อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 เบอร์ 9 ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงบริเวณถนนเยาวราช ท่ามกลางการต้อนรับอย่างคึกคัก
โดยอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่หาเสียงเยาวราช ถึงพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพมหานคร ว่า “ทั้งกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยสนับสนุนเรามานานพอสมควรในหลายสมัย แต่แน่นอนว่าจากผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ จึงทำให้ครั้งนี้ต้องทำงานหนัก แต่ในทุกเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะมีผู้สมัครที่ตัดสินใจเข้ามาลงสมัคร ยังเป็นคนใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาส”
ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีการแบ่งเวลาลงพื้นที่หาเสียงอย่างไรให้ทั่วถึง เพราะต้องไปดีเบตในรายการโทรทัศน์ และใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายด้วย? อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพียงแต่ที่ปรับเวลาไม่ได้คือกรณีที่ต้องไปดีเบตตามสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ นอกจากนั้นเราก็พยายามจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ในแง่ของการเดินทางไปปราศรัยต่างจังหวัด ส่วนระยะเวลาที่เหลือสอดแทรกตรงไหนได้ ก็สามารถมาเดินลงพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้อยู่แล้ว” โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีการจัดปราศรัยใหญ่ 2 ครั้ง คือ วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม ที่สวนเบญจสิริ และวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่วัน แบงค็อก
เมื่อถามถึงยุทธศาสตร์ดาวกระจายเพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศได้วางแผนอย่างไรบ้าง? อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “จริง ๆ แล้วมีผู้ที่สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ แม้กระทั่งอดีต สส. และอดีตรัฐมนตรี ที่พร้อมมาช่วย อย่างในพื้นที่ภาคใต้มีผู้อาวุโสหลายท่านที่จะเดินสายไปพบปะกับประชาชน”
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายเฉพาะสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อเอาใจคนกรุงฯ หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มีนโยบายตอบโจทย์คนกรุงฯ แต่อย่าถามว่านโยบายหนึ่งนโยบายใด เพราะกรุงเทพฯ มีความหลากหลายมาก แต่ละกลุ่มก็มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน เช่น คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานอยู่แล้ว เราก็มีนโยบายในเรื่องลดภาษี 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี จากเดิม 20,000 กว่าบาท สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ ไม่มีสัญญา เราจะทำให้เกิดการทำสัญญาเพื่อความมั่นคงทางอาชีพมากขึ้น สามารถไปกู้ได้”
พร้อมเผยว่า “สำหรับคนที่ต้องดูแลผู้สูงวัย หรือตัวผู้สูงอายุเอง ก็มีนโยบายที่ตอบโจทย์ในเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การปรับปรุงบ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีบ้านแต่ไม่มีรายได้ สามารถนำบ้านไปแปลงเป็นสินทรัพย์ เป็นเงินมาเลี้ยงชีพได้ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายของคนกรุงฯ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องของฝุ่น PM 2.5”
เมื่อถามว่าหลายพรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายอย่างไร? อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “พรรคมีนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ไม่ได้เจาะจงอยู่ที่เมืองกรุง เพราะเราพูดถึงการที่จะขุดลอกแม่น้ำสายที่ 2 เพื่อเป็นทางระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็คงต้องประสานงานกับกรุงเทพมหานครและท้องถิ่นในอีกหลายเรื่อง”
นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยระบุว่า “รู้สึกดีที่ได้กลับลงมาสู่สนามเลือกตั้ง เพราะประชาชนให้การตอบรับที่ดี และจากการที่ไปพบประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ต่าง ๆ ให้การต้อนรับอบอุ่น และเชื่อว่าพรรคจะได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลแปลเป็นจำนวนของ สส.แบบบัญชีรายชื่อที่มากขึ้นอย่างแน่นอน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการเดินรณรงค์ขอเสียงสนับสนุน มีประชาชนได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องคอมอบให้กับอภิสิทธิ์ จากนั้นได้นำพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ของพรรค เขต 1 เบอร์ 9 พร้อมคณะ ไหว้ที่ศาลเจ้าโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี
โดยทันทีที่เดินทางมาถึงร้านข้าวต้มปลาเจ้าเก่าแปลงนาม พ่อค้าในพื้นที่ได้พูดกับอภิสิทธิ์ ว่า “นายกคนที่ 33 มาแล้วครับ” และขณะที่เดินหาเสียงอยู่นั้น ได้มีประชาชนที่อยู่บริเวณภัตตาคารหูฉลาม ไชน่าทาวน์ สกาล่า ตะโกนเสียงเชียร์ข้ามมาจากอีกฝั่งถนนว่า “เบอร์ 9 เบอร์ 9” อภิสิทธิ์ได้โบกมือตอบรับ ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งข้ามถนนมาหา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น


