ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วง 17.20 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินมายังตึกบัญชาการ 1
โดย อนุทิน ระบุว่า “มาดูห้องทำงานของรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรียบร้อยหรือไม่”
ทั้งนี้ นายกฯ ได้เดินดูห้องทำงานทุกชั้น จากนั้น อนุทิน ได้ลงมาจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกับทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และ สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไปยังตึกบัญชาการ 2 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยห้องทำงานของทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกฯ และห้องทำงานที่ปรึกษานายกฯ จากนั้น นายกฯ เดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางยังได้แวะดูจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นอย่างไรบ้าง อนุทิน กล่าวว่า “คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. แล้ว”
ส่วนกรณีที่รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายวันที่ 9-10 เม.ย.แล้ว จากนั้นวันที่ 11 เม.ย. จะมีการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่นั้น อนุทิน ยอมว่า “ใช่ ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม. และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องเตรียมพร้อมในทุกส่วน และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เมื่อถามว่า มาตรการที่บอกให้ทุกกระทรวงไปดูแล้วมาเสนอต่อที่ประชุม ครม. ต้องโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง อนุทิน กล่าวว่า “ใช่ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง”
ส่วนจะลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่เมื่อใดนั้น อนุทิน กล่าวว่า “ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้อำนาจ จึงต้องรอการแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน เพราะเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง มีการใช้อำนาจนายกฯ ในการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการ จึงต้องรอให้มีการแถลงนโยบาย นี่คือเหตุผลที่พอเราแถลงนโยบายเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 10 เม.ย. เวลากลางคืน หากจะประชุมครม. ต่อเลยคงไม่ทัน จึงนัดประชุมวันที่ 11 เม.ย.”
เมื่อถามต่อไปว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ จะไปไหน อนุทิน กล่าวว่า “วนอยู่แถวนี้ ดูให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาดช่วง ได้รับทราบมาว่ามีการเตรียมวางแผนการเตรียมน้ำมัน หากมีการใช้แบบปกติทั่วไปพอแน่นอน ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ ครม. ใช้รถของตัวเองให้มากที่สุด ยิ่งใครมีรถยนต์ไฟฟ้าก็ให้เอามาใช้ช่วยกันประหยัด หากใครพร้อมได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดเรื่องมลพิษต่างๆ ด้วย
ตอนแรกผมก็ไม่อยากใช้ แต่พอมีวิกฤติน้ำมัน ครอบครัวก็บอกให้เอามาใช้เป็นตัวอย่าง เป็นสัญลักษณ์ พอเอามาลองใช้ก็ติด สะดวกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมัน ใครมีความพร้อมก็เป็นการประหยัดอีกทางหนึ่ง ประหยัดกว่าน้ำมันแน่นอน
ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ ขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล ถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ได้หยุดรถแล้วลดกระจกพูดคุยกับชายวัยกลางคนที่ยืนถือป้ายข้อความว่า “ท่านนายกฯ ครับ ช่วยจับคนโกงเงินประชาชน เมื่อท่านรู้แล้วทำไมจึงนิ่งเฉยแบบนี้ คนจนต้องการเงินที่ส่งไปแล้วขอคืนด้วยครับ” และ “ท่านอย่าปกป้องคนโกง เงินคนจนมีรายชื่อทำไมไม่จับ” ซึ่งพบว่ามายืนเกือบทุกวัน
โดย อนุทิน ได้สอบถามว่า ได้ทำเรื่องเข้ามาแล้วหรือยัง ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า “ทำเรื่องไว้แล้วแต่มันเงียบ” อนุทิน จึงตอบไปว่า “กลัวเป็นลมเป็นแล้งยืนทั้งวันเลยหรือ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยืนทุกวันเลยครับ ผมต้องการความถูกต้อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อน” จากนั้น นายกฯ ได้ขับรถเดินทางกลับ




