‘บิ๊กดุล’พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จาก รมช.กลาโหม ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ใน ‘ครม.อนุทิน2’ เรียบร้อย
แม้ว่า ‘บิ๊กดุลย์’ จะเป็น “พลโท” แต่ภายในกองทัพก็มี ‘เพื่อน ตท.26’ ที่เป็น 2 ผบ.เหล่าทัพ คือ ‘บิ๊กปู’พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เกษียณฯปี 70 ซึ่งใน ทบ. เป็นยุค ตท.26 นั่งตำแหน่งสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ระดับ 5 เสือ ทบ. ลงไปถึงแม่ทัพภาคที่ 2-3-4 ได้แก่ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และระดับเจ้ากรม ล้วนเป็น ตท.26 จำนวนมาก
ที่สำคัญมีการมองว่า พล.อ.พนา ได้วาง ‘บิ๊กเต้’พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เพื่อน ตท.26 เป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป เกษียณฯ ปี 71
ส่วน ตท.26 อีกคน คือ ‘บิ๊กคิม’พล.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. เกษียณฯ ปี 71
โดย ‘บิ๊กดุลย์’ จะต้องทำงานกับ ‘รุ่นพี่ ตท.24’ ได้แก่ ‘ปลัดหนุ่ย’พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกลาโหม และ ‘บิ๊กเฟื่อง’พล.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ทั้งคู่เกษียณฯ ก.ย.69
และ ตท.24 อีกคน คือ ‘บิ๊กหยอย’พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด เกษียณฯ ก.ย.70 โดยมีแคนดิเดต ผบ.สูงสุด คนต่อไป คือ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร ตท.26
หาก ‘บิ๊กดุลย์’ เป็น รมว.กลาโหม ก็จะไม่ต้องมี รมช.กลาโหม เพราะจะยิ่งกินโควต้าเก้าอี้ รมต. ของ ‘ภูมิใจไทย’
ทำให้ ‘บอร์ด 7 เสือกลาโหม’ ที่พิจารณา ‘โยกย้ายนายพล’ เหลือ ‘6 เสือกลาโหม’ แบ่งเป็น ตท.24 และ ตท.26 รุ่นละ 3 คน ในการพิจารณา ‘โผนายพล’ ก.ย.69 เรียกว่า ‘ตท.คนละครึ่ง’
จับตา ก.ย.69 โผทหารปลายปี เก้าอี้ ผบ.ทร. มีอยู่แคนดิเดต 4 คน ได้แก่
รองอ๋อย-พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รอง ผบ.ทร. - ตท.25 (เกษียณฯปี 70)
ผบ.โอ๋-พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผบ.กองเรือยุทธการ - ตท.26 (เกษียณฯปี 70)
ผู้ช่วยเอก-พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. - ตท.26 (เกษียณฯปี 71)
เสธ.ต้น-พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล. เสนาธิการทหารเรือ - ตท.27 (เกษียณฯปี 71)
ส่วนเก้าอี้ ‘ปลัดกลาโหม’ มีการมองอยู่ 2 แคนดิเดต ตท.26 ทั้งคู่ คือ พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกลาโหม เติบโตในสำนักงานปลัดกลาโหมมายาวนาน กับ เสธ.ปูด้วง-พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ที่มีแนวโน้มอาจถูกโยกออกจาก ทบ. มาเป็น ปลัดกลาโหม ก่อนเกษียณฯปี 70
ดังนั้นจึงต้องจับตา ตท.26 จะคุม ‘กลาโหม - ทุกเหล่าทัพ’ ในอนาคต หรือไม่ ?
สำหรับ ‘บิ๊กดุลย์’ เติบโตจากร.23 พัน.4 ที่ตั้งใน จ.บุรีรัมย์ จนขึ้นเป็น ผบ.ร.23 พัน.4 เคยเป็นอดีต ผบ.พล.ร.6 - ผบ.กลล.สุรนารี ดูแลพื้นที่ ‘อีสานใต้’ จนขึ้นเป็น ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ แล้วเกษียณฯ ในตำแหน่งนี้
ในอดีตเคยผ่านเหตุการณ์รบ ‘ไทย-กัมพูชา’ หลายครั้ง โดยเฉพาะปี 2551-52 ผ่านศึก ‘เขาพระวิหาร’ และปี 54 เป็น ผบ.ฉก.ทหารพรานที่ 26 ดูแลชายแดน ‘บุรีรัมย์-สุรินทร์’ ผ่านสมรภูมิ ‘ปราสาทตาควาย-ตาเมือนธม’
‘บิ๊กดุลย์’ ถูกมองว่าเป็น ‘สายตรงบุรีรัมย์’ เพราะโต ร.23 พัน.3 ที่ จ.บุรีรัมย์ และเคยร่วมกิจกรรม ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ ด้วย อีกทั้ง ‘บิ๊กดุลย์’ เป็นเพื่อน วปอ.61 กับ ‘อนุทิน’ ด้วย
ดังนั้นชื่อ ‘บิ๊กดุลย์’ จึง ‘สมดุล’ ทั้ง ‘การเมือง-กองทัพ’ เสริมแกร่งทั้ง 2 ฝ่าย เปรียบเป็น ‘โซ่ข้อกลาง-ไร้รอยต่อ’ การเข้าสู่ยุคทอง ตท.26
แต่สิ่งที่ระวังอาจสะท้อนกลับ คือ ‘แรงกดทับ’ ภายใน ‘พี่น้อง ตท.’ ด้วยกันเอง ในรุ่นใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะ ตท.25-27 ที่ถูก ‘รุ่นน้อง-รุ่นพี่’ เบียดขึ้นตำแหน่ง รวมทั้ง ‘สายอำนาจ’ ภายในกองทัพจะเปลี่ยนหรือไม่ ? โดยเฉพาะ ทบ. ซึ่งอยู่ที่ พล.อ.พนา จะวางสมดุลแต่ละสายอย่างไร ? และ พล.ท.อดุลย์ จะวางสมดุลภาพรวม ‘กองทัพ-การเมือง’ ต่อไปอย่างไร ?



.jpg&w=3840&q=75)
