แผ่นดินไหว ‘1 หน่วยงาน 3 กองทุน’ หลัง ‘ภูมิใจไทย’ เสนอแก้ไข 4 ร่างกฎหมาย ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส , ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ , ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ‘รับฟังความเห็น’ เท่านั้น
ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ การยกเลิกเรียกเก็บเงินบำรุงจากผู้มีหน้าที่ชำระ ‘ภาษีสุรา-ยาสูบ’ และให้รับการจัดสรรตาม ‘งบประมาณรายจ่ายประจำปี’ แทน
จุดนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ‘ความอิสระขององค์กร’ จะหายไปหรือไม่ ? โดยเฉพาะกับ ‘ไทยพีบีเอส’ ที่ต้องไปขอ ‘งบประมาณ’ จาก ‘ภาครัฐ-ฝ่ายการเมือง’ ทำให้ถูกมองอีกว่า เป็นการเข้า ‘แทรกแซง-ควบคุมทางอ้อม’ หรือไม่ ?
ในอีกแง่ก็ถูกมองว่าเป็นการ ‘ทุบหม้อข้าว’ ของ ‘1 หน่วยงาน 3 กองทุน’ หรือไม่ ? ที่ต้องประเมิน ‘ผลสัมฤทธิ์’ จากการปฏิบัติงาน ป้องกันไม่ให้เป็น ‘แดนสนธยา’
อีกคำถาม คือ เป็นการ ‘อุ้มนายทุน’ ที่ทำธุรกิจ ‘สุรา-ยาสูบ’ หรือไม่ ?
เพราะ ‘บริษัทสุรา-ยาสูบ’ ต้องเสีย ‘ภาษีสรรพสามิต’ อยู่แล้ว แต่ 1 หน่วยงาน 3 กองทุน มีกฎหมายเฉพาะในเรียก ‘เก็บภาษีเพิ่ม’ เพื่อทำการบำรุงและบริหารองค์กร ตามกฎหมายจัดตั้งที่ให้อำนาจไว้
- ไทยพีบีเอส ร้อยละ 1.5 กำหนดรายได้สูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี หากเกินจากนี้ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
- กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) , กองทุนผู้สูงอายุ , กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ อัตราร้อยละ 2





