รหัสร้อนการเมือง 'กรกฎาคม' อันตราย

1 ก.ค. 2569 - 09:44

  • จับตา ‘กรกฎาคมอันตราย’ จุดชี้ชะตาเสถียรภาพรัฐบาลอนุทิน 2

  • ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีสำคัญ กระทบอนาคตรัฐบาล

  • ปมร้าวพรรคร่วม–แรงกดดันการเมือง สะเทือนเกมอำนาจรัฐบาล

รหัสร้อนการเมือง 'กรกฎาคม' อันตราย

ในท่ามกลางมรสุมการเมือง ที่ถาโถมเข้าใส่รัฐนาวา อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่ยามนี้เป็นเหมือนหมู่บ้านกระสุนตก แตะไปที่ตรงไหนล้วนเน่าเฟะ ฟอนเฟะ ตั้งแต่หัวยันหาง

ยิ่งล่าสุดมีปัญหาขัดลำกล้อง ขบเหลี่ยมกันในกลุ่มแกนนำตามที่ปรากฎเป็นข่าวบนหน้าสื่อ ซึ่งต่อให้คนในพรรคเรียงหน้ากันออกมาปฏิเสธ แต่ดูจะเป็นเหตุผลที่เบาหวิว ไม่ต่างอะไรกับคำพูดที่ว่า ต่อให้อมพระประธานมาพูดคนก็ไม่เชื่อ

ปัญหาเกาเหลาในรัฐบาลจริงเท็จอย่างไร ให้รอดูแรงกระเพื่อมที่จะตามมาต่อจากนี้

ส่วนแรงสั่นสะเทือนจะหนักเบาขนาดไหน ระดับเดียวกับเหตุแผ่นดินไหวที่เวเนซูเอลาหรือไม่ น่าจะได้เห็นกันอีกไม่นาน ดีไม่ดีอาจจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้นึกถึงเรื่องเล่าในวงข้าวที่ว่า ใครบางคนมีเวลาอยู่ในตำแหน่งได้แค่เดือนกรกฎาคมนี้เท่านั้น

อะไรคือสิ่งที่จะนำไปสู่คำว่า "กรกฎาคมอันตราย" นั้น

ก่อนหน้านี้มีเรื่องใหญ่อย่างน้อยสองเรื่องในมือศาลรัฐธรรมนูญ ที่พอจะชี้เป็นชี้ตาย เขย่ารัฐนาวา "อนุทิน 2" ได้ คือ เรื่องคิวอาร์โค้ท-บาร์โค้ท บนบัตรเลือกตั้ง ที่จับพลัดจับผลูอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถูกคว่ำกระดานได้ง่าย ๆ และอีกเรื่อง คือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

เรื่องหลังเป็นไฟต์บังคับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน ซึ่งได้นัดหมายแถลงด้วยวาจาและลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมนี้ เวลา 9 โมงเช้า ถึงเวลาที่ต้องลุ้นระทึกว่า การตรา พ.ร.ก.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

หากผลออกมา "ขัดรัฐธรรมนูญ" รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ด้วยการยุบสภาหรือลาออกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าคงไม่เลือก "ยุบสภา" แน่ เพราะเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาได้ไม่นาน และที่สำคัญยังคุมเสียงข้างมากในสภาเอาไว้ได้

ดังนั้น คงเลือกอยู่เป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อ ส่วน "เสี่ยหนู-อนุทิน" จะกลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี สมัยที่ 3 หรือจะเปลี่ยนตัวผู้เล่นใหม่ เพราะพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ยังมีชื่อ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อยู่ในบัญชีนายกฯ ลำดับที่ 2 อีกคน

หากวันนั้นมาถึงจริง หวยจะออกที่ใครระหว่าง "อนุทิน-สีหศักดิ์" ขึ้นอยู่กับพรรคสีน้ำเงินจะมองเห็นว่า คนเก่าบอบช้ำไปหรือยัง แต่ที่สำคัญกว่าคือ พรรคสีน้ำเงินจะยังมีสิทธิตัดสินใจเลือกได้เองลำพังหรือไม่

เรื่องของเรื่องเพราะตลอดสองเดือนเศษที่ผ่านมา รัฐบาลอนุทิน 2 ไม่ได้โชว์ผลงานอะไรให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ แถมยังมากไปด้วยเรื่องราวฉาวโฉ่ อย่าว่าแต่เหล่ารัฐมนตรีลูกบังเกิดเกล้า ปั่นผลงานไม่ออก ตัวนายกฯ อนุทินเองก็เสียสูญ ชนิดที่ต้องนำไปตั้งศูนย์ล่วงล้อกันเสียใหม่

เอาเป็นว่า ลำพังเหตุผลความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ความเห็นกูรูด้านกฎหมาย ก็มีความก้ำกึ่งมากพออยู่แล้ว ยิ่งแยกออกเป็นสองก้อน ๆ ละ 2 แสนล้านบาท ยิ่งเห็นได้ชัดถึงความจำเป็นดังกล่าวว่ารอได้หรือไม่ได้

ไหนจะมี "ปัจจัยภายนอก" เข้ามาผสมโรงด้วย ทั้งปัญหาการดำรงตนเป็นรัฐบาลตลอดสองเดือนเศษที่ผ่านมา ซึ่งเอาแต่กินบุญเก่า บุญใหม่ไม่สร้าง ไหนจะมีศึกนอกเข้ามาประชิดชายแดนใหม่อีกรอบ หากยังขืนใช้บริการรัฐบาลชุดนี้ต่อ อาจไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

นี่คือรหัสร้อนการเมืองของรัฐบาลอนุทิน 2 จะจอดหรือแจวหรือว่าจะได้เวลาลงแบบเท่ ๆ ถือโอกาสยกเครื่องครม.ใหม่กันเสียเลย สายมูรอดูกรกฎาคมจะอันตรายขนาดไหน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์