โค้งสุดท้ายชิง ผบ.ตร.คนที่ 16 สูตร 1-1-1-4 อาจถูกหักเหลือแค่ 2-4 ยอมถอยแก้ปัญหา “สำราญ นานไป”

20 ก.ค. 2569 - 14:27

  • จับตาโค้งสุดท้ายก่อนเคาะชื่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 กระแส “สำราญ นานไป”กลายเป็นโจทย์สำคัญของการตัดสินใจ

  • สูตร 1114 ที่เคยถูกพูดถึง เริ่มถูกตั้งคำถามว่าอาจเดินต่อได้ยาก สูตรใหม่ 2-4 ถูกหยิบขึ้นมาเป็นทางออก ลดแรงเสียดทานทั้งเรื่องอาวุโสและการเมือง

  • ปมสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “7 ปี” แต่อยู่ที่ 2 ปีข้างหน้า กับการบริหารอำนาจและการแต่งตั้งโยกย้าย

โค้งสุดท้ายชิง ผบ.ตร.คนที่ 16 สูตร 1-1-1-4 อาจถูกหักเหลือแค่ 2-4 ยอมถอยแก้ปัญหา “สำราญ นานไป”

เดิม EP.นี้ตั้งใจจะเขียนโผโยกย้ายในกองทัพ ที่ยิ่งใกล้สิ้นเดือนกรกฎาคมก็ยิ่งเข้มข้น เพราะมีไทม์ไลน์ว่า กลางเดือนสิงหาคมจะต้องได้บัญชีสุดท้าย เพื่อนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลาโหม ก่อนทูลเกล้าให้ทันภายในเดือนสิงหาคม 2569 

แต่สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังตลบอบอวลจากพลังการวิ่งของบรรดาบิ๊กๆที่ต่างก็มีสิทธิ์ขั้นช่วงชิงตำแหน่งพิทักษ์ 1 หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 ของประเทศ กระทั่งฟุ้งกระจายขยายวงกว้างไปจนถึงย่านลาดปลาเค้าและบางจังหวัดในที่ราบสูง ทำให้ต้องกลับมาเขียนถึงเรื่องนี้ปิดท้ายอีกหนึ่งตอน

สถานการณ์ล่าสุด สูตร “สำราญ นานไป” เริ่มถูกตีโป่งและได้รับขานรับจากหลายกลุ่ม แม้แต่กลุ่มที่สนับสนุน ‘บิ๊กราญ’ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. เต็ง 1 ในขณะนี้ ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า เร็วเกินไป สำหรับบิ๊กราญที่จะก้าวขึ้นตำแหน่งผบ.ตร.ในปีนี้

เพราะ 7 ปี ในตำแหน่งผบ.ตร.นานเกินไป นานจนอาจสร้างปัญหากระบวนการทำงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทบต่อระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่รุ่นพี่หลายรุ่น ที่จ่อคิวจะขยับตามโครงสร้าง ก็จะสะดุดอยู่กับที่ 

แต่อีกด้านหนึ่ง บนหน้าสื่อหลายสื่อ ก็ยังสนับสนุน ‘บิ๊กราญ’ ให้ขึ้นเป็นผบ.ตร.ในปีนี้ โดยอ้างเหตุผลความสามารถ และระยะเวลาที่นานเพียงพอ เพื่อให้มีการปรับโครงสร้าง และปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องยอมรับว่า จมอยู่ในสงครามความขัดแย้งมานานหลายปี 

โค้งสุดท้ายจึงเป็นช่วงที่ ’บิ๊กราญ‘ และกองเชียร์ต่างก็เร่งแก้ประด็น “สำราญ นานไป” กันอย่างหนัก เพื่อสลัดให้หลุดจากเงื่อนเวลาข้อนี้ 

ส่วนสูตร 1-1-1-4 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้ ‘บิ๊กหวาน‘พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร.อาวุโส อันดับ 2 ที่เกษียณปี 2570 ขึ้นมาเป็นก่อน 1 ปี ต่อด้วย ‘บิ๊กไมค์’ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี อาวุโสอันดับ 1 ที่เกษียณอายุปี 2571 เป็นต่ออีก 1 ปี 

