‘อนุทิน’ หนุน ACFTA 3.0 ชูสันติภาพ-เสถียรภาพในภูมิภาค

28 ต.ค. 2568 - 13:46

  • ‘อนุทิน’ นำทีมไทยร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน–จีน ครั้งที่ 28

  • ย้ำความร่วมมือรอบด้าน หนุนยกระดับ FTA 3.0 เสริมเศรษฐกิจสีเขียว–ดิจิทัล

  • ชูสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค

‘อนุทิน’ หนุน ACFTA 3.0 ชูสันติภาพ-เสถียรภาพในภูมิภาค

วันนี้ (28 ตุลาคม 2568) เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 3 ศูนย์ประชุม KLCC กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้นำและผู้แทนประเทศอาเซียน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงขยายโอกาสการค้า ภายใต้การยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน (ASEAN - China Free Trade Area 3.0 Upgrade) ซึ่งฝ่ายไทยลงนามโดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

จากนั้น เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ 2 ชั้น 3 ศูนย์ประชุม KLCC นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน – จีน ครั้งที่ 28

นายกรัฐมนตรียกย่องความสัมพันธ์อาเซียน - จีนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่เสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองให้กับภูมิภาค ไทยยินดีกับข้อเสนอของจีนในการกำหนดให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งอาเซียน – จีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปีของความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership: CSP)”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีนำเสนอ 3 แนวทางสำคัญ เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ดังนี้

  1. การส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนสามารถสนับสนุนอาเซียนในการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ MSMEs และขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียว การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และเกษตรอัจฉริยะ ไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินการตามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน ฉบับปรับปรุง (ACFTA 3.0) และการใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนมีส่วนร่วมของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเสริมสร้างการค้าและการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
  2. การรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม เช่น หมอกควันข้ามพรมแดน โดยอาเซียนและจีนควรยกระดับความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย การแบ่งปันข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพ เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนในภูมิภาค
  3. การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน ยึดมั่นในการเลือกเดินบนเส้นทางแห่งสันติภาพและการเจรจา ซึ่งไทยชื่นชมบทบาทของจีนในการส่งเสริมสันติภาพและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในภูมิภาค
anutin-promotes-asean-china-fta-3-and-regional-peace-SPACEBAR-Photo01.jpg

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นเมียนมาว่า ไทยพร้อมสนับสนุนความพยายามเพื่อสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ “การปรองดองอย่างแท้จริงและสันติภาพที่ยั่งยืน” รวมถึงประเด็นทะเลจีนใต้ โดยระบุว่า “ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ถือเป็นความกังวลร่วมของภูมิภาค ไทยสนับสนุนการเสริมสร้างความไว้วางใจ และการผลักดันการเจรจาจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct: COC) ที่มีผลในทางปฏิบัติ มีเนื้อหาสาระชัดเจน และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)”

นายกรัฐมนตรีกล่าวในช่วงท้ายว่า “อาเซียนและจีนสามารถร่วมกันกำหนดอนาคตที่มีความเชื่อมโยงรอบด้าน มีเสถียรภาพ และสันติสุข เพื่อประโยชน์ของประชาชนในภูมิภาคและคนรุ่นต่อไป”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์