เดิม EP.นี้ตั้งใจจะเขียนโผโยกย้ายในกองทัพ ที่ยิ่งใกล้สิ้นเดือนกรกฎาคมก็ยิ่งเข้มข้น เพราะมีไทม์ไลน์ว่า กลางเดือนสิงหาคมจะต้องได้บัญชีสุดท้าย เพื่อนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลาโหม ก่อนทูลเกล้าให้ทันภายในเดือนสิงหาคม 2569
แต่สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังตลบอบอวลจากพลังการวิ่งของบรรดาบิ๊กๆที่ต่างก็มีสิทธิ์ขั้นช่วงชิงตำแหน่งพิทักษ์ 1 หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 ของประเทศ กระทั่งฟุ้งกระจายขยายวงกว้างไปจนถึงย่านลาดปลาเค้าและบางจังหวัดในที่ราบสูง ทำให้ต้องกลับมาเขียนถึงเรื่องนี้ปิดท้ายอีกหนึ่งตอน
สถานการณ์ล่าสุด สูตร “สำราญ นานไป” เริ่มถูกตีโป่งและได้รับขานรับจากหลายกลุ่ม แม้แต่กลุ่มที่สนับสนุน ‘บิ๊กราญ’ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. เต็ง 1 ในขณะนี้ ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า เร็วเกินไป สำหรับบิ๊กราญที่จะก้าวขึ้นตำแหน่งผบ.ตร.ในปีนี้
เพราะ 7 ปี ในตำแหน่งผบ.ตร.นานเกินไป นานจนอาจสร้างปัญหากระบวนการทำงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทบต่อระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่รุ่นพี่หลายรุ่น ที่จ่อคิวจะขยับตามโครงสร้าง ก็จะสะดุดอยู่กับที่
แต่อีกด้านหนึ่ง บนหน้าสื่อหลายสื่อ ก็ยังสนับสนุน ‘บิ๊กราญ’ ให้ขึ้นเป็นผบ.ตร.ในปีนี้ โดยอ้างเหตุผลความสามารถ และระยะเวลาที่นานเพียงพอ เพื่อให้มีการปรับโครงสร้าง และปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องยอมรับว่า จมอยู่ในสงครามความขัดแย้งมานานหลายปี
โค้งสุดท้ายจึงเป็นช่วงที่ ’บิ๊กราญ‘ และกองเชียร์ต่างก็เร่งแก้ประด็น “สำราญ นานไป” กันอย่างหนัก เพื่อสลัดให้หลุดจากเงื่อนเวลาข้อนี้
ส่วนสูตร 1-1-1-4 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้ ‘บิ๊กหวาน‘พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร.อาวุโส อันดับ 2 ที่เกษียณปี 2570 ขึ้นมาเป็นก่อน 1 ปี ต่อด้วย ‘บิ๊กไมค์’ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี อาวุโสอันดับ 1 ที่เกษียณอายุปี 2571 เป็นต่ออีก 1 ปี
จากนั้นตามด้วย ’บิ๊กแมน‘ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจริยะประดิษญ์ เพื่อนร่วมรุ่นตท 27 ของบิ๊กไมค์ ที่เกษียณอายุราชการปี 2572 เป็นต่ออีก 1 ปี จากนั้นถึงส่งไม้ต่อให้ ’บิ๊กราญ‘ ที่เกษียณอายุราชการปี 2576 เป็นต่ออีก 4 ปี
สูตรนี้ถูกตั้งกำแพงและปฏิเสธว่า “เป็นไปได้ยาก” เพราะช่วงระยะเวลา 3 ปีกว่าจะถึงคิว ’บิ๊กราญ’ สุ่มเสี่ยงเกินไปที่จะเป็นไปตามนั้น เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ระหว่างทาง
การเมืองไทยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา…ขุมอำนาจที่มีโอกาสพลิกได้ตลอด ทำให้สูตร 1114 ถูกตั้งป้อมปฏิเสธทันทีที่ถูกโยนหินลงมาถามทาง
ล่าสุด แม้ ‘บิ๊กราญ’ และเหล่ากองเชียร์จะพยายามอย่างหนักที่จะชูประวัติการทำงาน เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างหน่วยภายในระยะเวลา 7 ปีของ ’บิ๊กราญ‘ แต่แนวทางนี้ก็ยังฝ่ากำแพงแนวคิด“สำราญ นานไป” ยาก
ประการแรก จะตอบคำถามแนวคิดอาวุโสที่ ‘บิ๊กไมค์‘ เข้าหลักเกณฑ์ครบทั้งหมดได้อย่างไร
จะหยุดการต่อสู้ทางกฏหมาย หลังจากนี้ได้หรือไม่
รอยร้าวและความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ยังคงดำรงอยู่ จะยิ่งเพิ่มความแตกแยกมากขึ้นหรือไม่ หาก ‘บิ๊กไมค์’ ลุกมาทวงความเป็นธรรมผ่านกระบวนการ และขั้นตอนทางกฏหมาย
ประการที่สอง การขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.7 ปี อันเป็นการทำลายสถิติเดิม 5 ปี ของเจ้าของสถิติ ถามใจเจ้าของสถิติหรือยังว่า “แฮปปี้หรือไม่”
