หลังเงื้อดาบเตรียมเชือด ป.ป.ช.ยกคณะ กรณีฟอกขาว ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จากการซุกบัญชีทรัพย์สินไปวันก่อน ล่าสุดสองพรรคฝ่ายค้าน "ประชาชน-ประชาธิปัตย์" ได้ฤกษ์นับหนึ่งจัดทำคำร้องส่งให้ประธานรัฐสภา ดำเนินการตามช่องทางรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 แล้ว
โดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาแจกแจงละเอียดยิบ ต้องปิดล้อมทุกด้าน เพื่อป้องกันการดึงเช็งหรือใช้ดุลยพินิจ "ปัดตก" คำร้อง ย่ำรอย วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรฐสภา ที่ใช้อำนาจปัดตก 2 คำร้อง ไปแบบมีข้อกังขาในอดีต ด้วยข้อสรุปสั้น ๆ ว่า
"ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่า กรรมการ ป.ป.ช.ได้กระทำการตามที่ถูกกล่าวหา"
เพราะฉะนั้น เที่ยวนี้พรรคส้ม มี สส.อยู่ในมือ 119 คน ต้องหาเพิ่มอีก 21 คน ถึงจะครบ 140 คน ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของรัฐสภา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร เพราะลำพังประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นฝ่ายค้านด้วยกันพรรคเดียวก็เพียงพอแล้ว
แต่เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการร่วมด้วยช่วยกัน และเห็นพ้องร่วมกันจากหลาย ๆ ฝ่าย ไม่ใช่ดำเนินการลำพังเฉพาะพรรคส้ม ที่อาจถูกครหาตั้งอยู่บนฐานความมีอคติได้ จึงส่งเทียบไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันทุกพรรค
ขณะเดียวกัน สว.กลุ่มอิสระ อีกจำนวนกว่า 10 คน อาทิ นันทนา นันทวโภาส นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่ออกตัวนำร่องไปก่อนหน้านี้ ก็ปวารณาตัวร่วมลงชื่อในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ตัวเลขสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับการยื่นร้องประธานศาลฎีกาขอให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระเอาผิด ป.ป.ช.ยกคณะ โดยผ่านทางประธานรัฐสภา
นอกจากนั้น เพื่อให้เกิดความชอบธรรมและเป็นแรงบีบ โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ไปด้วยในตัว "ไอติม-พริษฐ์" ได้เชิญชวนให้ภาคประชาชนเข้าชื่อกัน 20,000 รายชื่่อ เสนอเข้ามาอีกทาง หากเห็นว่ามติของ ป.ป.ช.เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ดูรัดกุมแน่นหนาอย่างมาก หากประธานฯ โสภณ ที่พะยี่ห้อ เมด อิน บุรีรัมย์ เช่นเดียวกับ "เสี่ยโอ๋-ศักดิ์สยาม" ที่เป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง คิดจะใช้วิธีปัดตกคำร้องอย่างที่ประธานฯ คนก่อนทำทางไว้ ก็คงต้องตรองให้หนัก
แต่เพื่อกันเหนียวเอาไว้ก่อน ประเภทถือคติที่โบรณาจารย์สอนไว้ "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน" พรรคส้ม จึงยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ให้ตัดคำว่า "ดุลยพินิจของประธานรัฐสภาออก" ให้ประธานรัฐสภามีหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ เป็นทางผ่านส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกาเท่านั้น
โดย สส.พรรคส้ม เข้าชื่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เสนอประธานฯ ไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้เร่งบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาของรัฐสภา และเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้อีกชั้น พริษฐ์ได้ฝากคำถามถึงประธานฯ โสภณ 2 ข้อ คือ
หนึ่ง ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 236 จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างไร ว่าจะพิจารณาโดยหลักการและเหตุผล โดยไม่ได้ยึดติดว่าคดีนั้นเป็นของพรรคการเมืองท่านหรือไม่
สอง จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อไหร่ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและระเบียบวาระอื่นๆ ที่ขณะนี้พร้อมพิจารณาแล้ว
ด้านพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีมติร่วมเข้าชื่อกับพรรคประชาชน โดยส่ง สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ ราเมศร์ รัตนเชวง ฝ่ายกฎหมายพรรคฯ เข้าร่วมทีมดำเนินการด้วย ซึ่งทั้งสองพรรคจะตั้งคณะทำงานร่วมกันและยื่นคำร้องถึงประธานรัฐสภาภายในเดือนพฤษภาคม
แถมประชาธิปัตย์ ยังงัดหลักฐานใหม่ยื่น ป.ป.ช.ทบทวนคำวินิจฉัยด้วย
นี่คือ การกระชับวงล้อมจากฝ่ายค้าน ในการยื่นร้องเอาผิดกรรมการ ป.ป.ช.ยกคณะ ปมซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่ ป.ป.ช.ตีตกคำร้องเรื่องปกปิดบัญชีทรัพย์สิน เพราะเห็นว่าขาดเจตนาทางอาญา
เจอฝ่ายค้านใช้วิธีปิดล้อมไว้ทุกด้านขนาดนี้ มีทางเดียวที่ประธานฯ โสภณ จะตีฝ่าออกไปได้ คงต้องใช้เคล็ดวิชาขอมดำดิน มุดปัฐพีหนีเท่านั้นแหล่ะ