จากนั้นตามด้วย ’บิ๊กแมน‘ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจริยะประดิษญ์ เพื่อนร่วมรุ่นตท 27 ของบิ๊กไมค์ ที่เกษียณอายุราชการปี 2572 เป็นต่ออีก 1 ปี จากนั้นถึงส่งไม้ต่อให้ ’บิ๊กราญ‘ ที่เกษียณอายุราชการปี 2576 เป็นต่ออีก 4 ปี

สูตรนี้ถูกตั้งกำแพงและปฏิเสธว่า “เป็นไปได้ยาก” เพราะช่วงระยะเวลา 3 ปีกว่าจะถึงคิว ’บิ๊กราญ’ สุ่มเสี่ยงเกินไปที่จะเป็นไปตามนั้น เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ระหว่างทาง

การเมืองไทยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา…ขุมอำนาจที่มีโอกาสพลิกได้ตลอด ทำให้สูตร 1114 ถูกตั้งป้อมปฏิเสธทันทีที่ถูกโยนหินลงมาถามทาง

ล่าสุด แม้ ‘บิ๊กราญ’ และเหล่ากองเชียร์จะพยายามอย่างหนักที่จะชูประวัติการทำงาน เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างหน่วยภายในระยะเวลา 7 ปีของ ’บิ๊กราญ‘ แต่แนวทางนี้ก็ยังฝ่ากำแพงแนวคิด“สำราญ นานไป” ยาก 

ประการแรก จะตอบคำถามแนวคิดอาวุโสที่ ‘บิ๊กไมค์‘ เข้าหลักเกณฑ์ครบทั้งหมดได้อย่างไร 

จะหยุดการต่อสู้ทางกฏหมาย หลังจากนี้ได้หรือไม่ 

รอยร้าวและความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ยังคงดำรงอยู่ จะยิ่งเพิ่มความแตกแยกมากขึ้นหรือไม่ หาก ‘บิ๊กไมค์’ ลุกมาทวงความเป็นธรรมผ่านกระบวนการ และขั้นตอนทางกฏหมาย 

ประการที่สอง การขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.7 ปี อันเป็นการทำลายสถิติเดิม 5 ปี ของเจ้าของสถิติ ถามใจเจ้าของสถิติหรือยังว่า “แฮปปี้หรือไม่” 

เจ้าของสถิติ 5 ปี อันยังทรงพลังอำนาจ บารมีอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะยิ้มรับได้ เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกตร.แต่ลึกๆหลังรอยยิ้ม แฮปปี้จริงหรือ 

ประการที่สาม แท้จริง 7 ปีของ ’บิ๊กราญ‘ เป็นระยะเวลาที่นานไป หรือในความจริง 2 ปีนับจากนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นใหญ่ 

2 ปี…ที่การเมืองต้องการความเสถียร

2 ปี…ที่ใครบางคนอยากมีส่วนร่วมกับการจัดโผ 

2 ปี…ที่มหาดไทยโมเดล อาจถูกนำมาใช้ที่ปทุมวัน

ประเด็นนี้ต่างหาก ที่เป็นปัจจัยหลักของสูตร “สำราญ นานไป” 

ประเด็นนี้ต่างหาก ที่ต้องการให้ 2 ปีนับจากนี้ อำนาจการจัดสรรตำแหน่ง การโยกย้ายนายตำรวจทั้งระบบยังไม่อยู่ในมือ ‘บิ๊กราญ’ 

เพราะประสบการณ์จากการทำโผต่อเนื่องหลัง ’บิ๊กโจ๊ก‘ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หมดอำนาจ และอยู่ในมือการทำบัญชีของ 2 คู่หู บิ๊กราญและบิ๊กสืบ โผทั้งหมดแทบไม่กระดิกหลุดออกมายังฝั่งการเมือง  

