แม้ข่าวการปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง จะยังฟุ้ง ๆ ไม่มีความชัดเจน โดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวตั้งแต่วันแรก "ดีลยังไม่ได้เปิดเลย จะปิดดีลได้อย่างไร" พร้อมสำทับซ้ำแบบทีเล่นที่จริงว่า
"ขอให้มีความชัดเจนก่อน..โป้งเดียวจอดเลย"
เป็นการออกมาปฏิเสธในคืนค่ำที่ผ่อนคลาย หลังพาศรีภรรยาแต่งชุดไทยโจงกระเบน กรีดนิ้วรำวงในงานพระนครคีรี จ.เพชรบุรี เช่นเดียวกับที่อีกซีกโลกหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็กำลังเพลิดเพลินกับการพาครอบครัวเดินย่ำหิมะที่ฟินแลนด์ ก่อนไปเก็บภาพถ่ายกับแสงเหนือโชว์
แต่ไม่ว่าข่าวรัฐบาล 300 เสียง จะจริงหรือเท็จก็ตาม กระแสอีกด้าน เริ่มมีการข้ามชอตไปพูดถึงฝ่ายค้านล่วงหน้ากันแล้วว่าจะมี 3 พรรคหลัก คือ "ประชาชน-กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์" เป็น 3 หนุ่ม 3 มุม ที่ต่างเคมีกัน ซึ่งไม่รู้จะใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะจูนเข้าหากันได้
เบื้องต้นสมมติฐานรัฐบาล 300 เสียง และฝ่ายค้าน 200 เสียง มีที่มาจากอาการฟาดงวงฟาดงา "ไม่ยอมจบ" ของผู้กองธรรมนัส โดยเฉพาะก่อนบินไปดูแสงเขียวที่ยุโรป ภายใต้บทสรุปซูเปอร์ดีลสอง "น้ำเงิน+แดง+พรรคเล็ก"
สูตรนี้ไม่ต้องกลัวการพลิกขึ้นขี่คอของพรรคสีแดง ในวันที่ไม่มีทั้งสีเขียวและสีฟ้าเข้ามาสร้างสมดุลทางอำนาจในรัฐบาล เพราะมั่นใจใน "ซูเปอร์ดีลสอง" ที่พันธนาการอยู่ และผ่านการพูดคุยกับคนที่เป็นตัวจริงเสียงจริงมาแล้ว อีกทั้งพรรคสีแดงก็ไม่อยู่ในสถานะจะไปพยศอะไรได้อีก
เอาเป็นว่า ถึงตอนนี้ตัวเลขรัฐบาล 300 เสียง บวกลบอีกเล็กน้อยนั้นลงตัวและพอดีแล้ว เว้นเสียแต่จะมีการเปลี่ยนใจทีหลังเอาเข้าไปเติมอีกหนึ่งพรรค ซึ่งหวยจะไปออกที่พรรคสีฟ้าแทน เพราะขนาดไซส์เล็กกว่า ส่วนพรรคสีเขียวที่มีมากถึง 58 เสียงนั้น จะทำให้รัฐบาลมีเสียงมากเกินไป
ที่สำคัญจะทำให้เพิ่มตัวหาร กินพื้นที่เข้าไปในโควตาของพรรคแกนนำเปล่า ๆ เพราะนาทีนี้ต้องเจียด 4 เก้าอี้ ให้กับคนกลางในพรรค ก็ลำบากมากพออยู่แล้ว
แต่เนื่องจากการเมืองไทย ไม่ใช่หนึ่งบวกหนึ่งแล้วเป็นสองเสมอไป เห็นได้จากการออกมาแสดงฤทธิ์เดชของผู้กองธรรมนัส ซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่าคงไม่ใช่เพราะมี 58 เสียงอยู่ในมือเท่านั้น ต้องมีของดีอย่างอื่นอยุู่ในตัวด้วยเป็นแน่
สรุปแล้วคงมี "หลวงพ่อดัง" ห้อยคอด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหล่ะ
สุดท้ายความลงตัวแบบโป้งเดียวจอดที่นายกฯ อนุทินพูดไว้ จะบังเกิดขึ้นในตอนไหน รอให้ กกต.ประกาศผลคะแนนใหม่ในบางหน่วยให้เสร็จก่อน จากนั้น ก็เข้าสู่โหมดการรับรองผลในกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งอาจได้เห็นการทยอยประกาศรับรองสส.ตั้งแต่ปลายสัปดาห์นี้เป็นต้นไป หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนมีนาคม
ส่วนข้อสงสัยเรื่องความลับ-ไม่ลับ หรือลับแค่ไหนในบาร์โค้ด หรือแม้แต่ประเด็นการพิมพ์บัตรใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ก็เป็นเรื่องของกระบวนการทางศาล ที่ต้องว่าตามช่องทางกฎหมายคู่ขนานกันไป
แต่สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ ที่น้ำเงิน-แดง นัดแบ่งเค้กกันในวันพรุ่งนี้(24 ก.พ.) งานนี้ฟังมาว่าจะไม่มีทั้ง "กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์" โดยเฉพาะกล้าธรรมให้ไปปรับพฤตินิสัยอยู่ข้างนอกก่อน จากนั้น ค่อยมาว่ากันในช่วงก๊อกสอง จะปรับเอาใครเข้าใครออกค่อยไปพิจารณากันอีกครั้ง
ในระหว่างนี้พรรคสีเขียวต้องเฝ้า 58 เสียงไว้ให้ดี เพราะตามข่าวเห็นเริ่มมีการขยับกันแล้ว




