“เน-ทิน” นายแน่มาก เปิดศึกรอบด้าน-อยู่ยาวสองสมัย?!

6 ต.ค. 2569 - 11:48

  • รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีอายุยังไม่ถึง 6 เดือน เลือกเปิดศึกรอบด้านทั้งพรรคฝ่ายค้าน องค์กรภาคประชาสังคม รวมถึงองค์กรในกลุ่ม "ตระกูล ส." อย่าง สสส. และสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส ผ่านนโยบายยกเลิก "ภาษีบาป"

  • ขณะที่ เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย ได้อวยพรให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกสองสมัย ท่ามกลางความเชื่อมั่นของรัฐบาลที่ครองเสียงข้างมากในสภา 292 เสียงและเตรียมขยายฐานเป็น 350 เสียงในอนาคต

“เน-ทิน” นายแน่มาก เปิดศึกรอบด้าน-อยู่ยาวสองสมัย?!

“เน-ทิน” นายแน่มาก

เปิดศึกรอบด้าน-อยู่ยาวสองสมัย?!

คำอวยพรจาก “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งไปจนเบื่อหรืออยู่ต่ออีกสองสมัย แม้เป็นคำพูดให้กำลังใจปกติ ไม่ต่างจากปีก่อนที่ผูกข้อมือแบบเดียวกันนี้ และอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ เช่นกัน

แต่หนก่อนกับหนนี้มีความต่างกัน ตรงที่ยังไม่ได้เป็นกับเป็นอยู่ ให้เป็นต่อ ถ้าคำพูดครั้งแรกขลัง หนนี้จะยิ่งขลังกว่าเดิมอีก เพราะได้อำนาจมาไว้ในมือแล้ว การจะเสกเป่าหรือดลบันดาลสิ่งใด ย่อมเป็นไปตามปรารถนาได้ไม่ยาก

ดังนั้น คำอวยพรหนนี้ของครูใหญ่ ที่มาพร้อมกับการตบหลังตบไหล่ จึงถ่ายทอดพลังไปยังฝ่ามือได้อย่างหนักแน่นและมีความมั่นอกมั่นใจมากกว่าเดิมหลายเท่า

ทีนี้ไม่ต้องถามว่า อะไรที่ทำให้มั่นใจได้ถึงปานนั้น อย่างน้อยการเป็นรัฐบาล 292 เสียง และกำลังรอเวลาเหมาะสม เสริมกำลังเพิ่มเป็นรัฐบาล 350 เสียง เมื่อคุมได้ทั้งสภาบน สภาล่าง ข้าราชการระดับบิ๊กๆ ล้วนอยู่ในมือหมด อย่างนี้ยังมีอะไรให้ต้องกังวลอีก

นี่ยังไม่นับมือที่มองไม่เห็น พวกนายแบก-นางแบกทั้งหลาย ที่พร้อมพลีชีพแทนอีกไม่รู้เท่าไหร่

ด้วยเหตุนี้กระมัง จึงทำให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่มีอายุไม่ถึงหกเดือน ประกาศเปิดศึกไปรอบด้านทั้งพรรคฝ่ายค้าน เอ็นจีโอ ล่าสุดท้ารบองค์กร “ตระกูล ส.” (สสส.) และสื่อสาธารณะ “ไทยพีบีเอส” โดยไม่คำนึงว่ารัฐบาลตอนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง     

โดยเฉพาะเลือกลงมือจังหวะที่ในสภา ฝ่ายค้านก็เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องฮั้ว สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น (สถ.) ก็ยังไม่จบ แถมเกิดมหาอุทกภัย ซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจจากสงครามตะวันออกกลาง ที่ไม้รู้จะจบลงวันไหน

แต่รัฐบาลยังโยนประเด็นยกเลิก “ภาษีบาป” หย่อนเป็นฟางเส้นใหม่เติมลงมาอีก

แม้ตอนนี้การยกเลิกภาษีบาปจะยังฟุ้งๆ จับต้นชนปลายไม่ถูกว่า ตกลงที่ไปทะลายห้างเอ็นจีโอนั้น เป็นการปฏิรูปภาษี ให้ฐานภาษีใหญ่ขึ้น หรือเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลัง ลดความซ้ำซ้อนการจัดเก็บ ให้เป็นเอกภาพและตรวจสอบได้โดยระบบรัฐสภากันแน่

เนื่องจาก “บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย คนที่ออกมาเขี่ยลูกเป็นคนแรก ชี้แจงในแต่ละวันไม่เหมือนกัน ส่วนคนที่เป็นโทรโข่งใหญ่รัฐบาล “หมอเอก” เอกภพ เพียรพิเศษ ก็สื่อสารไปอีกทาง

ล่าสุด พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ออกมาเฉลยว่า ทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ข้อที่ 22.3 “กำหนดให้จัดทำกฎหมายนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมกลับเข้าสู้ระบบงบประมาณแผ่นดิน เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง”

พร้อมแจกแจงเรื่องภาษีส่วนเกินหรือภาษีบาปที่ส่งตรงให้กับ 4 กองทุน คือ สสส. ไทยพีบีเอส กองทุนพัฒนากีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ ไม่ได้หายไปไหน แต่จะใช้วิธีออกเป็นกฎกระทรวงจัดเก็บในอัตราเดิม เพิ่มจากภาษีสรรพสามิตปกติ นำส่งเข้าคลังแผ่นดินโดยตรง และจัดสรรให้กับ 4 องค์กร เหมือนหน่วยงานรัฐทั่วไป

ตกลงการยกเลิกภาษีบาป เป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาไว้ แต่แปลกตรงที่ ครม.ไม่เป็นเจ้าภาพเสนอร่างกฎหมายเอง กลับเอามาให้ภูมิใจไทยพรรคแกนนำรัฐบาลเป็นคนเสนอ

ส่วนที่ “บังซุป-ศุภชัย”  ออกมาร่ายยาวเป็นคุ้งเป็นแควในแต่ละวันประเด็นไม่ซ้ำกันนั้น “ทำปืนลั่น” หรือว่าอธิบายไม่เนียน จนอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งได้รับโจทย์จากรัฐบาลให้ไปทำการบ้านเรื่องนี้ต้องออกมาชี้แจงเอง

เมื่อได้ความกระจ่างแบบนี้แล้ว รัฐบาลคงต้องกลับมาเรียกแผน ตั้งลำชี้แจงกันเสียใหม่ ในขณะที่ฝ่ายการเมืองก็จับคู่ตอบโต้กับองค์กรตระกูล ส.ไป ส่วนใครจะแพ้-ชนะ ไม่ได้ตัดสินแค่เสียงในสภา แต่ต้องอิงเสียงแห่งความชอบธรรมด้วย

ถ้ารัฐบาลสีน้ำเงินทำได้จริงอย่างที่ครูใหญ่พูด โดยไม่มีอะไรไปหยุดยั้ง ก็คงต้องบอกคำเดียวว่า “เน-ทิน” นายแน่มาก แต่อย่ามองข้ามคำเตือนของ ศ.ธีรยุทธ บุญมี ที่พูดไว้ “เราเป็นชาติที่ล้มเหลวแล้ว แต่ไม่ถึงรัฐล้มเหลว ยังมีโอกาสลุกขึ้นมาได้” พร้อมกับทิ้งเป็นปริศนาไว้

ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ปัญหาคนจนจะเป็นชนวนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของสังคมไทย?!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์