กระแส “สำราญ  นานไป” จึงยังแสลงใจผู้มีอำนาจด้วยประการทั้งหมด

กระนั้น แม้จะพยายามต้าน ‘บิ๊กราญ’ แต่แรงขับที่อยู่เบื้องหลังเจ้าตัวที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทำให้สูตร 1-1-1-4 เป็นไปได้ 

สูตร 2 -4 จึงเป็นสูตรที่โยนออกมาใหม่ และเริ่มมีแนวทางเป็นไปได้มากขึ้น

สูตรนี้แก้ได้เกือบทุกปัญหา ทั้งปัญหาอาวุโส ปัญหา “สำราญ นานไป” และปัญหาการผ่องถ่ายอำนาจให้การเมืองได้หายใจบ้าง

สูตร 2-4 คือ ให้ ’บิ๊กไมค์‘ พล.ต.อ.นิรันดร ตท.27 นรต.43 ที่เกษียณอายุราชการปี 2571 และครองความอาวุโสอันดับ 1 ขึ้นเป็นผบ.ตร.ก่อน 2 ปี 

จากนั้น ‘บิ๊กราญ’ ที่วันนั้นครบทั้งความอาวุโสอันดับ 1 และความสามารถที่สะสมในการเป็นรองผบ.ตร.ด้านการปราบปรามมาแล้ว 3 ปี ก็จะมีคะแนนครบองค์ประกอบทั้งหมด

นอกจากนั้น สูตรนี้ยังสอดรับกับนโยบายให้ ผบ.เหล่าทัพ ควรอยู่ในตำแหน่ง 2 ปีขึ้นไป เพราะการเป็น ผบ.เพียงปีเดียว ไม่เกิดผลดีต่อหน่วย เพราะขาดความต่อเนื่องของนโยบายและการวางแผน 

การดำรงตำแหน่ง 2 ปีของ ‘บิ๊กไมค์’ ยังประสานกับทางการเมืองได้อย่างลงตัว ทั้งบ้านลาดปลาเค้า บ้านที่ราบสูง รวมถึงบ้านสำคัญย่านบางพลัด เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองทั้ง 3 ขั้ว 

ส่วนความสัมพันธ์กับขั้วอำนาจพิเศษ ถ้า ‘สำราญ’ ยอมถอย ก็ไม่ยากที่ ’บิ๊กไมค์‘ จะสนองตอบนโยบายของอำนาจพิเศษได้ทั้งหมด 

2 ปีของ ‘บิ๊กไมค์’ กับการบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็สามารถทำงานบริหาร การปรับโครงสร้าง การวางแผนระยะยาวให้กับ สตช.ได้ไม่ยาก เพราะจะมี รอง ผบ.ตร.ที่มีคสามสามารถด้านการปราบปราม ด้านความมั่นคง และด้านกิจการพิเศษขึ้นมาถึง 2 คน 

หนึ่ง คือ ‘บิ๊กราญ’ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา 

อีกหนึ่ง คือ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผช.ผบ.ตร.ที่อาวุโสขึ้นมาเป็น รอง ผบ.ตร.ในปีนี้ด้วย

องคาพยพที่พร้อมพรัก ทั้ง ผบ.ตร.ที่เก่งด้านงานบริหาร งานอำนวยการ รอง ผบ.ตร.ที่ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น รอง ผบ.ตร.ที่มากบารมี  จะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าทุกยุคที่ผ่านมา 

จากคำว่า “สำราญ นานไป” และ “ตท.34 ที่นานเกิน” จะเป็นพลังของการสร้างความเปลี่ยนแปลงและความรุ่งเรืองให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคใหม่ เหมือนที่เห็นในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่วันนี้ยกระดับขึ้นมาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ทั้งนั้น…ก็ขึ้นอยู่กับ ประธาน กตร. ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูลง จะเลือกแนวทางใด 

สูตรผ่อนคลาย 2-4 หรือท่ายาก 7-3 ที่ ตท.34 นรต.50 จะครองอำนาจยาวถึง 10 ปี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์