‘อนุทิน’ ยัน 8 ก.พ. ได้เข้าคูหาแน่นอน! เมิน ‘ปชป.’ ขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า”

5 ก.พ. 2569 - 19:50

  • ‘อนุทิน’ ย้ำ 8 ก.พ. เข้าคูหาแน่นอน ยันปมชายแดนไม่กระทบการเลือกตั้ง

  • บอกปล่อยคนหวั่นไหวได้ระบายบ้าง หลังฝ่ายตรงข้ามโจมตี ‘ภูมิใจไทย’ โหนกระแสรักชาติ

‘อนุทิน’ ยัน 8 ก.พ. ได้เข้าคูหาแน่นอน! เมิน ‘ปชป.’ ขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า”

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง “สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา” ซึ่งล่าสุดมีเหตุการณ์ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย ว่า “ทหารและกองทัพชี้แจงแล้ว”

ส่วนกรณีที่หลายฝ่าย “เป็นห่วงว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง” อนุทินกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว”

เมื่อถามย้ำว่าถึงความว่าจะไม่มีอะไรกระทบและสามารถจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ อนุทินส่ายหน้าพร้อมระบุว่า “ไม่มีครับ”

ส่วนกรณีที่มีฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตีเรื่องพรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสรักชาติ ใช้เรื่องชายแดนมาเป็นประโยชน์ อนุทินกล่าวว่า “คนมันหวั่นไหว ก็ปล่อยให้เขาได้ระบายบ้าง”

เมิน ‘ประชาธิปัตย์’ ขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า” ย้ำชนะด้วย ‘ความเชื่อมั่น’ ไม่ใช่ฟาดวาทกรรมด้อยค่า

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงความมั่นใจในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครครบทั้ง 9 เขต

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “เรามั่นใจว่าคนที่พรรคภูมิใจไทยส่งทุกคนเป็นคนที่รู้จักชาวบ้าน รวมถึงรู้จักพื้นที่ มีความใกล้ชิดและความน่าเชื่อถือกับชาวบ้าน ซึ่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีแนวโน้มที่ดี เพราะพวกผมเดินเข้ามาขอคะแนนพี่น้องประชาชน ก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น”

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุในทำนอง “คนใต้รักเดียวไม่เปลี่ยนพรรค” ทางพรรคภูมิใจไทยจะเจาะพื้นที่ภาคใต้ได้จริงหรือไม่นั้น อนุทิน กล่าวว่า “ทุกคนมีความเชื่อ ใครจะพูดอะไรแล้วเกิดความสบายใจ ผมจะมีความเห็นได้อย่างไร และผมถือว่าเป็นหนึ่งในคู่แข่งด้วย”

เมื่อถามว่าไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ เพราะโค้งสุดท้ายกระแสพรรคประชาธิปัตย์มาแรง อนุทิน กล่าวว่า “เราไม่เคยกังวลอยู่แล้ว เราไม่ได้ชนะด้วยการปะทะคารมกันเอง หรือไม่ได้ชนะด้วยการฟาดวาทกรรมด้อยค่าคนอื่น แต่เราชนะด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน ได้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเข้ามาแล้วทำอะไรให้กับพวกเขาบ้าง”

ส่วนเมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า” อนุทินให้ความเห็นว่า “ก็อย่างที่บอกเป็นสิทธิ และเป็นความเชื่อที่ทุกคนมีได้” พร้อมยืนยันว่า “ที่ผมมาขึ้นเวทีปราศรัย 3 วัน 2 เวที ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ไม่เกี่ยวกับการที่กระแสสีฟ้ามาแรง แต่เป็นการเดินสายไล่แต่ละจังหวัดลงมา”

ยันเดินหน้า ‘เมกะโปรเจกต์–Man-made Destination’ ทั่วประเทศ หากกลับมาเป็นรัฐบาล

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงแนวคิดการผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) ในประเทศไทย

อนุทิน ชี้แจงว่า พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีดำริว่าพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (Eastern Economic Corridor: EEC) มีศักยภาพและพื้นที่จำนวนมาก ควรพัฒนาให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเอ่ยชื่อโครงการเฉพาะเจาะจง เช่น ไม่ควรระบุชื่อเฉพาะอย่างดิสนีย์แลนด์ หรือยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เนื่องจากบริษัทระดับโลกเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ และพิจารณาปัจจัยหลายด้าน สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการคือเตรียมความพร้อมของประเทศให้ดีที่สุด ทั้งด้านคมนาคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เพื่อให้เมื่อมีนักลงทุนเข้ามา ประเทศไทยสามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาล จะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกต่อไป และจะเดินหน้าศึกษาโครงการที่เกิดขึ้นแล้วหรือโครงการที่มีศักยภาพในพื้นที่อีอีซี เพื่อนำมาพัฒนาและสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยต้องเป็นประโยชน์ร่วมกัน วิน-วิน ทั้งนักลงทุนและประเทศชาติ

เมื่อถูกถามว่า โครงการอีอีซีเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือไม่ อนุทินตอบว่า “เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่อีอีซีเท่านั้น หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาล จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าประเทศไทยมีความมั่นคง สงบสุข และมีความยั่งยืน พร้อมที่จะพัฒนาทุกภาคของประเทศไทย”

พร้อมย้ำว่า “ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนา ที่ผสมผสานกับความร่วมสมัย รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล จึงต้องนำศักยภาพเหล่านี้มาพัฒนาและต่อยอด เพื่อสร้างแรงจูงใจสูงสุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์