‘สีหศักดิ์' มอง โลกป่วนต้องมีผู้นำเด็ดขาด ไทยต้องมีศักดิ์ศรี-ไม่ก้มหัวมหาอำนาจ

8 มี.ค. 2569 - 12:49

  • 'สีหศักดิ์' กล่าวปาฐกถาถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศของไทยในสภาวะวิกฤตโลก  

‘สีหศักดิ์' มอง โลกป่วนต้องมีผู้นำเด็ดขาด ไทยต้องมีศักดิ์ศรี-ไม่ก้มหัวมหาอำนาจ

ในการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ผู้บริหาร และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ภายใต้หัวข้อ “พูด แล้ว ทำ พลัส” โดยมี สส. เข้าร่วมพร้อมเพรียงทั้ง 192 คน สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวปาฐกถาถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศของไทยในสภาวะวิกฤตโลก  

โดยระบุว่า ขณะนี้โลกกำลังอยู่ในสภาวะปั่นป่วนอย่างหนัก กฎกติกาเดิมที่เคยมีถูกทำลาย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ฉีกกติกาแทบทุกอย่าง ส่งผลให้ไทยต้องปรับตัวอย่างรุนแรง การต่างประเทศของไทยนับจากนี้ต้องเข้มแข็ง และต้องการผู้นำที่มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ โดยต้องทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ทีมไทยแลนด์” ประสานสอดคล้องกันทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน  

สีหศักดิ์ กล่าวถึงความท้าทายเร่งด่วนคือสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยยืนยันว่า รัฐบาลต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจนในการอพยพคนไทย ทั้งในอิหร่านดูไบ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน และอิสราเอล ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องทำงานเชิงยุทธศาสตร์ที่ยึดผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของประเทศเป็นที่ตั้ง 

“กับกัมพูชา เมื่อเขามาแบบไหน เราก็ต้องตอบกลับไปแบบนั้น แต่สุดท้ายเราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ ส่วนมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เราต้องรักษาสมดุลความสัมพันธ์ แต่หากถูกกดดันในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เราต้องมีศักดิ์ศรีและยอมไม่ได้” สีหศักดิ์ กล่าว 

สีหศักดิ์ ยังได้ฝากความหวังไปยัง สส. ของพรรคที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ ว่า ขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านการต่างประเทศผ่านกลไกคณะกรรมาธิการและเวทีสภาฯ โดยอยากให้มองเรื่องการต่างประเทศแยกออกจากความขัดแย้งทางการเมืองภายใน เพื่อให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งในเวทีโลกอย่างแท้จริง 

ด้าน ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวเสริมโดยชื่นชมการทำงานของสีหศักดิ์ และกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการอพยพคนไทยในพื้นที่ขัดแย้งแถบตะวันออกกลางที่ทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมได้มาก เมื่อเทียบกับในอดีตที่มักถูกมองว่าการช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์