ฮาวทูกู้โลกรวน - วิธีที่ 14 จัดบ้าน (รื้อความรก ด้วยความรักษ์)

21 ม.ค. 2568 - 20:22

    ecoeyes_how_to_heal_the_planet_house_cleaning_SPACEBAR_Hero_191e4030a7.jpg

    ฮาวทูกู้โลกรวน ฉบับพูดง่าย ทำยาก

    วิธีที่ 14 จัดบ้าน (รื้อความรก ด้วยความรักษ์)

    ของไม่ใช้เต็มบ้าน สร้างความบานปลายให้โลก

    แนะนำ: โลกดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการจัดบ้านและ ‘แบ่งปันทรัพยากร’ ที่ไม่ใช้ให้คนที่ต้องการ

    Eco_Eye_Project_INFO_Template_D_14_61e494d845.jpg

    WHAT (เกิดอะไรขึ้นอ่ะ?) 

    #กองดอง ไม่ใช่แค่เรื่องหนังสือ แต่เกือบทุกสิ่ง ไม่ว่าเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ แก้วน้ำ ของเล่น ถุงผ้า ฯลฯ ที่เป็นของใช้ก็ถูกดองเช่นกัน

    ลองสำรวจสิ่งของในบ้านดู คุณจะพบว่าเราซื้อของที่เกินจำเป็น และเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้มากแค่ไหน

    “เราซื้อเสื้อผ้ามากขึ้น 500% เมื่อเทียบกับช่วงยุค 80s”

    — The Wall Street Journal

    “62 ล้านตัน คือขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกผลิตในปี 2022 เพิ่มขึ้น 82% จากปี 2010”

    — GLOBAL E-WASTE MONITOR 2024 by United Nations Institute for Training and Research

    ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ถ้าในบ้านของใครหลายคนจะเต็มไปด้วยสิ่งของที่ไม่จำเป็นวางกองอยู่มุมนั้นมุมนี้ และจำนวนไม่น้อยก็ถูกซุกในซอกหลืบจนลืมว่า “เอ๊ะ! ไปซื้อมาตอนไหนเนี่ย!?”

    เชื่อเถอะว่า ไม่ใช่มีแค่บ้านคุณที่รก แต่บ้านคนอีกจำนวนไม่น้อยก็รกเหมือนคุณ หรืออาจถึงขั้นเละเทะรุงรังยิ่งกว่า

    ถ้าสาวปัญหาบ้านที่รกเพราะของเต็มบ้านจะพบว่า มีต้นตอมาจากการบริโภคที่ล้นเกิน (Over-Consumption) ซึ่งมีที่มาจากแนวคิดเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (ที่ขับเคลื่อนโลกอยู่ในวันนี้) ที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการผลิตและบริโภค ผ่านกลไกการสร้างความต้องการของนักโฆษณาและนักการตลาด

    pexels_freestocks_1366594_47a64975f6.jpg
    Pexels.com

    เราจึงถูกสื่อรอบตัวกระตุ้นให้ซื้อของใหม่ (ที่แปะป้ายว่า ดีกว่า ใหม่กว่า เก๋กว่า ทันสมัยกว่า หรือแม้กระทั่งยั่งยืนกว่า) ตลอดเวลา

    รู้ตัวอีกที ก็พบว่าตัวเองซื้อของมามากมาย และสุดท้ายของที่เกินจำเป็นเหล่านั้นก็กลายเป็นภาระที่ต้องจัดการอะไรสักอย่าง (เพราะไม่มีที่จะเก็บแล้ว)

    ปัญหาบ้านรกรุงรังนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกเลยล่ะ ถ้าไม่ใหญ่เบอร์นั้น คนโด มาริเอะ ผู้เขียนหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว (the life-changing magic of tidying up) ก็คงไม่กลายเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสารไทม์ส ประจำปี 2015 หรอกว่ามะ?

