รัฐบาล Kick Off อัดฉีดเงินกองทุนหมู่บ้าน ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง

10 ส.ค. 2569 - 21:08

  • รัฐบาล Kick Off โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง

  • เพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 77 จังหวัด

  • สร้างเงินทุนหมุนเวียน ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ

รัฐบาล Kick Off อัดฉีดเงินกองทุนหมู่บ้าน ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง

รัฐบาล Kick Off ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง อัดฉีดเม็ดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านเสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระทางการเงิน แก้หนี้นอกระบบ พัฒนาอาชีพ 
เพิ่มรายได้ให้ประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน (Kick Off) ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่งซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง    ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้า ที่จะมีความสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง สร้างเงินทุนหมุนเวียนได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโอกาสสู่คุณภาพที่ดีของชีวิตให้กับคนในชุมชนและสามารถ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบได้อย่างแท้จริง

S__54059147-1.jpg

นายอนุทิน กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน โดยมอบหมายให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 
ดำเนินโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบาย ที่มุ่งช่วยเหลือภาคประชาชนครั้งใหญ่ของรัฐบาล ผ่านกลไกของกองทุนหมู่บ้าน เพื่อมุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ประชาชนในระดับฐานรากทั่วประเทศโดยตรงภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 4,452,000,000 บาท (สี่พันสี่ร้อยห้าสิบสองล้านบาทถ้วน) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับบัญชีที่หนึ่ง ให้กับสมาชิก อย่างน้อยครึ่งนึงของอัตราที่เรียกเก็บตามสัญญา นับเป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้ถึงมือพี่น้องประชาชนโดยตรง

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติกล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานราก ต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือโดยการเพิ่มงบประมาณเพื่อเข้าไปสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกในระยะยาว และยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพ
และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและ
ชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 4,452,000,000 บาท (สี่พันสี่ร้อยห้าสิบสองล้านบาทถ้วน) ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังล่าวแล้ว

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล 
มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ปี 2556 - ปัจจุบัน)

สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีมติการลดอัตราอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน (1 รอบสัญญา) ปรับปรุงสัญญา และจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และจัดทำประกาศลดดอกเบี้ยและเอกสารประกอบโครงการ หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข
ที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้

กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สบท) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์