“รัฐบาลหนู” ใกล้โคม่า ปัญหามากมายรุมเร้า แต่...ยัง “รอด”

24 ส.ค. 2569 - 19:56

  • นักวิเคราะห์มอง “รัฐบาลหนู” ใกล้โคม่า แต่ยังรอด

  • สะท้อนถึงภาวะของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังเผชิญแรงกดดันและปมปัญหารุมเร้าอย่างหนักรอบด้าน

  • การจับมือกันอย่างลงตัวของ “ขั้วน้ำเงิน-แดง” และพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ตัวเลขเสียงสนับสนุนในสภายังคงนิ่งและควบคุมสถานการณ์ได้

“รัฐบาลหนู” ใกล้โคม่า ปัญหามากมายรุมเร้า แต่...ยัง “รอด”

รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ วันที่ 24 สิงหาคม 2569 วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย ในหัวข้อหลัก “รัฐบาลหนู” ใกล้โคม่า แต่ยังรอด ซึ่งสะท้อนถึงภาวะของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล (นายกฯ หนู) ที่กำลังเผชิญแรงกดดันและปมปัญหารุมเร้าอย่างหนักรอบด้าน แต่ยังมีเสถียรภาพในสภาที่เหนียวแน่น 

รายการสรุปสาระสำคัญของสถานการณ์ที่ทำให้ถูกมองว่า “ใกล้โคม่า แต่ยังรอด” โดยแบ่งเป็น 2 หัวข้อหลัก ดังนี้

1.ปมปัญหาที่ทำให้รัฐบาลเสี่ยงวิกฤต “ใกล้โคม่า”

จากสารพัดข้อครหาและชนักติดหลัง โดยผลการสำรวจของ “นิด้าโพล” ในหัวข้อ “ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย!?” ระบุชัดเจนว่า ประชาชนมีความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลจากประเด็น การทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น (โกงสอบ สถ.) และคดีข้อกล่าวหาเรื่อง การฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับ ที่ดินเขากระโดง

นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องเผชิญกับเสียงสะท้อนเรื่องผลงาน ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เชิงเปรียบเทียบว่า “สี่เดือนเหมือนสี่ปี” เนื่องจากข้อจำกัดในการบริหารงานราชการ ปัญหาโครงสร้างในกระทรวงมหาดไทยที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายถี่เกินไป และรัฐมนตรีบางส่วนที่เป็น Gen ใหม่ หรือ “แก๊งลูกเทพ” ที่ยังไม่สามารถสร้างผลงานเชิงประจักษ์ได้ 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมี 4 วาระใหญ่ในสภาที่ต้องรอรับมือ โดยสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดเปิดสมัยประชุมสามัญระหว่าง 25 สิงหาคม – 22 ธันวาคม 2569 ซึ่งรัฐบาลต้องเผชิญศึกหนัก ทั้งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท, ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570, การแก้รัฐธรรมนูญ และ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน

·      โกงสอบท้องถิ่น แผลใหญ่การเมืองเขย่ารัฐบาลสีน้ำเงิน

ประเด็นการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 ถือเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ฝ่ายค้านและภาคประชาชนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการเปิดเผย เส้นทางการเงินสะพัดพุ่งสูงกว่า 9,000 ล้านบาท และกลายเป็นบาดแผลสำคัญที่เชื่อมโยงถึงข้าราชการระดับสูง รวมถึงถูกฝ่ายค้านใช้โจมตีพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะสาย "การเมืองสีน้ำเงิน" (พรรคภูมิใจไทย) ที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย

รายการ Deep SPACE ชี้ว่า คดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 กลายเป็นวิบากกรรมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนเสถียรภาพของ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ฝ่ายค้านและภาคประชาชนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด และกลายเป็นบาดแผลสำคัญที่เชื่อมโยงถึงข้าราชการระดับสูง รวมถึงถูกฝ่ายค้านใช้โจมตีพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะสาย “การเมืองสีน้ำเงิน” (พรรคภูมิใจไทย) ที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย

คดีนี้ไม่เพียงแต่เปิดแผลการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 9,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงมิติความมั่นคงและการเมืองภาพใหญ่ในระดับประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลการสอบสวนชี้ว่ามีข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย กลุ่มการเมือง “บ้านใหญ่” รวมถึงอดีตผู้สมัคร สส. เข้าไปพัวพัน จนมีกระแสข่าวความพยายามจากขบวนการฝ่ายบริหารที่จะ “ตัดตอนคดี” ให้จบลงแค่ระดับอธิบดีเพื่อไม่ให้สาวถึงตัวการใหญ่

