มองจากปรากฏการณ์ ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อวานนี้(15 ธ.ค.68) ที่มีนักการเมืองมากหน้าจากต่างพรรค พร้อมใจกันมารายงานตัวสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ เพื่อสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น
ย่อมเป็นสัญญาณชัดถึงการเลือกตั้งใหม่ จะเป็นไปตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่อาศัยสถานการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นข้ออ้างลากยาวให้รัฐบาลทำหน้าที่รักษาการไปนาน ๆ อย่างที่บางคนมโน แสดงความวิตกกังวลไว้
ขณะที่อีกด้าน กกต.ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ก็ไม่รอช้า ออกร่างปฏิทินจัดการเลือกตั้งมาพร้อมสรรพ โดยกำหนดวันหย่อนบัตรในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และเปิดรับสมัครในระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคมนี้
นั่นเท่ากับลั่นดาลปิดประตูเลื่อนการเลือกตั้งออกไปแบบสนิท
เหตุผลที่ส่งสัญญาณแบบนี้ คงเพราะภูมิใจไทย ในฐานะผู้กำหนดเกม รู้ว่าตัวเองเป็นพรรคเดียวที่ได้เปรียบในทุกประตูเวลานี้ ส่วนพรรคอื่น ๆ โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคเดียวที่จะชิงที่หนึ่งกับภูมิใจไทยได้ ก็กำลังเสียศูนย์จากการเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองในสภาที่ผ่านมา
ไม่รู้จะตั้งศูนย์ถ่วงล้อได้ทันในช่วงเวลาอันใกล้นี้หรือเปล่า
เพราะอุบัติเหตุจากการชนหนักในสภาวันก่อน "พรรคส้ม" แทบไม่เหลือสภาพเดิมให้เห็น อาจต้องย้อนกลับไปนับหนึ่งใหม่เหมือนตอนที่เริ่มต้นพรรคอนาคตใหม่เมื่อหกปีก่อนด้วยซ้ำ
ยิ่งดูการจัดทัพใหม่ของพรรคสีส้ม ที่มีทั้งคนที่พรรคเปลี่ยนตัวให้ออกและคนที่ถอนตัวเดินจากไปเอง ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน การจัดทัพที่ว่าจึงอยู่ในสภาพก้ำกึ่งอาการแตกทัพ ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ชั่วโมงนี้คงไม่อยู่ในสภาพเป็นคู่ชิงที่หนึ่งได้ อย่างมากก็แค่สู้เพื่อประคองสถานการณ์ รักษาความเป็นพรรคขนาดใหญ่เอาไว้เท่านั้น
นาทีนี้สองพรรคใหญ่ "เพื่อไทย-ประชาชน" ต่างประสบชะตากรรมเหมือน ๆ กัน คือ ก้าวพลาดด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่เพื่อไทยถลำลึกกว่า เพราะความ "อหังการ มมังการ" ของคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น
อีกเหตุผลที่ทำให้ภูมิใจไทย มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น คือ ผลโพลนิด้าล่าสุด ที่กระแสความนิยมของทั้งเพื่อไทยและประชาชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กระแสภูมิใจไทยแม้จะแผ่วลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีความโดดเด่นอยู่
โดยเฉพาะในฐานะ "พรรคบ้านใหญ่" ของพ.ศ.นี้ ที่สำคัญมีพลังภายใน ไม่อิงกระแส อีกทั้ง "ครูใหญ่การเมือง" เนวิน ชิดชอบ กำลังร้อนวิชา รอพิสูจน์ "แม้วโมเดล" ที่ก๊อปปี้ความสำเร็จมาจากนายเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ที่ระดมดูดนักการเมืองบ้านใหญ่สร้างพรรคการเมืองใหญ่ได้สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้กระมัง ทำให้ภูมิใจไทยปล่อยให้การเลือกตั้งไหลไปตามธรรมชาติ
สำหรับปัญหาการสู้รบตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยืดเยื้อมาจวนจะครบสิบวัน และเริ่มมีมิติต่างประเทศแทรกซ้อนเข้ามาเพิ่มนั้น ในทางลึกเชื่อว่าภูมิใจไทยที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ ย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์ใกล้จะถึงจุดจบแล้ว ไม่ได้เป็นปัญหากับการหย่อนบัตรเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีก 58 วันข้างหน้า
ความเคลื่อนไหวที่พรรคภูมิใจไทยและกกต.จึงเสมือนสัญญาณให้การเลือกตั้งใหม่มาตามนัด เพื่อให้พรรคสีน้ำเงินกลับมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากอย่างเท่ ๆ หลังปฏิบัติการต้มส้มได้สำเร็จ