    PIC_04_5d23f2e8a4.jpg
    คนโด มาริเอะ. IMDb

    WHY (ทำไมโลกร้อนล่ะ, เกี่ยวไร?)

    บทความของ ยูนิเซฟ ระบุชัดว่า การบริโภคมากเกินไป (Over-Consumption) ในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก กำลังทำลายสิ่งแวดล้อมของเด็กๆ ทั่วโลก

    ประเทศร่ำรวยที่ว่าคือประเทศไหนบ้าง ข้อมูลจาก Statista เผยให้เห็นแผนที่ประเทศที่สร้างขยะทั่วโลก (กิโลกรัม: ประชากร 1 คน) พบว่า ประเทศที่ก่อขยะในอันดับหัวตารางส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี

    เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน เป็นต้น

    PIC_01_e0694f0a9a.jpeg
    Statista.com

    ขณะที่รายงาน The Global E-waste Monitor 2024 หรือสถานการณ์ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่าภูมิภาคที่ร่ำรวยอย่างทวีป ยุโรป ก่อปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด ตามมาด้วยโอเชียเนีย (ภูมิภาคที่รวมออสตราเลเชีย, เมลานีเชีย, ไมโครนีเชีย และพอลินีเชีย) อเมริกา, เอเชีย และแอฟริกา ตามลำดับ

    PIC_03_4feedc33ea.png

    ถ้าเอาประเทศที่ติดท็อปชาร์ตสร้างขยะมาเทียบเคียงกับกระแส คนโด มาริเอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบบ้านที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก จะพบว่ามีส่วนสัมพันธ์กัน

    ซึ่งอนุมานได้ว่า ประเทศร่ำรวยจะก่อขยะเยอะ เพราะบริโภคแยะ (จนล้นเกิน) ซึ่งส่วนหนึ่งนำมาสู่ปัญหาบ้านรกรุงรัง พอเจอปัญหาก็ต้องการหาทางออก และแนวคิดการจัดระเบียบบ้านของ คนโอ มาริเอะ เป็นหนึ่งในทางออกนั้น

    ขณะเดียวกัน ปัญหาบ้านรกรุงรัง ก็มาจากการบริโภคที่เกินจำเป็น ทรัพยากรจึงถูกใช้เกินลิมิต ธรรมชาติที่เป็นแหล่งทรัพยากรเลยเสียสมดุล นำมาสู่ปัญหาโลกร้อน และความผิดเพี้ยนหลายๆ อย่างในธรรมชาติ

    pexels_pixabay_159751_5ab88671e6.jpg
    Pexels.com

    “ขยะที่เพิ่มขึ้น มลพิษที่เป็นอันตราย และทรัพยากรธรรมชาติที่หมดไป กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กๆ และคุกคามความยั่งยืนของโลก...”

    กุนิลลา โอลสัน (Gunilla Olsson) ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัย UNICEF – Innocenti กล่าวถึงผลกระทบของปัญหาขยะที่มาจากการบริโภคที่เกินจำเป็น

    “เราเป็นหนี้ตัวเราเอง และคนรุ่นต่อๆ ไปในการสร้างโลกที่ดีกว่านี้เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตในอนาคต”

    HOW (ทำอย่างไรล่ะทีนี้)

    เพียงแค่เริ่มจัดบ้าน จัดบ้าน และจัดบ้าน แล้วคุณจะเห็นความฟุ่มเฟือยและความบานปลายจากบรรดาของเก่าเก็บและของที่ไม่ได้ใช้ที่มีอยู่ในบ้าน

    จากนั้นก็แค่เริ่มกระบวนการ ‘ฮาวทูทิ้ง’ เพื่อแบ่งปันทรัพยากรที่เหลือใช้ ไปให้กับคนที่ต้องการจริงๆ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานรับบริจาคของเหลือใช้หลายแห่ง เช่น มูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น

    สำหรับใครที่คิดจะเริ่มลงมือจัดบ้านแล้วล่ะก็ เรามีคำแนะนำจาก ชิโฮมิ ชิโมมุระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบชีวิตจากญี่ปุ่น ด้วยการทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพื่อบ้านที่เป็นระเบียบและชีวิตที่เบาสบายยิ่งขึ้น โดยแบ่งสิ่งของที่ควรทิ้งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้

    หมวดที่ 1: ของพัง ของที่ใช้งานไม่ได้แล้ว

    เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้วและไม่คิดจะซ่อม, เฟอร์นิเจอร์ที่ขวางประตูหรือทางเดิน, ปากกาที่เขียนไม่ติด, ต่างหูที่เหลือแค่ข้างเดียว, ถุงเท้าเปื่อยมีรอยขาด

    หมวดที่ 2: ของที่ไม่เคยใช้เลย 

    เช่น เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มานานกว่า 1 ปี, แจกันดอกไม้ที่ได้มาเป็นของขวัญ, กระเป๋าที่หนักจนไม่คิดจะใช้

    หมวดที่ 3: ของที่มีปริมาณเกินความจำเป็น

    เช่น ถุงพลาสติกและถุงกระดาษที่เก็บจนล้น, ถุงเจลเก็บความเย็นในตู้เย็น, ถุงผ้าของแถมที่ไม่เคยใช้, เศษผ้าที่เก็บไว้ทำผ้าขี้ริ้ว (แต่ยังไม่ได้ใช้สักที), แปรงสีฟันเก่าที่จะเก็บไว้ขัดโน่นนี่, กล่องหรือกระป๋องที่เก็บเพราะ “มันน่ารัก”

    หมวดที่ 4: ของหมดอายุ

    เช่น เครื่องปรุงหมดอายุในครัว, อาหารแช่แข็งที่ทำไว้นานจนจำไม่ได้, ไกด์บุ๊กท่องเที่ยวที่พิมพ์เกิน 3 ปี, เครื่องสำอางที่เปิดใช้ไว้นานจนลืม, เสื้อผ้าหรือแฟชั่นที่เด็กเกินวัย

     หมวดที่ 5: ของที่เห็นแล้วรู้สึกแย่

    เช่น อุปกรณ์งานอดิเรกที่ซื้อเพราะตามกระแส, อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ไม่ได้ใช้งาน, ของกินที่ได้รับมาแต่ไม่ชอบ, คอมพิวเตอร์หรือกล้องรุ่นเก่า, ของขวัญหรือจดหมายที่แฟนเก่าเคยให้

    ถ้าระหว่างทางคุณเจอกับความยากลำบากในตัดใจจะทิ้งของบางอย่าง เราขอทิ้งท้ายด้วยบางประโยคในหนังสือนวนิยายเกี่ยวกับการจัดบ้านเรื่อง คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ เขียนโดย มิอุ คาคิยะ (Miu Kakiya) ซึ่งน่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    PIC_05_2e97955638.jpg
    หนังสือ คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ เขียนโดย มิอุ คาคิยะ (Miu Kakiya)

    “ของชิ้นไหนที่ไม่ได้ใช้มานาน ย่อมหมายความว่ามันคือของที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ควรตัดใจทิ้งเสียให้หมด”

    — หนังสือ คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ เขียนโดย มิอุ คาคิยะ (Miu Kakiya)

    “ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่ไม่ใส่ก็คือไม่ใส่นั่นละค่ะ เก็บไว้ก็เท่านั้น”

    — หนังสือ คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ เขียนโดย มิอุ คาคิยะ (Miu Kakiya)

    “ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ยังใช้ได้รึเปล่า ของที่ไม่ใช้ก็ควรทิ้งไปดีกว่าค่ะ”

    — หนังสือ คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ เขียนโดย มิอุ คาคิยะ (Miu Kakiya)

    เรื่องเด่นประจำสัปดาห์