สรุปประเด็นอินฟลูฯ ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ กับดราม่ายาแนวในเทศกาลสงกรานต์ การเล่นพิเรนทร์พาผู้อื่นเสี่ยงอันตราย

29 เม.ย. 2569 - 13:00

  • กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมการเล่นพิเรนทร์หวิดทำให้คนตาบอดได้ของ เบิร์ด วันว่างๆ อินฟลูฯ ชาวไทยที่นำเอายาแนวกระเบื้องมาเล่นสงกรานต์ที่งานวันไหลพระประแดงปี 2569 แทนดินสอพอง

สรุปประเด็นอินฟลูฯ ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ กับดราม่ายาแนวในเทศกาลสงกรานต์ การเล่นพิเรนทร์พาผู้อื่นเสี่ยงอันตราย

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ที่อำเภอพระประแดง กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของสังคมออนไลน์เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ เผยแพร่คลิปคอนเทนต์ขณะร่วมเล่นน้ำโดยนำ ‘ยาแนว’ ยี่ห้อดังมาผสมน้ำและใช้ป้ายหรือสาดใส่ผู้อื่นแทนดินสอพอง  

ภาพที่ดูเหมือนเป็นความสนุกสนานกลับจุดชนวนความกังวลในวงกว้างเนื่องจากวัสดุดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับงานก่อสร้าง มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์และสารเคมี ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นมาให้สัมผัสร่างกายโดยตรงโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีผู้คนจำนวนมากอยู่ร่วมกันในพื้นที่สาธารณะ 

ประเด็นนี้ไม่ได้ถูกตั้งคำถามเพียงในเชิง ‘ความเหมาะสม’ แต่ยังขยายไปสู่เรื่อง ‘ความปลอดภัย’ อย่างชัดเจน เพราะสารประกอบของยาแนวสามารถก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง แสบตา และส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้หากสัมผัสหรือสูดดมในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ยิ่งในบริบทของเทศกาลที่มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากความเสี่ยงดังกล่าวยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่า ทำให้หลายฝ่ายมองว่าคอนเทนต์ลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงความคึกคะนองแต่อาจเข้าข่ายพฤติกรรมที่สร้างอันตรายต่อผู้อื่น 

สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีรายงานว่า ‘เกิดผู้เสียหายจริง’ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ที่ได้รับผลกระทบบางรายระบุว่าโดนสารลักษณะคล้ายยาแนวเข้าตาจนเกิดอาการแสบและระคายเคืองอย่างหนัก ขณะที่บางรายมีอาการระคายเคืองผิวหนังและเส้นผมจนต้องรีบล้างทำความสะอาดหลายครั้งและอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย ข้อเท็จจริงนี้ทำให้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงการถกเถียงในโลกออนไลน์แต่กลายเป็นกรณีที่มีผลกระทบเกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คน 

ภายหลังเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ ออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่ใช้ในคลิปไม่ใช่ยาแนวจริงแต่เป็น ‘แป้งมัน’ ที่นำไปใส่ในบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างคอนเทนต์ และพยายามยืนยันความปลอดภัยด้วยการทดลองกินให้ดู อย่างไรก็ตามคำอธิบายดังกล่าวไม่สามารถลดกระแสความกังวลลงได้ทั้งหมดเนื่องจากหัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่เพียงแค่วัสดุที่ใช้จริงแต่คือ ‘ภาพและพฤติกรรมที่ถูกสื่อออกไป’ ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมบางส่วนเข้าใจผิดและนำไปสู่การเลียนแบบโดยไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง 

ขณะเดียวกันแบรนด์เจ้าของผลิตภัณฑ์ยาแนวที่ถูกนำมาอ้างอิงในคอนเทนต์ได้ออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่สนับสนุนการนำสินค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และขอความร่วมมือให้ยุติการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้เล่นสงกรานต์ในพื้นที่แต่ยังลุกลามไปถึงภาพลักษณ์ของสินค้าและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 

กรณีนี้จึงสะท้อนประเด็นสำคัญของยุคสื่อสังคมออนไลน์อย่างชัดเจนโดยเฉพาะ ‘ความรับผิดชอบของผู้ผลิตคอนเทนต์’ ในการประเมินความเสี่ยงก่อนเผยแพร่ แม้ความแปลกใหม่หรือการสร้างความช็อกจะช่วยดึงดูดความสนใจได้ในระยะสั้นแต่หากขาดการคำนึงถึงผลกระทบต่อสาธารณะก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากจะควบคุม โดยเฉพาะเมื่อผู้ติดตามสามารถเลียนแบบพฤติกรรมได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง 

ท้ายที่สุดดราม่าของ ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ จึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะบุคคลแต่เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นว่าในโลกที่ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตสื่อได้ ‘ความรับผิดชอบ’ ต้องเดินควบคู่ไปกับ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ เสมอ เพราะความสนุกหรือยอดวิวไม่ควรถูกให้ความสำคัญเหนือความปลอดภัยของผู้อื่น และคอนเทนต์ที่มีคุณค่าในระยะยาวคือคอนเทนต์ที่ไม่สร้างความเสี่ยงต่อสังคมโดยรวม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์