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลของนายอนุทิน (หรือรัฐบาลหนู) กำลังเผชิญกับระเบิดเวลาหลายลูกพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลเผชิญภาวะ “ไฟลามทุ่ง” จนยากจะควบคุม

นักวิเคราะห์การเมืองชี้ว่า คดีโกงสอบท้องถิ่น สะท้อนภาพเครือข่ายอำนาจสีน้ำเงินที่พยายามวางรากฐานทางการเมือง ฝ่ายค้านและพรรคประชาธิปัตย์ จึงใช้ประเด็นนี้ยื่นมาตรการคุ้มครองพยานและเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อถล่มรัฐบาลในข้อหา “ระบอบสีน้ำเงินกัดกินประเทศ”

·      ป่วนใต้วิกฤตซ้ำ เขย่าล้ม “รัฐบาลหนู”

รายการ Deep SPACE ยังชี้ด้วยว่า สถานการณ์ของ “รัฐบาลหนู” ขณะนี้ยังต้องเผชิญวิกฤตซ้ำเติมจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ในขณะที่รัฐบาลกำลังฝ่าวิกฤตจากคดีทุจริต ภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงและการกระจายกำลังป่วนใต้หลายจุด สร้างแรงกดดันด้านความมั่นคงต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กอ.รมน. แม้จะมีการประสานงานกับทางการมาเลเซียเพื่อสกัดกั้นผู้ก่อเหตุ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการดิสเครดิตและสะท้อนความอ่อนแอในการควบคุมกลไกความมั่นคงของรัฐบาลในจังหวะที่การเมืองกำลังย่ำแย่

ต่อประเด็นนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เพื่อจี้ให้รัฐบาลชี้แจงทิศทางและการแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างเป็นรูปธรรม

อภิสิทธิ์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความไร้ทิศทางของนโยบายรัฐบาล นายนโยบายดับไฟใต้ของรัฐบาลปัจจุบันมีเพียงข้อความสั้นๆ ที่ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” แต่ยังขาดแผนปฏิบัติงานและความชัดเจนในระดับนโยบายจากผู้นำรัฐบาล

“เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาจำเป็นต้องใช้กลไกด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่พูดคุยสันติสุข”

โดยการยื่นกระทู้ถามสดครั้งนี้ อภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีเดินทางมาตอบกระทู้สดครั้งนี้ด้วยตนเอง เพื่อแสดงความจริงใจและสะท้อนว่าฝ่ายบริหารให้ความสำคัญต่อการแก้ไขวิกฤตความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้

2.ปัจจัยหนุนที่ทำให้รัฐบาลยังปลอดภัย “แต่ยังรอด”

รายการ Deep SPACE ยังชี้ให้เห็นว่าแม้รัฐบาลจะเจอมรสุมข่าวสารและผลโพลเชิงลบ “ที่มองว่าไม่รอดแน่ๆ” แต่ในความเป็นจริง เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลยังแข็งแกร่งมากจากการจับมือกันอย่างลงตัวของ “ขั้วน้ำเงิน-แดง” (ภูมิใจไทย-เพื่อไทย) และพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ตัวเลขเสียงสนับสนุนในสภายังคงนิ่งและควบคุมสถานการณ์ได้ สะท้อนถึงพันธมิตรขั้วการเมืองที่ลงตัว

“รัฐบาลยังคงเดินหน้าบริหารประเทศตามยุทธศาสตร์ “พูดแล้วทำ พลัส” และเพิ่งได้รับแรงหนุนเชิงจิตวิทยาจากการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (กฎหมายนิรโทษกรรม) ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ซึ่งนายกฯ อนุทินระบุว่ามุ่งหวังให้สร้างความสามัคคีในชาติ” 

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักจึงประเมินสอดคล้องกันว่า แม้ภาพลักษณ์และการขับเคลื่อนนโยบายของ “รัฐบาลอนุทิน” จะดูบอบช้ำและมีความเสี่ยงทางการเมืองสูงจากกลไกตรวจสอบ แต่โครงสร้างอำนาจและจำนวนเสียงพรรคร่วมรัฐบาลในสภายังไม่มีสัญญาณแตกแถว ทำให้รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ถึงกับเสียหลักและสามารถบริหารงานต่อไปได้ในระยะนี้

“จะหนักหนาสาหัสยังไง จะบอบช้ำแค่ไหน สุดท้ายแล้วรัฐบาลก็จะยังอยู่รอดไปได้ ด้วยปัจจัยที่เป็นแต้มต่อนี้”

ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์