เรียกว่ากลายเป็นประเด็นให้ถกเถียงอีกแล้ว สำหรับการตัดสินใจเรื่องของการเก็บภาษีจาก ‘กรมสรรพากร’ ที่เตรียมร่าง พ.ร.บ. เก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศทางอากาศ 1,000 บาทต่อครั้ง โดยมีเพดานสูงสุดอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งจะเป็นการบวกรวมเข้าไปในค่าตั๋วเครื่องบินเลย และจะมีผลกับผู้เดินทาง ‘ทุกสัญชาติ’
การตัดสินใจในครั้งนี้ทางหน่วยงานออกมาเปิดเผยว่าเป็นการหวังเพิ่มความยืดหยุ่นทางการคลังในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต โดยทางด้านอธิบดีกรมสรรพากรได้มีการอนุมัติการดำเนินการจัดการให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
โดยในระยะเริ่มต้นจะจัดเก็บเฉพาะการเดินทางทางอากาศด้วยอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง และมีการกำหนดเพดานจัดเก็บสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง ในขณะที่การเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยทางบกและทางน้ำจะยังได้รับการยกเว้นภาษีในช่วงแรกอยู่
สำหรับในอดีตต้องบอกว่าไทยเคยจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อปี 2526 เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเงินตราต่างประเทศออกนอกราชอาณาจักรเกินสมควรเพื่อรักษาดุลการชำระเงินของประเทศ ด้วยการจัดเก็บอัตราทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท ส่วนทางบกและทางน้ำครั้งละ 500 บาท โดยต่อมาได้มีการยกเว้นภาษีทางบกและทางน้ำในปี 2529 และทางอากาศในปี 2534
แน่นอนว่าจากประเด็นนี้ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนคนไทยมากมาย โดยส่วนมากก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าทำไมต้องเก็บ หรือถ้าจะเก็บจริงๆ ก็ไม่ควรแพงเท่านี้หรือเปล่า เพราะคิดว่าจะมีผลกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่ต่างประเทศ แต่จะรวมถึงในประเทศด้วย ซึ่งในส่วนของต่างประเทศ คนไทยอาจลดการเดินทางไปต่างประเทศลงถ้าพบแล้วว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น อาจจะเปลี่ยนมาเที่ยวไทยแทน
ในขณะที่ผลกระทบกับการท่องเที่ยวในประเทศ อาจจะเกิดขึ้นกับ ‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ เพราะในปัจจุบันก็มีค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวขาเข้าอยู่แล้ว 450 บาท และหลังจากนี้อาจจะต้องจ่ายขาออกเพิ่มอีกเบื้องต้น 1,000 บาท ดังนั้นเขาอาจจะรู้สึกว่าการมาเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายรายการ ซึ่งถ้าไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่าง สิงคโปร์, มาเลเซีย หรือ อินโดนีเซีย ที่ถ้าหากเขาไม่มีหรือมีน้อยกว่า ก็จะทำให้ไทยเสียเปรียบ และส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ
สุดท้ายต้องบอกว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นร่างที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นอยู่ ยังไม่ได้มีการออกกฎหมายที่ใช้จริง โดยทุกคนสามารถเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้ ที่นี่





