คดีฮั้ว สว. หวยจะออกสูตรไหน? ฟ้อง-ไม่ฟ้อง หรือเลือกฟ้อง!!!

19 ส.ค. 2569 - 13:26

  • คดีฮั้ว สว.ที่เป็นเผือกร้อนในมือ กกต.จะมีคำตอบออกมาในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้

  • จับตา 3 ทางออก คือฟ้องเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน หรือยกคำร้องเพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ และเลือกเอาผิดเฉพาะบางรายเท่านั้น

คดีฮั้ว สว. หวยจะออกสูตรไหน? ฟ้อง-ไม่ฟ้อง หรือเลือกฟ้อง!!!

คดีฮั้ว สว.หวยจะออกสูตรไหน?

หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ คดีฮั้ว สว.ที่เป็นเผือกร้อนในมือ กกต.จะมีคำตอบออกมาในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ หรืออย่างช้าภายในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน เป็นไปตามที่ สิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งในกรรมการ กกต.ได้บอกไว้

“หลังจากที่ประชุมพิจารณาข้อหาชุดสุดท้ายแล้วเสร็จ จะมีการเว้นช่องว่างไว้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการ กกต.แต่ละท่านได้นำข้อมูล พยานหลักฐานและเหตุผลข้อโต้แย้งทั้งหมดไปพินิจพิเคราะห์ ตกผลึกทางความคิด และสรุปภาพรวมทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะกลับมาประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยเรียงรายบุคคลต่อไป”

ก่อนหน้านี้ กกต.วางกรอบการประชุมไว้ทุกวันจันทร์ของแต่ละสัปดาห์ โดยใช้เวลาหนึ่งเดือนในการพิจารณาข้อกล่าวหารวม 7 ข้อ ซึ่งเมื่อบวกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ คำตอบก็จะออกมาในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ว่าไว้

ทีนี้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร คือสิ่งที่สังคมเฝ้าจับตามอง ซึ่งเบื้องต้นมีการคาดเดากันไว้ 3 แนวทาง ได้แก่

หนึ่ง ยึดตามมติคณะอนุกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ซึ่งให้เอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน แยกเป็น สว.ปัจจุบัน 138 คน และฝ่ายการเมืองอีก 91 คน

สอง ยึดตามมติอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ที่ให้ยกคำร้อง เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอเอาผิดกับผู้กล่าวหาทั้งหมดได้ โดยมีมติด้วยเสียง 5 ต่อ 2

สาม กกต.ทั้ง 7 คน มาร่อนตะแกรงรายชื่อกันใหม่ และเลือกเอาผิดเฉพาะบางรายเท่านั้น ส่งไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ดำเนินการพิจารณาต่อไป

ส่วนแนวทางไหนจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน จะเป็นอย่างที่คอการเมืองคาดการณ์กันไว้ คือ เลือกจิ้มเอาเฉพาะบางรายที่ไม่ใช่ “สีน้ำเงินเข้ม” และในจำนวนที่ไม่มากนัก เพื่อรักษาความเป็นเสียงข้างมากในสภาสูงเอาไว้นั้น เรื่องนี้ กกต.คนเดิม ‘สิทธิโชติ’ ให้แนวทางพิจารณาเอาไว้ว่า

“เราพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวน โดยสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 ถือเป็นสำนวนหลัก ส่วนคณะอื่นๆ เช่น คณะอนุฯ วินิจฉัยที่ 36 เป็นเพียงผู้มาให้ความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับคณะที่ 26 หรือไม่ สำนวนคดีมีเพียงสำนวนเดียวเท่านั้น   ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวล หากพยานหลักฐานในสำนวนหลักของคณะที่ 26 รวบรวมไว้ว่าอย่างไร กกต.ก็ต้องพิจารณาตามสำนวนนั้นเป็นหลัก แล้วนำความเห็นของคณะที่ 36 มาประกอบการพิจารณาว่าเหตุผลที่เห็นแย้งกันนั้น เป็นอย่างไร”

ตามที่ กกต.สิทธิโชติ ให้ความเห็นไว้ เหมือนจะวางน้ำหนักไว้ที่คณะกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งเป็นเพียงสำนวนเดียวในคดีนี้ ส่วนอีกชุดเป็นแค่ผู้มาให้ความเห็นเท่านั้น ฟังดูเหมือนก้ำกึ่งและค่อนไปทางให้ส่งศาลทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่พอพูดถึงเกณฑ์การลงมติ กลับดูแกว่งๆ อยู่

“ยอมรับว่าในการประชุมพิจารณาแต่ละข้อหา กรรมการแต่ละท่านย่อมมีการพูดคุย ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานและอาจมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมจากข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม ความคิดเห็นนั้น ก็อาจเปลี่ยนแปลงไปได้”

“เปรียบเสมือนการมองภาพช้างทั้งตัว หากเห็นเพียงแค่หู ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นช้าง แต่เมื่อพิจารณาไล่เรียงจนเห็นขา เห็นงวงและเห็นหลัง จึงจะสรุปภาพรวมที่แท้จริงได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลาลงมติ กรรมการ กกต.ทุกท่านจะต้องมีเหตุผลประกอบคำวินิจฉัยของตนเองอย่างชัดเจนว่า เห็นชอบตามสำนวนหลักของคณะที่ 26 ตามความเห็นของคณะที่ 36 หรือมีเหตุผลอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถตรวจสอบและอธิบายต่อสังคมได้อย่างสมเหตุสมผล”

นำความเห็นที่หนึ่งใน กกต.ได้พูดไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาต่อภาพให้อ่านกันอีกรอบ ในระหว่างการนับถอยหลังรอฟังคำตอบคดีฮั้ว สว.ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะยิ่งนานวันข้อมูลที่ถูกนำมาตีแผ่ต่อสาธารณะ ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหามีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น

ลำพังตัวละครสำคัญคนล่าสุด ว่าที่ ร.ต.วิทยา คำพวง ชี้แจงคำว่า "ข้างบน" หมายถึง กกต.ก็ฮากันน้ำหูน้ำตาไหล นอกจากจะเป็นคนละความหมายกับคำพูดที่สื่อในประโยคใหญ่แล้ว ยังออกแบบข้างๆ คูๆ ขว้างงูไม่พ้นคอ

วันนี้เรื่อง "ฮั้ว สว." จึงไม่ใช่แค่คำสัพยอกที่ว่า มองจากดาวอังคารก็เห็นว่ามีการฮั้วกันจริงอีกต่อไป

แต่หวยจะออกสูตรไหน เรื่องนี้คนชี้ขาดคือ กกต.ทั้ง 7 คน ไปลุ้นกันเอาเองว่า ใครจะเห็นส่วนไหนของช้างและมีกี่คนที่เห็นช้างทั้งตัวบ้าง?!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์