ก่อนหน้านี้ ‘ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถือเป็นหนึ่งใน สส.พรรคประชาชน ที่เป็น ‘หัวหอก’ ในการติดตามและตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอภิปรายและตั้งข้อสังเกตว่า โครงการ TH-AI Passport อาจมีปัญหาเรื่องการล็อกสเปก (TOR) ความคุ้มค่าของงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การคุ้มครองข้อมูลประชาชน ซึ่งประเด็นนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมตรวจสอบโครงการอย่างจริงจังด้วย
แต่ระหว่างนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก็ได้แถลงคดี Forex มีเชื่อมโยงชื่อของ ‘ภาวุธ’ แต่ก็ยัง ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา และถือว่า ยังไม่เป็นผู้ต้องหา ซึ่ง ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชนเอง ก็ยืนยันให้เดินหน้าตรวจสอบ TH-AI Passport ต่อ
ต่อมา ปรากฏภาพ ‘ภาวุธ’ เข้าร่วมพูดคุยกับ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อผลักดันการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ร่วมกัน จนเกิดกระแสวิจารณ์ในโลกออนไลน์
สุดท้าย ก็เกิดดรามา ‘AI Passport’ จนได้ เมื่อ ‘ภาวุธ’ โพสต์ในลักษณะที่ทำให้หลายฝ่ายเข้าใจไปว่า พรรคประชาชนจะถอนตัว? หรือไม่ร่วมตรวจสอบต่อ? แถมท่าทีดังกล่าว ยังถูกมองว่า ‘กลับลำ‘ จากจุดยืนเดิมที่วิจารณ์โครงการอย่างหนัก จนกระทั่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ที่มองว่า ‘ภาวุธ’ ลืมเรื่องล็อกสเปก TOR ไปแล้วหรือ?
ด้วยเหตุนี้เอง ‘รักชนก ศรีนอก’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จึงไม่เห็นด้วยกับการสื่อสารของ ‘ภาวุธ’ พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาชนยังเดินหน้าตรวจสอบเต็มที่ ก่อนเกิดวิวาทะระหว่างทั้งสองฝ่าย จากความสงสัยที่ว่า ‘กลับลำ’ หรือไม่? พร้อมตั้งคำถามอีกว่า ‘ภาวุธ’ เป็นฝ่ายการเมืองที่วิจารณ์โครงการมาตลอด พอโดนคดีแล้วน้ำเสียงเปลี่ยนไป “ไม่อายตัวเองหรือไง”
‘ภาวุธ’ ชี้แจงเรื่องนี้ทันทีว่า ไม่เคยสนับสนุนโครงการแบบไม่มีเงื่อนไข โดยจุดยืนคือ คัดค้านเฉพาะส่วนที่ไม่โปร่งใส ซึ่งหากรัฐบาลแก้ไข TOR และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้อง ก็สามารถดำเนินโครงการได้ พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักการ ไม่ใช่การคัดค้าน AI หรือการพัฒนาเทคโนโลยีโดยสิ้นเชิง
ก่อนเรื่องจะลุกลามบานปลาย ‘ณัฐพงษ์’ รีบออกมาเบรกสถานการณ์ โดยให้สัมภาษณ์เชื่อว่า ไม่มีการแลกคดี เพียงแต่เป็นการสื่อสารที่ระมัดระวังมากพอ พร้อมย้ำว่า พรรคประชาชนยังเดินหน้าตรวจสอบ TH-AI Passport เหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนจุดยืนของพรรค
สุดท้าย ‘ภาวุธ’ ก็ต้องออกมาโพสต์ขอโทษที่ทำให้หลายฝ่ายเข้าใจผิด โดยยืนยันว่า ยังตรวจสอบโครงการต่อ ไม่มีการถอนตัว และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายที่ต้องการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ
แม้จะมีคำขอโทษออกมาแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นบทเรียนของฝ่ายค้าน ที่นอกเหนือจากการตรวจสอบรัฐบาล ด้วยข้อมูลหรือข้อเท็จจริงแล้ว แต่อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ ต้องรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนไว้ให้ได้ด้วย




