ปั่นกระแสซักฟอก! รัฐบาลหลงเหลี่ยมฝ่ายค้าน

18 ส.ค. 2569 - 11:34

  • ฝ่ายค้านโหมโรงเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปั่นกระแสคดีฮั้ว สว.

  • รัฐบาลประสานเสียงขานรับศึกซักฟอกพร้อมตอบทุกข้อสงสัย ย้ำไม่เกี่ยวเลือก สว.ปี 67

  • งานนี้รัฐบาลหลงเหลี่ยมเดินเข้าร่องที่ฝ่ายค้านขีดไว้เต็มๆ เพราะจากบาดแผลในหลายเด็นร้อน เมื่อรัฐบาลเปิดหน้ารับ คำถามและหลักฐานต่างๆ ก็จะถูกฉายสปอตไลท์ในสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปั่นกระแสซักฟอก! รัฐบาลหลงเหลี่ยมฝ่ายค้าน

ปั่นกระแสซักฟอก

รัฐบาลหลงเหลี่ยมฝ่ายค้าน

โหมโรงตีปี๊บกันยกใหญ่ เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ที่จะมีขึ้นในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันอังคารที่ 25 สิงหาคม และไปปิดสมัยประชุมเอาในช่วงปลายปี วันที่ 22 ธันวาคม 2569

แต่ดูจากการออกมาโต้ตอบกันของสองฝ่ายเวลานี้ เสมือนหนึ่งการอภิปรายฯ จะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้

ทันทีที่เปิดสมัยประชุมปลายเดือนนี้ ก็อภิปรายกันเลยทำนองนั้น  ซึ่งในทางปฏิบัติยังต้องผ่านอีกหลายด่าน ตั้งแต่การยื่นญัตติ การตรวจสอบความถูกต้อง ไปจนถึงการประสานคณะรัฐมนตรีว่า พร้อมจะมาขึ้นเขียงให้ฝ่ายค้านสับวันไหน

ลองไล่ตารางเวลามัยประชุมที่จะถึงนี้ดูคร่าวๆ แล้ว มีวาระสำคัญรออยู่อย่างน้อยสองเรื่องใหญ่ คือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นวาระแรก จากนั้น เป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่ต้องเร่งให้เสร็จภายในเดือนกันยายน เพื่อให้ทันใช้ตามปีปฏิทินงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

นี่ยังไม่นับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ขึ้น ซึ่งค้างพิจารณามาตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว

เพราะฉะนั้น ลัดนิ้วดูเวลาตามนี้แล้ว ญัตติการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน อาจต้องลากยาวไปว่ากันในเดือนตุลาคมหรืออย่างช้าเดือนพฤศจิกายนโน่น ยกเว้นฝ่ายค้านไม่ให้ค่ารัฐธรรมนูญใหม่ ขอลัดคิวซักฟอกรัฐบาลก่อน ก็อาจได้อภิปรายฯ เร็วขึ้น

ทีนี้รู้ทั้งรู้ว่า การซักฟอกกว่าจะมีขึ้นยังต้องรอเวลาอีกนาน แต่ฝ่ายค้านก็ยังโหมตีปี๊บ เคาะกาละมังแบบรัวๆ ไม่ต่างกับในคืนค่ำที่เกิดปรากฎการณ์จันทรุปราคา ที่ชาวบ้านคว้าอะไรได้ก็เคาะส่งเสียงดังไว้ก่อนตามความเชื่อ

เรื่องนี้ดูรัฐบาลจะหลงเหลี่ยมฝ่ายค้านเข้าเต็มๆ เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โยนระเบิดตกใส่ขาตัวเอง ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ประเด็นฮั้ว สว.ว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้ เพราะเพิ่งมาในปี 2569 แต่การเลือก สว.มีขึ้นในปี 2567

แถมนายกฯ อนุทิน ยังมองการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน เป็นพวกแพ้เลือกตั้งแล้วไม่ยอมรับ และพยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่น “อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆ แพ้เลือกตั้งแล้วก็ต้องยอมรับกติกา ก็ตรวจสอบไป แต่อย่าอยู่นอกเกม”

แต่เรื่องนี้ฝ่ายค้าน เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้เกิดขึ้นทีหลัง สว.ก็จริง ทว่าคนในรัฐบาลมีชื่อโยงใยอยู่เต็มๆ กับการฮั้ว สว.

ไชยชนก ชิดชอบ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นอีกคนในรัฐบาลที่ออกมารับลูกฝ่ายค้านเรื่องซักฟอก โดยไม่รู้สึกกังวลที่ถูกมองเป็นรัฐมนตรี “สายล่อฟ้า” พร้อมตอบคำถามแบบสบายๆ หากถูกอภิปรายโยงไปถึง เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นบิดาว่า

“จะไม่โยงได้อย่างไร ผมเป็นเลขาธิการพรรคจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องเกี่ยวข้องและถูกโยงอยู่แล้ว”

ไม่เพียงรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่รู้มีชื่อในบัญชีซักฟอกหรือไม่ แต่ก็แสดงความพร้อมหากถูกอภิปรายฯ ด้วย

“เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องการแยกส่วนของการเมืองกับของกระทรวง”

การออกมาโต้กลับฝ่ายค้านของรัฐบาล แม้จะเป็นเรื่องปกติของการเมือง ที่ไม่มีใครกลัวใครอยู่แล้ว ยิ่งเป็นรัฐบาลเสียงล้นขอบสระ ไม่ใช่เสียงปริ่มน้ำ ยิ่งไม่มีอะไรต้องกังวล โต้มาก็สวนกลับเท่านั้นเอง

ขืนทำตัวลีบๆ หรือเจี๊ยมเจี้ยม จะทำให้เสียราคาเสียงข้างมากหมด

แต่รัฐบาลอาจลืมไปว่า มีหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านจดใส่บัญชีหนังสุนัขไว้ ไฉนเลือกหยิบเอาแต่เรื่องฮั้ว สว.มาขยี้ผ่านสื่อรายวัน ในขณะที่นายกฯ อนุทิน ก็แผ่นเสียงตกร่อง ปฏิเสธไม่เกี่ยวๆ ทั้งที่ตัวเองเหยียบเข้าไปเต็มเท้าจนเหม็นหึ่ง

สรุปการออกมาตีปี๊บซักฟอกรัฐบาลของฝ่ายค้าน ชนิดจองกฐินล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เข้าพรรษา เพราะต้องการเลี้ยงกระแสฮั้ว สว.รอการลงมติของ กกต.ในสิ้นเดือนนี้ เพราะเปิดเส้นทางเงินและตัวละครต่างๆ จนช้ำไปหมด เลยปรับพล็อตเรื่องใหม่ เอามาผูกไว้กับการซักฟอกรัฐบาล ยึดพื้นที่สื่อ ดึงความสนใจไปจนกว่า กกต.จะมีมตินั่นแหล่ะ

ถ้าแบบนี้ก็เท่ากับรัฐบาลหลงเหลี่ยมเข้าร่องฝ่ายค้านเต็มๆ เข้าแล้ว!?

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์