วัดใจประชาธิปัตย์ เลือกคนใน-คนนอกชิงผู้ว่า กทม.

28 เม.ย. 2569 - 10:38

  • 'ชัชชาติ’ เตรียมป้องกันแชมป์ผู้ว่าฯ กทม.

  • พรรค ปชน. เปิดตัวผู้ท้าชิงชัดเจน ส่วนเพื่อไทยถอยไม่ส่งผู้ว่าฯ

  • ประชาธิปัตย์ยังหนักใจ เลือกไม่ลงระหว่างคนในหรือคนนอก

วัดใจประชาธิปัตย์ เลือกคนใน-คนนอกชิงผู้ว่า กทม.

ศึกเลือกตั้งสนามเล็กเมืองหลวง กทม.ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีทั้งผู้ว่า กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ที่จะเลือกตั้งไปพร้อมกันในวันเดียว ไม่ขยักขย่อนเหมือนท้องถิ่นอื่น ที่มีการชิงลาออกก่อน

เพราะผู้ว่า กทม.คนปัจจุบัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนหยัดปักหลักอยู่จนครบเทอม และแม้นาทีนี้เจ้าตัวจะยังกระมิดกระเมี้ยน ไม่ประกาศชัดเจนจะลงสมัครต่อหรือไม่ แต่วงในเป็นที่ทราบกันดีว่า ยังลงป้องกันแชมป์อีกสมัย

ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) ก็มีความชัดเจนแล้วเช่นกันว่า ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ถูกวางตัวให้ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่า กทม.หนนี้โดยจะเปิดตัวใหญ่พร้อมกับผู้สมัคร สก.อีก 50 เขต ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 5 โมงเย็น ภายใต้รหัส 5-5-5

ในขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศชัดไม่ส่งชิงผู้ว่า กทม.แต่ในส่วนของ สก.ยังชักเข้าชักออก ตอนแรกไม่ส่ง ตอนหลังเปลี่ยนใจกลับมาส่ง เพื่อให้ "อาจารย์เชน" ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้สื่อสารกับคนในเมืองหลวง ปั่นเรตติ้งการเมืองต่อ

แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจ "ไม่ส่ง" และส่งออก สก.เดิม ไปลงสมัครอิสระแทน แต่หนุนผู้ว่าฯ ชัชชาติ ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนสีเสื้อจากแดงเป็นน้ำเงินเข้ม พร้อมข้อความอักษรสีเขียวตัวโต ๆ 3 แถวด้านหน้าว่า "ลุยงาน ลุยงาน ลุยงาน" 

ทีนี้ก็เหลือ "ประชาธิปัตย์" ที่ยังรอเคาะว่าจะส่งใครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่า กทม.ระหว่างคนในกับคนนอก?!

โดยคนในที่ถูกพูดถึงและเหล่าผู้อาวุโสในพรรคต่างเห็นพ้องร่วมกันว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง คือ องอาจ คล้ามไพบูลย์ นอกจากจะเป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่กับพรรคมานาน ยังรู้งาน กทม.เป็นอย่างดี เพราะเริ่มต้นชีวิตการเมืองจากการเป็น สก.เขตปทุมวัน ก่อนมาเป็น สส. เป็นรัฐมนตรี และเคยเป็นรองหัวหน้าพรรค ภาคกทม.มาก่อน

ส่วนคนนอกที่ถูกโยนชื่อออกมาหลายรายชื่อนั้น บางคนก็เคยอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน เช่น "เสี่ยโต" อภิชัย เตชะอุบล เป็นต้น หรือแม้แต่ชื่อ พนิต วิกิตเศรษฐ์ ก็เคยอยู่กับประชาธิปัตย์มาก่อนเช่นกัน

แต่คนนอกที่ถูกพูดถึงและน่าจะนอกจริง ๆ อย่างมากก็แค่โฉ บๆ เฉี่ยว ๆ อย่างที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.บอกใบ้กับสื่อไว้วันก่อน คือ หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไป

ยิ่ง "มาร์ค-อภิสิทธิ์" สำทับซ้ำชัด ๆ อีกครั้งในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคว่า "เดี๋ยวมาก็เป็นคนภายในพรรคแล้ว" ซึ่งเป็นการตอบคำถามนักข่าวแบบทีเล่นทีจริง เมื่อถูกถามถึงผู้สมัครผู้ว่า กทม.เป็นคนภายในพรรคหรือไม่

ฟังน้ำเสียงแล้วดูเหมือน "อภิสิทธิ์" จะเทน้ำหนักไปให้ผู้สมัครที่มาจากคนนอกมากกว่าคนใน

กล่าวสำปรับประชาธิปัตย์ ชั่วโมงนี้ไม่ว่าจะเลือกผู้สมัครจากคนในหรือคนนอก ก็คงมีค่าเท่ากัน คือ โอกาสจะได้รับชัยชนะนั้น ค่อนข้างริบหรี่ ดังนั้น จึงต้องเลือกเอาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพรรค

นั่นคือ แม้จะพ่ายเลือกตั้ง แต่ก็ต้องให้ได้ชัยชนะทางการเมือง

ส่วนจะทำอย่างไร ก็อยู่ที่การตัดสินใจเลือกผู้สมัครนี่แหล่ะ ที่ไม่ว่าจะเลือกคนในหรือคนนอก ก็ไม่ต่างกันนั้น โดยหากเป็นคนนอก ก็จะมีเครือข่ายฐานเสียงที่เป็นแฟนใหม่เพิ่ม และมีเลือดใหม่เข้ามาเติม ไม่ว่าจะอยู่สั้นหรืออยู่ยาวก็ตาม

แต่หากเป็นคนใน ก็จะไม่ได้ของใหม่ข้างต้นเข้ามาเพิ่มก็เท่านั้นเอง 

แต่อย่าลืมว่า ปัญหาใหญ่ของประชาธิปัตย์เวลานี้ คือ บาดแผลความรู้สึกเรื่องคนเก่า-คนใหม่ ที่ตกค้างจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่ตกสะเก็ต ดังนั้น หากใช้วิธีตัดสินใจแบบเดิม โดยหลงลืมคนเก่าที่อยู่ด้วยกันมา หยิบยื่นโอกาสให้กับคนใหม่อีก

บาดแผลที่มีอยู่เดิมอาจขยายลุกลามใหญ่ขึ้น จนหลอมรวมกันไม่ติด นำไปสู่ความแตกแยกภายในขึ้นอีกครั้ง

การตัดสินใจเลือกคนลงชิงผู้ว่า กทม.หนนี้ คนประชาธิปัตย์โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจ ต้องคิดกันหลายชั้น เพื่อไม่ให้ระยะห่างความสัมพันธ์ภายในพรรคถ่างกว้างไปมากกว่านี้ หาไม่แล้วอาจจะพ่ายหมดรูปทั้งศึกนอกศึกไหน

ถึงตอนนั้น คำว่า ชัยชนะทางการเมืองที่อยากจะเห็นก็ป่วยการจะถามถึง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์