เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ‘บิ๊กปู’พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. จัดทำการเปลี่ยน ‘แม่ทัพภาคที่ 4’ โดยขยับ ‘แม่ทัพยูร’พล.ท.นรธิป โพยนอก ขึ้น ‘พลเอก’ เป็น ‘ผู้ช่วย ผบ.ทบ.’ ในระนาบ ‘5 เสือ ทบ.’ ไม่ได้เอาเข้ากรุเป็น ‘ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.’ ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองว่าเป็นการ ‘ลงโทษ’
ที่สำคัญ พล.อ.พนา คือ คนที่เลือก พล.ท.นรธิป จาก ‘รอง มทภ.2’ ลงไปเป็น มทภ.4 ด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งคู่เป็น ‘เพื่อน ตท.26’ ซึ่ง พล.อ.พนา ก็หวังให้ พล.ท.นรธิป ลงไป ‘ล้างบาง-จัดระเบียบ’ ขั้วอำนาจเก่าในพื้นที่ ซึ่ง ‘แรงเสียดทาน’ ในการย้าย พล.ท.นรธิป มีมาตั้งแต่ เม.ย.69 จากเหตุการณ์ ‘ปิดไมค์พูด’ กรณีเหตุยิงรถ ‘สส.กมลศักดิ์’ จ.นราธิวาส
แม้จะมีแรงหนุน-ความพยายามที่จะให้ พล.ท.นรธิป นั่ง มทภ.4 อีก 6 เดือน ก่อนขึ้น ‘พลเอก’ เกษียณฯ ก.ย.70 แต่ พล.อ.พนา ยืนกรานเป็น ‘ผู้ตัดสินสุดท้าย’ ให้ พล.ท.นรธิป มาขึ้น ‘5 เสือ ทบ.’ เพื่อเปลี่ยน มทภ.4 ส่งต่อให้รุ่นน้อง ‘ตท.28’ นั่นคือ ‘รองคิ้ว’พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รอง มทภ.4 ขึ้นเป็น มทภ.4 แทน เกษียณฯ ก.ย.72
สำหรับ พล.ต.ชาคริต เคยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้มานานแล้ว เพราะโตมาจาก ‘กรมรบพิเศษที่4’ ที่ดูแลงานด้านการข่าวในพื้นที่ ทภ.4 อีกทั้งเคยเป็น ผบ.พล.รบพิเศษที่ 1 ที่เป็น ‘ผบ.ฉก.สันติสุข’ จ.ชายแดนใต้ ก่อนจะขึ้นเป็น ‘รอง มทภ.4’ ซึ่งบทบาทสำคัญของ ‘ทหารรบพิเศษ’ คืองาน ‘การข่าว-มวลชน’
ช่วง ส.ค.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุหลายจุด จ.ชายแดนใต้ พล.ท.นรธิป ยอมรับว่า ฝ่ายความมั่นคง มีข้อมูลด้านการข่าวล่วงหน้า 2 เดือน แต่ไม่สามารถระบุ ‘วัน-เวลา’ ที่แน่ชัดได้
สะท้อนว่า ทภ.4 มีปัญหาเรื่อง ‘งานการข่าว’ และการเข้าถึง ‘แหล่งข่าว’ ซึ่งก็คือ ‘มวลชน’ ในแต่ละพื้นที่
22 ปี เหตุการณ์ จ.ชายแดนใต้ มีพัฒนาการของ ‘โครงสร้าง-เจเนอเรชั่น-ชุดความคิด’ ของ ‘กลุ่มบีอาร์เอ็น’ โดยมีแบ่งเป็น ‘ฝ่ายทหาร’ ที่เรียกว่า ‘ทหารหลัก’ ของบีอาร์เอ็น มีจำนวนประมาณ 1,800 คน ทำหน้าที่เข้าโจมตี และมี ‘ทหารบ้าน’ ที่อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ จัดตั้งหมู่บ้านละ 2 คน ทำหน้าที่ ‘ชี้เป้า’ และจัดการ ‘เส้นทางหลบหนี’
.
สำหรับตัวเลข 1,800 คน เป็นข้อมูลของ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ โดยเป็นกลุ่มบุคคลที่สามารถพิสูจน์ได้ ผ่านพยานวัตถุ พยานหลักฐาน และผลนิติวิทยาศาสตร์ (DNA) ที่ปรากฏในพื้นที่เกิดเหตุ และจากคำซักทอดจากพยานบุคคล โดยพบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีทั้งหลบหนีอยู่ในประเทศและนอกประเทศ
.
สำหรับ ‘ทหารหลัก-ทหารบ้าน’ มีรายงานว่าพบเป็น ‘กลุ่มเยาวชน’ ที่ได้รับการปลูกฝังผ่านการเชิดชูวีรกรรม ‘มะรอโซ จันทรวดี’ ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อเหตุ จ.ชายแดนใต้ ช่วงปี 2553-56 แต่สุดท้าย ‘มะรอโซ’ ถูก จนท. ยิงเสียชีวิตจากเหตุปะทะ ขณะเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการกองร้อยปืนเล็กที่ 2 (ฐานยือรอ) บ้านยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อ 13 ก.พ.56 ที่ในขณะนั้นอายุ 30 ย่างเข้า 31 ปี หาก ‘มะรอโซ’ ยังมีชีวิต ตอนนี้เขาจะอายุ 45 ปี
.
