‘เขยสถาปนิก’ ชายคา ปชป. ‘อนุชา’ ลูกเขย ‘กฤษฎา’ อดีต ผู้ว่าฯ กทม. ค่าย ‘พลังธรรม’

16 พ.ค. 2569 - 14:54

  • ปชป. เปิดตัว "อนุชา บูรพชัยศรี" ลงชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. หากมองลึก "โปรไฟล์ จะพบ "สายสัมพันธ์" ถึง “ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา” อดีตผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะ "ลูกเขย" เพราะ “อนุชา” เป็นสามี “สุดารัตน์ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา” บุตรสาว ร.อ.กฤษฎา

‘เขยสถาปนิก’ ชายคา ปชป. ‘อนุชา’ ลูกเขย ‘กฤษฎา’ อดีต ผู้ว่าฯ กทม. ค่าย ‘พลังธรรม’

พลันที่ค่าย "พระแม่ธรณี" ขยับหมากตัวสำคัญ เปิดตัว "อนุชา บูรพชัยศรี" ลงชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. เสียงวิพากษ์ก็ตามมาติดๆ ว่านี่คือ "ม้าเต็ง" หรือเพียง "ม้าสำรอง" ในสนาม กทม. ครั้งนี้ ที่ในอดีต ปชป. เป็น “เจ้าของพื้นที่”

หากวิเคราะห์ลึกถึง "โปรไฟล์" ในเชิงโครงสร้างและวัฒนธรรมการเมืองไทย ความโดดเด่นของ อนุชา ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาหรือโฆษกรัฐบาล ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีต สส.กรุงเทพฯ ปชป. 2 สมัย อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 สมัย

รวมทั้งโปร์ไฟล์จบ ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ University of Adelaide , ปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ University of Leeds และ สถาบันบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาฯ เคยเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชน ด้านวิศวกรรม

แต่ที่ลึกกว่านี้คือ "สายสัมพันธ์" ที่เชื่อมโยงไปถึง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ผู้ล่วงลับอย่าง ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ผู้ว่าฯ กทม. ปี 2535–2539 ในฐานะ "ลูกเขย" เพราะ อนุชา เป็น สามี สุดารัตน์ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา บุตรสาว ร.อ.กฤษฎา

ถอดรหัส "พ่อตา" สถาปนิกแห่ง MIT

หากจะวัดดีกรี "พ่อตา" ของ “อนุชา” มีชื่อเสียงใน “วงการสถาปัตย์” โดย กฤษฎา จบจาก สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ทั้งปริญญาตรี และ ปริญญาโท ต่อมาได้รับทุน รัฐบาลฝรั่งเศส ไปศึกษาด้านสถาปัตยกรรมที่ Ecole de Beaux-Arts และดูงานสถาปัตยกรรม 6 เดือน ก่อนจะสวมเครื่องแบบรับราชการทหาร กรมยุทธโยธาทหารบก จนถึงยศ ร้อยเอก

ก่อนโอนมาเป็นอาจารย์สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ม.ศิลปากร อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม , อดีตอุปนายกของสภาสถาปนิกเอเซีย (ARCASIA)

จากนั้นเข้าสู่ กทม. ตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายโยธา ยุค พล.ต.จำลอง ศีเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ต่อมา กฤษฎา ได้ลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคพลังธรรม ซึ่งได้รับการเลือกตั้ง

ในโลกธุรกิจ กฤษฎา คือผู้ก่อตั้ง บริษัท คาซา (CASA) เจ้าของผลงานออกแบบที่เป็น "แลนด์มาร์ก" สำคัญของกรุงทพฯ  เช่น อาคารใหม่สวนอัมพร, ตึกไอบีเอ็ม, สำนักงานใหญ่การบินไทย ห้างเซ็นทรัลชิดลม-หัวหมาก และ ห้ามมาบุญครอง หรือ เอ็มบีเค

ลูกเขย "วิศวะ" พ่อตา "สถาปัตย์" ปลายทาง “ผู้ว่าฯ กทม.”

เมื่อหันมามอง "ลูกเขย" อย่าง อนุชา บูรพชัยศรี ก็นับว่าโปรไฟล์เดินตาม ด้วยดีกรีวิศวกรรมเครื่องกลจาก Adelaide พ่วงท้ายด้วยปริญญาโทด้านพลังงานและการเผาไหม้จาก University of Leeds ประเทศอังกฤษ

ภาพที่ปรากฏจึงกลายเป็นการบรรจบกันของสองศาสตร์สำคัญในการสร้างเมือง ฝ่ายหนึ่ง พ่อตา คือ นักสร้างสรรค์รูปทรงและผังเมือง (สถาปัตยกรรม) อีกฝ่ายหนึ่ง ลูกเขย คือ นักคำนวณและขับเคลื่อนกลไก (วิศวกรรม)

การกระโดดเข้าสู่ สนามเสาชิงช้า ของ อนุชา ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการ "พื้นที่คืน" แต่คือบทพิสูจน์ว่า "ดีเอ็นเอ" ของสถาปนิกผู้สร้างเมืองในอดีต เมื่อมารวมกับวิสัยทัศน์ของวิศวกรรุ่นใหม่ จะสามารถ "รีโนเวท" กรุงเทพฯ ให้ถูกใจคนกรุงได้หรือไม่ ?

งานนี้ "สายสถาปัตย์ฯ" กับ "สายเครื่องกล" จะส่งเสริมให้เข้าป้าย หรือ จะถูกกระแสการเมืองพัดหายไป เพราะคู่แข่งอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ดีกรี “วิศวกรรมโยธา” จาก MIT สถาบันเดียวกับ “พ่อตา” ของ “อนุชา” แค่คนละคณะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์