คงไม่เกินเลยไปนัก หากจะใช้คำว่า "กระเหี้ยนกระหือรือ" กับความพยายามของรัฐบาลเวลานี้ ที่เดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หรือที่เรียกเต็ มๆ ว่า โครงการระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ชุมพร-ระนอง
อาการเร่งรีบอยู่ในระดับพอ ๆ กับที่รัฐบาลเพื่อไทย ผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย ภายใต้เสื้อคลุมโครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ในอดีต
อันนั้น ก็อั้นหนัก อั้นเบาไว้ไม่อยู่ จะเป็นจะตายอย่างไร ต้องทำให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองเรื่องไม่ได้บรรจุไว้ในนโยบายที่ใช้หาเสียงหรือแถลงต่อรัฐสภาทั้งคู่ แต่กลับลัดคิวนำขึ้นมาเป็น "นโยบายเรือธง" เอาแบบดื้อ ๆ
แต่สำหรับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ถ้ามองอย่างเป็นธรรม ก็พอมีร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง เพราะผลักดันโครงการนี้มาตั้งแต่ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 25662 และตอนหลังถูกวิ่งราวไปในสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน
ทว่าพรรคภูมิใจไทย ก็เต็มใจให้ฉกไปเพราะเข้าทางตัวเองพอดี
มาวันนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ ถูกนำมาปัดฝุ่นรื้อฟื้นขึ้นมาอีกรอบ แถมใส่เกียร์เดินหน้าเหยีบบคันเร่งจมมิด เหมือนเป็นนโยบาย "ส่งด่วน" ยังไงอย่างนั้น
โดยปฐมบทของเรื่องเริ่มจากการเขี่ยลูกของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม แม่ทัพภาคใต้ภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์นักข่าวไว้เป็นคุ้ง เป็นแคว ในวันประชุมใหญ่ประจำปีพรรคฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา
ถัดมาในที่ประชุมครม.วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ไปศึกษาโดยมอบหมายให้รองนายกฯ พิพัฒน์ รับเป็นเจ้าภาพไปดำเนินการ
หลังรับบัญชาเสร็จ "โกเกี๊ยะ" ก็สวมวิญญาณกามนิตหนุ่ม เร่งดำเนินการวางแผนลงพื้นที่ทันที เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ทันเสนอเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 8-9 มิถุนายนนี้
เอาเป็นว่า ตอนนี้ในหัว "โกเกี๊ยะ" วาดภาพความสำเร็จ กำหนดกรอบเวลาดำเนินการไว้เสร็จสรรพ โดยจะลงเสาเข็มให้ทันก่อนสิ้นปีนี้ และเริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสสามเป็นต้นไป ตามแบบฉบับ "สั่งวันนี้ ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน"
ส่วนเรื่องการทำ EIA / EHIA เดี๋ยวค่อยทำตีคู่กันไปทีหลัง จึงทำให้ สส.ฝ่ายค้านสงสัย ทำไมถึงทำแบบรุกรี้รุกรน มีข้อพิรุธมากมาย ไม่สนใจเรื่องผลศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม มองเป็นแค่พิธีกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ สส.ฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ จึงออกมาขวางลำ โดย ครม.เงา นัดแรกของพรรคประชาชน นำ 4 เรื่องด่วนขึ้นมาติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงหนึ่งเดือนจากนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะต้องมีการทบทวนว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร
ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ นำทีมแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ โดยจะยื่นญัตติด่วนขอให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษา เนื่องจากพบความผิดปกติของรัฐบาลที่เร่งผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท โดยไม่พิจารณาให้ละเอียดก่อนและยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนพอ
“ก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการนี้ ขอให้ สส. มีโอกาสปรึกษากับหน่วยงานราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อช่วยให้รัฐบาลพิจารณาตัดสิน ในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อเงินภาษีของประชาชน”
ไม่เพียงฝ่ายการเมืองในสภาเท่านั้น นักวิชาการหลายคนก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย แม้แต่ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังออกมาแตะเบรคเบา ๆ ว่า สภาพัฒน์ยังไม่เคยศึกษาเรื่องนี้ และมองว่าควรทำท่าเรือที่ จ.ระนอง ก่อนแล้วค่อยขยาย
แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่นำพาสักเท่าไหร่ แถมยังจะดันทุรังเดินหน้าต่อไป ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ ถึงได้แสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือกันนัก เหมือนจะเป็นจะตายถ้าไม่ได้ทำโครงการนี้
มีคนบอกให้ไปดูองค์ประกอบสำคัญของโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ต้องตรากฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor ( SEC ) ที่เป็นกฎหมายพิเศษครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ ไม่เฉพาะ จ.ระนอง ชุมพร เท่านั้น
โดยกฎหมายฉบับนี้ ให้สิทธิพิเศษมากมายในการใช้ที่ดินทุกประเภท ปลดล็อกข้อจำกัดใด ๆ ในทุกเงื่อนไขให้กับชาวต่างชาติ ไม่ว่าสิทธิในการอยู่อาศัยหรือการถือครอง ไม่ต่างกับพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรืออาจมีมากกว่าด้วยซ้ำ
ไม่ต้องไปกังวลเรื่องแก้กฎหมายให้เช่าที่ดินยาว 99 ปี หรือการได้สิทธิซื้อที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโดมิเนี่ยมกี่เปอร์เซนต์ เพราะการเข้ามาลงทุนพื้นที่ตรงนี้ "ปลดล็อก" แบบวิถีโค้งให้ทั้งหมด
ด้วยเหตุผลที่ว่ามา วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ไม่ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ บนข้อถกเถียงคุ้มไม่คุ้มกับการลงทุน จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ก็ตาม แต่อันดับแรกต้องทำคลอด พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ออกมาก่อน ซึ่งตอนนี้กำลังเร่งนำเข้าครม.และเข้าสภาตราเป็นหมายให้ทันก่อนสิ้นปีนี้
ถึงตอนนั้น บรรดาเหล่าแลนด์ลอร์ดใน 10 จังหวัดภาคใต้ ไม่เฉพาะที่ "ระนอง ชุมพร" ก็คงปรีเปรมเกษมสันต์ เปล่งว่า "พอแล้ว พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว" ไปตาม ๆ กัน
นี่คือ นินทา กาเล เรื่องแลนด์ลอร์ดที่อยู่เบื้องหลังแลนด์บริดจ์ ที่คนในพื้นที่รู้ดีมีไผเป็นไผบ้าง รอรับอานิสงส์จากกฎหมายพิเศษฉบับนี้




