อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ถึงการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดี ‘แตงไทย’ ที่เกี่ยวข้องกับ ยิม เลียก, วิรินยา ยิม, เบน สมิธ และแคทรียา บีเวอร์ กับพวก
ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดทั้งยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฉ้อโกงประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมและความผิดในลักษณะเป็นปกติธุระ
โดย ปปง. มีมติยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ เช่น รถยนต์ 6 คัน สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้เงิน เงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีนี้รวมทั้งสิ้น 102 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท

อนุทิน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการยึดและอายัดทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวไว้ได้มูลค่านับถึงวันนี้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่กลุ่มอาชญากรรมกลุ่มนี้กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยและสร้างความเดือดร้อนให้กับระบบเศรษฐกิจและประชาชนที่เป็นเหยื่อ เนื่องจากการกระทำความผิดนี้มีพื้นฐานมาจากเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยมองข้ามอาชญากรรมประเภทนี้
พร้อมขอยืนยันว่า “รัฐบาลนี้ ที่มีผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล เต็มใจ และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานได้ทำหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่”
อนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ตระหนักและยอมรับว่า ประชาชนตลอดจนนานาชาติมีความต้องการให้จัดการปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งภัยจากกลุ่มสแกมเมอร์มีความซับซ้อนและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงได้กำชับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย กำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำความผิด
ผู้กระทำความผิดเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล และมีเครือข่าย หรือแม้กระทั่งมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองอยู่ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้กำชับกับหน่วยงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมลักษณะนี้ว่า ให้ยึดมั่นในแนวทางการดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หากพบว่ากระทำความผิดก็จะดำเนินการทุกอย่างอย่างเข้มงวด และปราศจากข้อยกเว้น
— อนุทิน ชาญวีรกูล

อนุทิน กล่าวอีกว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเหล่านี้ จะต้องทำตามนโยบายที่ได้มอบหมายให้กับหัวหน้าส่วนราชการของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน ปปง. ก็จะมีการดำเนินการ เช่น การคุ้มครองผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดคืนให้กับผู้เสียหาย ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แล้วจะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย
พร้อมทั้งความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนขยายผล โดยมุ่งเน้นไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด นอกจากนี้จะมีการพิจารณาดำเนินการกล่าวโทษกับผู้ที่กระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงินโดยไม่มีข้อยกเว้น
เครือข่ายดังกล่าวที่มีการแถลงข่าวในวันนี้ นอกจากจะพบว่ามีการกระทำความผิดประเภทสแกมเมอร์แล้ว ยังพบว่าพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งผมขอชื่นชมอย่างใจจริงไปถึงหน่วยงานที่ทุ่มเทในการเอาผิดผู้กระทำผิด ซึ่งทำให้การปราบปรามอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีอำนาจทางการเงินอย่างมหาศาลประมาณค่าไม่ได้ ก็ไม่ได้อยู่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
— อนุทิน ชาญวีรกูล

ลั่นเปิดทางโล่ง จนท.จัดการสุดซอย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สแกมเมอร์เข้ามาในประเทศไทย โดยใช้รูปแบบ “บริษัทนอร์มินี” ให้คนไทยถือครองทรัพย์สินแทน ซึ่งถือเป็นการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย จะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า “เนื่องจากปัจจุบันนี้เรามีการตั้งกฎเกณฑ์ธุรกรรมทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ทั้งจาก ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)”
ต่อให้ไปตั้งบริษัทนอมินีหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันมีธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ สิ่งพวกนี้เรามีอำนาจในการสันนิษฐานไว้ก่อน แล้วก็จะเข้าไปตรวจสอบหน้าที่การงาน เส้นทางการเงินว่ามันไม่สอดคล้อง ก็จะนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผล ต่อให้เป็นเงินมาจากต่างประเทศ เราก็สามารถที่จะมีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน คนที่ทำผิดกฎหมายแบบนี้ ด้วยเทคโนโลยีการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐของเรา ถ้าทำผิดกฎหมาย โอกาสรอดยาก
— อนุทิน ชาญวีรกูล
ส่วนกรณีที่มีการไปจดทะเบียนเป็น “นิติบุคคล” เมื่อเจ้าหน้าที่ไปเจอแล้วกลายเป็น “บริษัทผี” นั้น
นายกฯ กล่าวว่า “ถ้าดูการแถลงวันนี้ก็ไม่ผีนะ คนชัดๆ เลย ไม่ใช่คนไม่มีตัวตน บุคคลแต่ละคนชื่อเสียงเรียงนามธรรมดาเสียเมื่อไหร่ นี่คือสิ่งที่จะต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เมื่อก่อนคนพวกนี้เข้าออกประเทศไทยสบายใจ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เราเข้มงวดเรื่องพวกนี้ขึ้นมา คนที่มีสัญชาติจีนก็ส่งกลับประเทศจีน ถ้าดูสมัยก่อน ผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองไม่ได้เข้มข้น และเปิดทางโล่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้อย่างเต็มที่ขนาดนี้”
ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นนายกฯ และเชิญหัวหน้าส่วนราชการเข้ามาประชุมร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมบอกว่าให้ดำเนินการสุดซอยเต็มที่ ไม่มีใครคนไหนที่ดูหน้าตาแล้วจะไม่อยากทำ ทุกคนเต็มใจ พึงพอใจ อยากทำ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนว่าเรื่องพวกนี้ประเทศไทยไม่เอา และรัฐบาลไม่เอา รวมถึงกลไกของรัฐบาลก็ไม่เอาด้วย ขอให้มั่นใจรัฐบาลชุดนี้ คนที่คิดว่าไปเคลียร์ตรงนั้นตรงนี้ได้ ใช้คอนเนคชั่นอะไรต่างๆ จะไม่สามารถทำได้ คนที่ทำงานก็สามารถทำด้วยความสบายใจและดำเนินการตามกฎหมายได้เต็มที่
— อนุทิน ชาญวีรกูล
เมื่อถามย้ำว่า ผู้เสียหายค่อนข้างกังวล เนื่องจากผู้ต้องหามีการตั้งทนายจากบริษัทยักษ์ใหญ่ขึ้นมาต่อสู้
นายกฯ กล่าวว่า คนนำทรัพย์สินไปคืนให้ผู้เสียหายคือภาครัฐ ผู้เสียหายไม่ต้องไปสู้กับทนายของผู้ต้องหา
ทนาย ต่อให้เก่งระดับไหน ถ้าคุณทำผิดกฎหมายชัดเจนแบบนี้ และทำให้ประชาชนมีความเดือดร้อน มันไม่มีทางที่จะชนะความผิดที่ลูกความตัวเองกระทำไปได้ ผมไม่เคยเห็น
— อนุทิน ชาญวีรกูล





