ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลัง ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ เลขาธิการพรรค ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลคืบหน้าไปกว่า 99.99%
ยึดไทม์ไลน์รัฐพิธี 14 มี.ค. – ชี้ยังไม่ถึงเวลาแบ่งเค้ก ครม.
อนุทิน ระบุว่า เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลขอให้เป็นไปตามขั้นตอน โดยในวันที่ 14 มีนาคมนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ และตามด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น
"เราต้องได้นายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะตั้ง ครม. ได้ การไปพูดอะไรก่อนถือว่าไม่ควร เพราะเป็นตำแหน่งที่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ การพูดก่อนขั้นตอนถือเป็นสิ่งที่มิบังควร แต่ละพรรคมีสไตล์การทำงานที่ถนัดต่างกัน ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนใคร"
— หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว




ชูหลัก ‘เพลเซฟ’ คัดกรองรัฐมนตรีตามเกณฑ์ ‘ศาล รธน.’
เมื่อถามถึงเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อนุทิน เน้นย้ำว่าต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานจริยธรรมที่ต้องอ่านอย่างละเอียด
"เราไม่ได้ตั้งกฎเอง แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เราต้อง 'เพลเซฟ' ในทุกเรื่อง เพราะมีคนพร้อมจะไปร้องเรียนอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม จึงไม่อยากเสียเวลาไปต่อสู้คดีภายหลัง"
— อนุทิน กล่าว พร้อมปฏิเสธว่าไม่ใช่การส่งสัญญาณไม่เอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นมาตรฐานที่ใช้กับทุกคน




ตอบโต้ ‘ธรรมนัส-กล้าธรรม’ ยันฝ่ายค้านก็ทำประโยชน์ได้
ส่วนกรณีที่ ‘ไผ่ ลิกค์’ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อนุทิน มองว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่ต้องพร้อมเป็นทุกบทบาท เหมือนพรรคภูมิใจไทยที่เคยเป็นมาแล้วทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน พร้อมยกตัวอย่างพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดแต่ก็สร้างประโยชน์ได้มากมาย จึงไม่ควรยึดติด
สำหรับกรณีที่ ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่ามีศักดิ์ศรีและจะไม่เดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีก อนุทินระบุสั้นๆ ว่า "ระดับหัวหน้าพรรคทุกคนต้องเคารพและให้เกียรติกัน" พร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าอนุทินเคยแต่งตั้งตนเองเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แต่ครั้งนี้กลับท่าทีเปลี่ยนไป โดยระบุเพียงว่าไม่ได้มีการพูดคุยกันเลยในช่วงที่ผ่านมา
ท่าทีของ อนุทินในครั้งนี้สะท้อนถึงความระมัดระวังอย่างสูง ในการคัดเลือกตัวบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อป้องกัน 'อุบัติเหตุทางการเมือง' จากข้อกฎหมายจริยธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งสัญญาณเว้นระยะห่างกับกลุ่มพรรคกล้าธรรมอย่างชัดเจน โดยใช้บรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเกราะกำบังในการตัดสินใจ






