ด่านต่อไปศาลรัฐธรรมนูญ
ปมบัตรเลือกตั้งก้ำกึ่ง “ลับ-ไม่ลับ”?!
ปมร้อนการเมืองเดือนกันยายน ผ่านไปหนึ่งด่าน หลังมติ กกต.วันที่ 14 กันยายน 2569 เอาผิดคดีฮั้ว สว.กับผู้เกี่ยวข้องจำนวน 77 ราย จากทั้งหมด 229 ราย ในสำนวนคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26
ไม่รู้มีใครเกิดอาการ “ช็อค” ตามที่ “บังซุป”ศุภชัย ใจสมุทร มือกฎหมายพรรคภูมิใจไทยพูดไว้บ้าง
แต่เท่าที่จับอาการดู คงเป็นฝ่ายแฉเสียมากกว่าที่ “ช็อค ซีเนมา” เพราะคาดไม่ถึงว่าคนในภูมิใจไทย ระดับ “บิ๊กเนม” จะเกี่ยวก้อยพากันหลุดไปทั้งยวง ด้วยมติ 5 ต่อ 2 ชนิดที่ กกต.เสียงข้างมากไม่มีการแตกแถว
ที่เหลือคงเป็นกลุ่ม 26 สว.เห็นมีหลายคนออกมาตัดพ้อ น้อยเนื้อต่ำใจ ที่ไม่ได้ไปต่อ เพราะเป็น สว.ตัวเล็กๆ บ้าง ไม่ได้เป็นผู้สูงศักดิ์บ้าง หรืออาจจะเป็นเพราะอยู่ห่างไกลจากผู้มีอำนาจ จึงทำให้ต้องมามีชะตากรรมแบบนี้
นอกจากสองกลุ่มข้างต้นแล้ว ในพรรคสีน้ำเงินยังมีอีกอย่างน้อยสองคนที่เจอหางเลขช็อคไปด้วย คนแรก "แนน" บุณย์ธิดา สมชัย หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่รอดมาด้วยมติเอกฉันท์ แต่บังเอิญไปยกคดี “ลุงพล” มาเปรียบเทียบกับกรณีนี้ โดยลืมไปว่าตอนท้าย “ลุงพล” ผิดจริงและถูกศาลตัดสินจำคุก
อีกคน ภราดร ปริศนานันทกุล กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่รอดมาด้วยมติ 5 ต่อ 2 ตอนหลังออกลีลาห้าวเป้ง เปิดหน้าชนกับทุกคน ผิดกับตอนเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่นิ่งและแน่น แม่นยำข้อบังคับ จนถูกนำไปเทียบกับ “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็นพ่อ ว่าเป็นลูกไม้ใต้ต้น
แต่พอมารับบทเสนาบดี ลีลาของภราดรเปลี่ยนไป จากคนรุ่นใหม่หน่วยก้านดี ที่พอจะเป็นความหวัง กู้หน้าให้กับกลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพได้บ้าง สุดท้ายก็ถูกกลืนเป็นนักการเมือง “พันธุ์พื้นเมือง” ไปอีกคน และเป็นลูกไม้ใต้ต้นของเฮียตือ นักการเมืองที่ปิดฉากชีวิตการเมืองลง ด้วยเหตุถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติ
ทีนี้ไปดูด่านต่อไป วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำตัดสินคดีบัตรเลือกตั้งที่มีการพิมพ์ “บาร์โค้ด” ลงบนบัตรด้านหน้า จะทำให้มีปัญหาเรื่องความลับหรือไม่
โดยเรื่องนี้ถูกนำมาโยงกับปมฮั้ว สว.หลัง กกต.มีมติออกมาแล้ว จะมีผลทำให้การเมืองร้อนแรงขึ้นหรือไม่ คาดการณ์กันว่าหากการเมืองร้อนฉ่าทะลุปรอทขึ้นมา อาจนำไปสู่การหักมุม เกิดจุดเปลี่ยนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
วันนี้ จับชีพจรการเมืองดูแล้ว นักสังเกตการณ์ให้น้ำหนักปมบัตรเลือกตั้ง "ลับ-ไม่ลับ" ไว้ก้ำกึ่ง 50:50 สามารถออกได้ทุกหน้า ตั้งแต่ไม่มีปัญหาเรื่องความลับ เพราะเป็นแค่ข้อสงสัยที่ยังไม่มีปัญหาเกิดขึ้นจริง อีกทั้ง ได้มีการออกแบบชั้นความลับไว้หลายระดับ และการเข้าถึงชั้นความลับต้องใช้อำนาจศาล
ถัดมามองว่า หากมีปัญหาคงเกิดเฉพาะกับการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีบาร์โค้ดพิมพ์ไว้ที่บัตรประเภทนี้ ดังนั้น หากถึงขนาดทำให้การเลือกตั้งโมฆะ คงจำกัดวงเฉพาะกับ สส.บัญชีรายชื่ออย่างเดียว ที่ต้องไปหย่อนบัตรกันใหม่
สุดท้ายยังมีมุมแบบสุดโต่งว่า แม้การเลือก สส.ระบบเขต กับระบบบัญชีรายชื่อจะแยกกันคนละบัตร แต่เมื่อเป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่ทำพร้อมกันในวันเดียว ย่อมมีความเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้น หากมีปัญหาก็ต้องมีปัญหาด้วยกันทั้งหมด
นี่คือความก้ำกึ่งของปมบัตรเลือกตั้ง “ลับ-ไม่ลับ” ส่วนผลจะออกหน้าไหน ต้องรอการชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญในด่านต่อไป!?