เจ้าของสถิติ 5 ปี อันยังทรงพลังอำนาจ บารมีอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะยิ้มรับได้ เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกตร.แต่ลึกๆหลังรอยยิ้ม แฮปปี้จริงหรือ
ประการที่สาม แท้จริง 7 ปีของ ’บิ๊กราญ‘ เป็นระยะเวลาที่นานไป หรือในความจริง 2 ปีนับจากนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นใหญ่
2 ปี…ที่การเมืองต้องการความเสถียร
2 ปี…ที่ใครบางคนอยากมีส่วนร่วมกับการจัดโผ
2 ปี…ที่มหาดไทยโมเดล อาจถูกนำมาใช้ที่ปทุมวัน
ประเด็นนี้ต่างหาก ที่เป็นปัจจัยหลักของสูตร “สำราญ นานไป”
ประเด็นนี้ต่างหาก ที่ต้องการให้ 2 ปีนับจากนี้ อำนาจการจัดสรรตำแหน่ง การโยกย้ายนายตำรวจทั้งระบบยังไม่อยู่ในมือ ‘บิ๊กราญ’
เพราะประสบการณ์จากการทำโผต่อเนื่องหลัง ’บิ๊กโจ๊ก‘ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หมดอำนาจ และอยู่ในมือการทำบัญชีของ 2 คู่หู บิ๊กราญและบิ๊กสืบ โผทั้งหมดแทบไม่กระดิกหลุดออกมายังฝั่งการเมือง
กระแส “สำราญ นานไป” จึงยังแสลงใจผู้มีอำนาจด้วยประการทั้งหมด
กระนั้น แม้จะพยายามต้าน ‘บิ๊กราญ’ แต่แรงขับที่อยู่เบื้องหลังเจ้าตัวที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทำให้สูตร 1-1-1-4 เป็นไปได้
สูตร 2 -4 จึงเป็นสูตรที่โยนออกมาใหม่ และเริ่มมีแนวทางเป็นไปได้มากขึ้น
สูตรนี้แก้ได้เกือบทุกปัญหา ทั้งปัญหาอาวุโส ปัญหา “สำราญ นานไป” และปัญหาการผ่องถ่ายอำนาจให้การเมืองได้หายใจบ้าง
สูตร 2-4 คือ ให้ ’บิ๊กไมค์‘ พล.ต.อ.นิรันดร ตท.27 นรต.43 ที่เกษียณอายุราชการปี 2571 และครองความอาวุโสอันดับ 1 ขึ้นเป็นผบ.ตร.ก่อน 2 ปี
จากนั้น ‘บิ๊กราญ’ ที่วันนั้นครบทั้งความอาวุโสอันดับ 1 และความสามารถที่สะสมในการเป็นรองผบ.ตร.ด้านการปราบปรามมาแล้ว 3 ปี ก็จะมีคะแนนครบองค์ประกอบทั้งหมด
นอกจากนั้น สูตรนี้ยังสอดรับกับนโยบายให้ ผบ.เหล่าทัพ ควรอยู่ในตำแหน่ง 2 ปีขึ้นไป เพราะการเป็น ผบ.เพียงปีเดียว ไม่เกิดผลดีต่อหน่วย เพราะขาดความต่อเนื่องของนโยบายและการวางแผน
การดำรงตำแหน่ง 2 ปีของ ‘บิ๊กไมค์’ ยังประสานกับทางการเมืองได้อย่างลงตัว ทั้งบ้านลาดปลาเค้า บ้านที่ราบสูง รวมถึงบ้านสำคัญย่านบางพลัด เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองทั้ง 3 ขั้ว
ส่วนความสัมพันธ์กับขั้วอำนาจพิเศษ ถ้า ‘สำราญ’ ยอมถอย ก็ไม่ยากที่ ’บิ๊กไมค์‘ จะสนองตอบนโยบายของอำนาจพิเศษได้ทั้งหมด
2 ปีของ ‘บิ๊กไมค์’ กับการบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็สามารถทำงานบริหาร การปรับโครงสร้าง การวางแผนระยะยาวให้กับ สตช.ได้ไม่ยาก เพราะจะมี รอง ผบ.ตร.ที่มีคสามสามารถด้านการปราบปราม ด้านความมั่นคง และด้านกิจการพิเศษขึ้นมาถึง 2 คน
หนึ่ง คือ ‘บิ๊กราญ’ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา
อีกหนึ่ง คือ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผช.ผบ.ตร.ที่อาวุโสขึ้นมาเป็น รอง ผบ.ตร.ในปีนี้ด้วย
องคาพยพที่พร้อมพรัก ทั้ง ผบ.ตร.ที่เก่งด้านงานบริหาร งานอำนวยการ รอง ผบ.ตร.ที่ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น รอง ผบ.ตร.ที่มากบารมี จะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าทุกยุคที่ผ่านมา
จากคำว่า “สำราญ นานไป” และ “ตท.34 ที่นานเกิน” จะเป็นพลังของการสร้างความเปลี่ยนแปลงและความรุ่งเรืองให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคใหม่ เหมือนที่เห็นในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่วันนี้ยกระดับขึ้นมาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ทั้งนั้น…ก็ขึ้นอยู่กับ ประธาน กตร. ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูลง จะเลือกแนวทางใด
สูตรผ่อนคลาย 2-4 หรือท่ายาก 7-3 ที่ ตท.34 นรต.50 จะครองอำนาจยาวถึง 10 ปี




