'เท้ง' วืดผู้นำฝ่ายค้านฯ ส่อปิดฉากการเมืองถาวร

11 มี.ค. 2569 - 09:34

  • พรรคส้มลุ้นชะตา หลัง ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องคดีจริยธรรมร้ายแรง

  • ทันร่วมประชุมสภา 3 นัดสำคัญ เลือกประธานสภา–โหวตนายกฯ

  • หากศาลประทับรับฟ้องเมื่อใด สะเทือนจำนวน สส. และเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านของพรรคประชาชน

'เท้ง' วืดผู้นำฝ่ายค้านฯ ส่อปิดฉากการเมืองถาวร

สส.พรรคประชาชน(ปชน.) ไปรายงานตัวต่อสภาครบทั้ง 120 คน โดย เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพฯ แว้นมอเตอร์ไซค์ไปรายงานตัวเป็นคนสุดท้ายช่วงสายวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งเป็น 1 ใน 10 สส.กลุ่มอดีต 44 สส.ส้ม ที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมเสนอแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 อยู่ระหว่างส่งคำร้องไปศาลฎีกา

ทำให้ไม่แน่ใจว่าทั้ง 10 คน จะได้อยู่ทำหน้าที่สส.ในสภาชุดที่ 27 เป็นเวลากี่วัน

ล่าสุด ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องออกไป 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากเนื้อหาในคำร้องมีมาก จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบให้รอบคอบ โดยเฉพาะต้องให้เอกสารในสำนวนตรงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นต้นเรื่องคำร้องคดีนี้

หากนำกรอบเวลาสองสัปดาห์ที่ ป.ป.ช.ขยายเวลาออกไป เทียบกับปฏิทินการเปิดประชุมรัฐสภา ที่จะมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม จากนั้นนัดประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม และประชุมเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม

เท่ากับว่า สส.พรรคส้มทั้ง 10 คน มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม 3 นัดสำคัญนี้ด้วยแน่ ๆ เพราะต่อให้ ป.ป.ช.ส่งคำร้องไปก่อนครบสองสัปดาห์ แต่กว่าจะผ่านกระบวนการธุรการศาลไปถึงสั่งประทับรับฟ้อง ก็คงพ้นเวลาทั้งสามนัดไปแล้ว

เอาเป็นว่าทั้งสิบคนได้เข้าทำหน้าที่ สส.สามนัดสำคัญนี้ชัวร์

แต่ที่ต้องลุ้นกันตัวโก่ง คือ ข้อความในวรรค 5 ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ที่บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น"

ตามข่าวแม้ 44 สส.พรรคส้ม จะเตรียมยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เพื่อให้ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หลังศาลประทับรับฟ้อง แต่ที่ผ่านมามักจะไม่ได้เห็น ซึ่งทำให้ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยผลของกฎหมาย

ทีนี้หากศาลประทับรับฟ้องและไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ก็จะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาชนทันที ไม่เพียงทำให้สส.หายไป 10 คน แต่จะมีผลไปถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 ให้แต่งตั้งจาก สส.ที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มี สส.ในสภามากที่สุด และสมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานฯ หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดังนั้น หลังจากที่มีคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารประเทศแล้ว ปชน.ต้องไปจัดทัพกันใหม่ เพื่อรักษาเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ เอาไว้ ซึ่งนาทีนี้ได้เตรียมการล่วงหน้าไว้ระดับหนึ่งแล้ว คือ การประชุมใหญ่พรรคที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน

โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า ปชน.ให้สัมภาษณ์ไว้ในวันนำ สส.พรรคไปรายงานตัวที่สภาว่า "เตรียมวิธีการไว้หมดแล้ว แต่ตัวบุคคลต้องเป็นกระบวนการภายใน อาจต้องหารือที่ประชุมสส.พรรคก่อน สุดท้ายหากเกี่ยวกับตำแหน่งผู้บริหารพรรค ต้องออกมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งเราวางแผนไว้ว่าจะประชุมกันในช่วงเดือนเมษายนนี้"

‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ ส่งสัญญาณลุกจากเก้าอี้หัวหน้าพรรคฯ ให้ สส. คนอื่นมาเป็นแทน เพื่อรักษาเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่ต้องแต่งตั้งจาก สส.ที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไว้ ซึ่งตามข่าว วีระยุทธ กาญจนชูฉัตร รองหัวหน้า ปชน.ที่เป็นหนึ่งใน 3 แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี จะมารับตำแหน่งแทน

หากทุกอย่างเป็นไปตามนี้ ‘หัวหน้าเท้ง’ ย่อมหมดสิทธิหวลคืนเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านฯ คำรบสอง และถ้าโชคร้ายหนักเข้าไปอีก ถูกศาลตัดสินให้มีความผิดตามคำร้อง ป.ป.ช.เท่ากับปิดฉากชีวิตการเมืองลงแบบถาวร เจอโทษประหารชีวิตทางการเมือง ไม่สามารถกลับสู่เส้นทางสายนี้ได้อีกตลอดไป

รวมทั้ง แกนนำสำคัญคนอื่น ๆ อาทิ ศิริกัญญา ตันสกุล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รังสิมันต์ โรม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นต้น

แม้แต่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ถูกจองจำทางการเมือง 10 ปี จากการยุบพรรคก้าวไกล ปมเหตุจากมาตรา 112 ก็ต้องถูกปิดฉากชีวิตการเมืองตลอดไปเช่นกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์