‘อนุทิน’ กำชับผู้ว่าฯ ทั่วไทย เตรียมแผนรับมือ - เร่งช่วยผู้ประสบภัย

27 ก.ย. 2569 - 16:48

  • ‘อนุทิน’ ประชุมด่วน ‘ผู้ว่าฯ’ ทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

  • กำชับดูแลผู้ประสบภัยมาตรฐานที่สูง ‘อาหารต้องดี-เตือนภัยต้องชัด-เร่งจ่ายเงินเยียวยาไม่ให้รอนาน’

‘อนุทิน’ กำชับผู้ว่าฯ ทั่วไทย   เตรียมแผนรับมือ - เร่งช่วยผู้ประสบภัย

‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางเพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ‘เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ - วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ‘อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์’ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

‘อนุทิน’ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเน้นย้ำสิ่งสำคัญของการบรรเทาสาธารณภัย คือ การให้บริการและช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรฐานที่สูง ทั้งด้านที่พักอาศัย สถานที่พักพิง อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน  

โดยให้ ‘ผู้ว่าราชการจังหวัด’ กำชับส่วนราชการและนายอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจตราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใช้เครือข่ายในพื้นที่ร่วมทำงาน เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ และความเดือดร้อนของประชาชนถึงระดับหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรและและเครื่องจักรกล ยานพาหนะที่มีอยู่ลงไปในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นกรณีที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  

หากพื้นที่จังหวัดใดเกิดภัยพิบัติหรืออุทกภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้มีการประสานงานกับกรมบัญชีกลางแล้วว่า หากเป็นกรณีมีความร้ายแรงที่จำเป็นต้องขอขยายวงเงินทดรองราชการ ให้รีบแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งดำเนินการ 

พร้อมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเน้นย้ำว่า ‘ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่’  

สำหรับจังหวัดที่ยังไม่มีสถานการณ์ ให้มีการเตรียมการรับมืออย่างเต็มกำลัง โดยประเมินความเสี่ยงและจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้า 'ไม่รอให้เกิดเหตุการณ์ก่อนแล้วดำเนินการแก้ไขในภายหลัง' และต้องมีระบบการรายงานผลกลับมายังผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนสื่อสารและรายงานสถานการณ์มายังหน่วยงานส่วนกลางอย่างทันต่อเหตุการณ์ เนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องระดับความรุนแรง ความเสี่ยงของประชาชน ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและอาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ยิ่งจำเป็นต้องรายงานโดยทันที และต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันที่ครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือประชาชน อุปสรรคและปัญหาในการปฏิบัติงานในพื้นที่ และการขอรับการสนับสนุน 

หลักสำคัญในการปฏิบัติงานคือ "ยึดถือการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ" และในด้านการเยียวยา ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เร่งประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะมีระบบ 'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' มาเป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา จึงให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งเตรียมการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มศักยภาพที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานและเจตนารมณ์ที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์