ก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ เกม “ปรับทัพ” ข้าราชการระดับสูงเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวชุดใหญ่ ทั้งการขยับผู้บริหารด้านความมั่นคงและข่าวกรอง ไปจนถึงการสับเปลี่ยนผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย รวม 20 ตำแหน่ง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง ทั้งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ รวมถึงการสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่ง โดยชุดการแต่งตั้งของกระทรวงมหาดไทยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
‘ฉัตรชัย บางชวด’ พ้นเลขา สมช. นั่งปลัดสำนักนายกฯ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทน “ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร” ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2569
ฉัตรชัยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เมื่อปี 2567 และปัจจุบันยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2570
‘กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์’ นั่งผู้อำนวยการ สขช.คนใหม่
ขณะเดียวกัน ครม.มีมติแต่งตั้ง “กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์” รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สขช.คนใหม่ แทน “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2569
อย่างไรก็ตาม แม้ฐนัตถ์จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระเกษียณอายุราชการแล้ว แต่จะยังทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
มท.เสนอโยกย้าย 20 ข้าราชการระดับสูง
สำหรับกระทรวงมหาดไทย ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง สังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ราย เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง
การโยกย้ายครั้งนี้มีทั้งตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีรายชื่อดังนี้
- “จำเริญ แหวนเพ็ชร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
- “รัฐพล นราดิศร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
- “อนุพงษ์ สุขสมนิตย์” จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
- “อโณทัย นันทมนตรี” จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
- “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
- “สมชาย ลีหล้าน้อย” จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอธิบดีกรมที่ดิน
- “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” จากรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- “ธีรพัฒน์ คัชมาตย์” จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
- “ปิยะ ปิจนำ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- “มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์” จากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา
- “ทศพล เผื่อนอุดม” จากผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
- “ฉัตรประอร นิยม” จากผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
- “ภาสกร บุญญลักษม์” จากรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
- “ณัฐพงษ์ สงวนจิตร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
- “ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
- “เอกวิทย์ มีเพียร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
- “ธนียา นัยพินิจ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
- “ชาธิป รุจนเสรี” จากผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว
- “พิริยะ ฉันทดิลก” จากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี
- “ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม” จากรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
สับเปลี่ยนหลายจังหวัดสำคัญ มีผล 1 ต.ค.นี้
การโยกย้ายครั้งนี้ทำให้เกิดการสับเปลี่ยนผู้บริหารในหลายจังหวัดสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา ปทุมธานี บุรีรัมย์ ตาก สระแก้ว และอุดรธานี รวมถึงการขยับผู้บริหารระดับจังหวัดเข้าสู่ตำแหน่งบริหารระดับกระทรวงและอธิบดีหลายกรม
ทั้งนี้ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยทั้ง 20 ราย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
มติ ครม.ครั้งนี้ถือเป็นการปรับทัพข้าราชการระดับสูงครั้งสำคัญก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570 โดยเฉพาะการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย 20 ตำแหน่ง ซึ่งกำลังถูกจับตา