ซึ่งต่างจาก ‘ชุดข้อมูลเดิม’ ก่อนหน้านี้ ที่จะใช้เหตุการณ์ ‘กรือเซะ-ตากใบ’ โดยกลุ่มบีอาร์เอ็นจะมีกระบวนการ ‘คัดเลือกนักรบ’ โดยพุ่งเป้าไปที่ ‘กลุ่มเยาวชน’ ที่ดูทั้ง ‘กายภาพ(วัยรุ่น)-จิตใต้สำนึก’ โดยมีรายงานว่า ‘กลุ่มเยาวชน’ จะยังคงอยู่ใน ‘ระบบการศึกษา’ มีจิตใจรุกรบในช่วงเวลานั้นๆ แต่เมื่อ ‘จบการศึกษา’ ก็จะออกจาก ‘ขบวนการ’ ยกเว้น ‘กลุ่มเยาวชน’ ที่มีคดีติดตัว ที่ต้องอยู่ในขบวนการต่อไป
สิ่งเหล่านี้ สะท้อนภาพ ‘คนรุ่นใหม่’ ในมิติการ ‘ต่อสู้-เรียกร้อง’ ที่มี ‘รูปแบบ-แนวทาง’ ตามวิถีของ ‘เจเนอเรชั่น Z’ ซึ่งต่างจาก ‘เจเนอเรชั่น’ ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า กลุ่มบีอาร์เอ็น มีกระบวนการส่งต่อไปยัง ‘คนรุ่นใหม่’ เหตุเพราะแกนนำเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนี้อายุ 70-80 ปี ก็ร่วงโรยตามกาลเวลา
สำหรับ ‘ผู้นำสูงสุด’ ของ ‘กลุ่มบีอาร์เอ็น’ คือ ‘นิเซะ นิมะ’ ซึ่งทำหน้าที่รักษาการ ในอดีตเคยเป็น ‘กองกำลังทหาร’ ปฏิบัติการในพื้นที่ช่วงปี 2547 ปัจจุบันหนีประกันฯ คดีความมั่นคง อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน
ในมุมภาครัฐ-ความมั่นคง มีแนวทางแก้ปัญหา จ.ชายแดนภาคใต้ นอกจาก ‘ยุทธวิธีทางทหาร’ แล้ว ก็มองในมิตื ‘การเมือง-สังคม’ ซึ่งมีรายงานว่า ‘ฝ่ายความมั่นคง-รัฐบาล’ เตรียม ‘โมเดลใหม่’ ในการ ‘จัดระเบียบพื้นที่’ ผ่านโครงสร้าง ‘ฝ่ายปกครอง’ ในพื้นที่ จ.ชายแดนใต้ โดยนำร่อง 14 อำเภอแนวชายแดน (รวม อ.จะแนะ อ.เทพา จ.สงขลา และ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส)
โดยดึง ‘มหาดไทย’ ให้มี ‘บทบาท’ มากยิ่งขึ้น ผ่าน ‘นายอำเภอ’ โดยเป็น ‘ผู้อำนวยการ’ เปรียบเป็น ‘CEOอำเภอ’ ของ ‘ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ’ หรือ ‘ศปก.อำเภอ’
ซึ่งในโครงสร้าง ‘ศปก.อำเภอ’ จะมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน และ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร และ ปลัดอำเภอ อยู่ภายใต้ ‘นายอำภอ’ รวมทั้งดึง ‘ก.ศึกษาธิการ’ เข้ามาอยู่ในโครงสร้างด้วย โดยจะดูเรื่องการ ‘สอนศาสนา’ ในพื้นที่ จ.ชายแดนใต้
ซึ่งในโครงสร้างจะมี ‘สภาความมั่นคงแห่งชาติ’ อยู่ในแนวระนาบด้วย ซึ่ง ‘เสธ.ปูด้วง-พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วยประพัฒน์’ เสธ.ทบ. จะเป็น เลขาธิการ สมช. คนใหม่ เป็น ตท.26 เพื่อน พล.อ.พนา ผบ.ทบ.
โดยช่วงสัปดาห์ที่ 3 เดือน ก.ย.นี้ จะมีการทำ Workshop ขั้นสุดท้าย และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม (ตท.26) จะจัดแถลงข่าว เพื่อเริ่มบังคับใช้ ‘โครงสร้างใหม่’ 1 ต.ค.69
การจัดตั้ง ‘โครงสร้าง’ ดังกล่าวเป็นให้บทบาท ‘มหาดไทย’ มากขึ้น หนีไม่พ้น ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะเจ้ากระทรวง ที่ต้องดูแลภาพรวม ซึ่ง ‘กรมการปกครอง’ จะมีกระบวนการสอบ-คัดเลือก ‘นายอำเภอ’ อยู่แล้ว เพื่อลงไปในแต่ละพื้นที่
ซึ่งจะส่งผลใน 2 มิติ ทั้ง ‘ความมั่นคง’ และ ‘การเมือง’ ไปพร้อมกัน




