่มุ่งเน้นรับฟังเสียง และความต้องการของประชาชน เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วันนี้ที่มายื่น เพราะประชาชนบอกให้มา ไม่ใช่มาเพราะถูกบิดเบือนเรื่องข้อกล่าวหาที่บางคนกล่าวหา ว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีความตั้งใจ หรือไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เราเป็นพรรคแรกที่มายื่น
— อนุทิน กล่าว
สาเหตุที่ยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ยื่นในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น อนุทิน กล่าวว่า เพราะเราเป็นพรรคการเมืองรับฟังประชาชนเป็นปราการด่านแรก รัฐบาลมาจากพรรคการเมือง พรรคการเมืองมาจากประชาชน เราทำตามขั้นตอน นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง และยึดตามครรลองครองธรรมทุกอย่าง
อย่างไรก็ดี พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้พูดคุยในรายละเอียดกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

SPACEBAR พามาดูที่มาและเหตุผลของการเสนอร่างแก้ไขฯ ระบุ สืบเนื่องจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ประเด็น "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ประชาชนเสียงข้างมากจำนวนกว่า 21.6 ล้านคน เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ดังนั้น จึงสมควรให้พรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อแก้ไขมาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมาย เพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมร่วมรัฐสภา และขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญให้มีความชัดเจน
สาระสำคัญร่างแก้ไขฯในส่วนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) กำหนดให้มีจำนวน 100 คน มาจากตัวแทนระดับจังหวัด 77 คน จังหวัดละ 1 คน โดยรัฐสภาจะเป็นผู้เลือกลงคะแนนจากบัญชีรายชื่อ และผู้เชี่ยวชาญ 23 คน แบ่งเป็น กฎหมายมหาชน 7 คน รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 7 คน และการเมือง การบริหาร หรือการร่างรัฐธรรมนูญ 8 คน
ขณะที่คุณสมบัติของผู้สมัคร สสร. ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบันเช่น สส., สว., รัฐมนตรี หรือผู้บริหารท้องถิ่น
นอกจากนั้น สสร. จะต้องดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้น ภายในกรอบเวลา 360 วัน นับแต่วันที่เปิดประชุม สสร. ครั้งแรก
ส่วนกระบวนการทำงาน สสร. จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมาธิการที่สำคัญ 2 ชุด ชุดละไม่เกิน 45 คน ได้แก่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการเพื่อรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อดึงภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบและทั่วถึง
สำหรับ สสร.สำรอง 300 คน ก็จะมีส่วนในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เขียนร่างรัฐธรรมนูญตามแนวทางที่ได้รับเสนอมา โดยสัดส่วน 2 ใน 3 ต้องแต่งตั้งจากบุคคลที่เป็น สสร. ส่วนที่เหลือให้แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็น สสร. โดยพิจารณาจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ จากบัญชีรายชื่อสำรอง ผู้ที่ได้รับคะแนนรองลงมาจากการเลือก สสร. ในตอนแรก
ด้านคณะกรรมาธิการเพื่อรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำหน้าที่จัดกระบวนการมีส่วนร่วมและรวบรวมความเห็นอย่างรอบด้าน กำหนดสัดส่วน 1 ใน 3 ให้ต้องแต่งตั้งจากบุคคลที่เป็น สสร. แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็น สสร. โดยเลือกจาก บัญชีรายชื่อสำรอง และแต่งตั้งจาก บุคคลอื่นที่ที่ประชุม สสร. เห็นสมควร ซึ่งไม่ใช่ทั้ง สสร. และไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสำรอง
ร่างแก้ไขฯ ฉบับนี้ ยังได้วางกรอบหลักการที่เข้มงวดไว้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้อง ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดยกำหนดว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญปี 2560 จะกระทำมิได้ หากรัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างฯ มีลักษณะดังกล่าวให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป
เมื่อ สสร. จัดทำร่างเสร็จสิ้น จะต้องนำกลับมาเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบภายใน 30 วัน การลงมติเห็นชอบเพื่อนำไปใช้เป็นรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา และมีเงื่อนไขคือ ต้องมีเสียง สส. จากพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล (ฝ่ายค้าน) เห็นชอบรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวน สว. ที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม หากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ประธานรัฐสภาจะส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติโดยประชาชน ว่าจะเห็นชอบกับร่างฯ ฉบับใหม่นี้หรือไม่
หากประชาชนลงมติเห็นชอบ จึงจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศต่อไป แต่หากประชาชนไม่เห็นชอบ หรือ สสร. ทำไม่เสร็จตามกำหนด ร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็จะตกไป




