สงคราม 5 วันไทย-กัมพูชา EP.4 ถอดรหัสขบวนการปล่อยข่าว เป้าหมายดิสเครดิต ‘แม่ทัพกุ้ง’ ใครคือ…ไอ้โม่ง?

19 ส.ค. 2568 - 08:28

  • ปั่นกระแสข่าวลือ ’แม่ทัพสีน้ำเงิน’ ดิสเครดิต ‘แม่ทัพกุ้ง ‘พล.ท.บุญสิน พาดกลาง‘

  • แกะรอยผลประโยชน์ชายแดน ใครอยู่เบื้องหลัง จนต้องปั้นข่าวระลอกสองหวังเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่

สงคราม 5 วันไทย-กัมพูชา EP.4 ถอดรหัสขบวนการปล่อยข่าว เป้าหมายดิสเครดิต ‘แม่ทัพกุ้ง’ ใครคือ…ไอ้โม่ง?

สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ยุติ แต่ในไทยกลับสุมไฟก่อความขัดแย้งผ่านสื่อกันไม่หยุดหย่อน ล่าสุด ขบวนการปล่อยข่าวเพื่อดิสเครดิตคนทำงาน เริ่มออกมาเป็นระยะๆ

เริ่มแรก ก็ซุบซิบแบบคนวงใน รู้มั้ย?…ใครเป็นแม่ทัพสีน้ำเงิน

ส่งข้อมูลเชิงนัยยะพุ่งเป้าไปที่ ‘แม่ทัพกุ้ง’ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แบบตีขลุมซุ่มโป่งอ้างทำนองว่า เป็นแม่ทัพที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับประมุขพรรคการเมืองค่ายสีน้ำเงินและได้ตำแหน่งแม่ทัพ เพราะคนเมืองบุรีรัมย์อุ้มสม

ทั้งที่ความเป็นจริง…’แม่ทัพกุ้ง‘ เติบโตในพื้นที่กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานตอนบน รับผิดชอบ นครราชสีมา ขอนแก่น ยาวไปตลอดแนวชายแดนไทย-ลาว

ส่วนตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 หากแนบแน่นกับบ้านสีน้ำเงินจริง ’แม่ทัพกุ้ง‘ ควรดำรงตำแหน่งแม่ทัพไปตั้งแต่ปี 2566 แล้ว 

แต่ในปีนั้น ‘แม่ทัพกุ้ง’ กลับต้องหลบให้เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ‘พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ‘ ที่เหลืออายุราชการเพียงปีเดียว ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ไปก่อน ขณะที่ตัวเองขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 2 และได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ทำให้เหลืออายุราชการเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เพียงหนึ่งปี 

ถ้าอยากรู้เหตุผลลึกๆว่า ทำไม ‘แม่ทัพกุ้ง’ พลาดการเป็นแม่ทัพ 2 ปี และพลาดในการพิจารณาโค้งสุดท้าย ทั้งที่มีชื่อเป็นตัวเต็งมาโดยตลอด ก็ต้องย้อนไปที่ต้นตอสีน้ำเงิน ว่า ถ้าเป็นแม่ทัพสายป่านสีน้ำเงินจริง แล้วทำไม…ต้องรอ

ข้อมูล ’แม่ทัพสีน้ำเงิน’ ยังไม่ทันเคลียร์ให้กระจ่าง ล่าสุดขบวนการปล่อยข่าวก็เริ่มทำงานอีก เมื่อมีการสร้างข่าวเป็นเรื่องเป็นราวผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความยินดีกับ ‘แม่ทัพกุ้ง’ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯยศ ’พลเอก’ เป็นกรณีพิเศษ (แต่ไม่มีหลักฐานรองรับ)

รวมทั้งยังแสดงความยินดีกับ ’รองเติ่ง’ พล.ต.วีระยุทธ์ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ทำนองว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ทั้งๆที่การประชุมคณะกรรมการกลาโหมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ยังไม่แล้วเสร็จ 

ข่าวพาดพิงทั้ง ’แม่ทัพกุ้ง’ และ ’รองเติ่ง’ ที่ถูกปล่อยออกมา โดยตัวแม่ทัพกุ้ง เจอถึงสองระลอก จึงชัดยิ่งว่า ขบวนการปล่อยข่าวรอบนี้ มีเป้าหมายไปที่ทั้งสองคนนี้โดยตรง 

ส่วนเป้าหมาย เพียงแค่ดิสเครดิตทั้งคู่ หรือเพื่อเป้าหมายที่มากกว่านั้น ไม่ยากที่จะถอดรหัส และหาตัวคนปล่อยข่าว เพราะเป็นการกุข่าว ท่ามกลางห้วงเวลาของการแต่งตั้งโยกย้าย และโค้งสุดท้ายของการพิจารณานายทหารชั้นนายพล ที่คาดว่าจะจบก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

อะไร…ที่ทำให้สงครามชายแดนยังไม่สงบ…แต่บางคนกลับต้องหันมารบกันเอง 

งานนี้ไขปริศนาไม่ยาก…เพราะตำแหน่ง ‘แม่ทัพภาคที่2‘ วันนี้ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งแม่ทัพภาคธรรมดา หากเป็นแม่ทัพภาคที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และขุมทรัพย์ชายแดน ที่ใครบางคน จำเป็นต้องให้คนของตัวเองขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ให้ได้

เกือบหนึ่งปีที่ ‘แม่ทัพกุ้ง’ ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บังคับการกรม และผู้บังคับกองพันหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะกรมและกองพันที่รับผิดชอบแนวชายแดน ทั้งชายแดนไทย-ลาว และชายแดนไทย-กัมพูชา

บางพื้นที่เกิดการคุมเข้ม ทั้งการเข้า-ออกของคนและสินค้า แม้บางพื้นที่จะยังเป็นไปตามปกติ แต่การต่อสายเข้าหาแม่ทัพ เพื่อพูดคุยบางเรื่อง กลับยากยิ่ง เพราะโดยส่วนตัว ’แม่ทัพกุ้ง‘ ค่อนข้างระมัดระวังและรัดกุมยิ่ง ต่อการพูดคุยในเรื่องที่นอกเหนือจากงานในกองทัพ 

ยิ่งเมื่อมีความขัดแย้งที่นำไปสู่การปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ การเข้มงวดบริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะชายแดนด้านที่มีบ่อนกาสิโนก็ยิ่งเข้มข้น 

กระทั่ง…เมื่อเกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสองประเทศ ไทย-กัมพูชา และชายแดนถูกปิดสนิท 

สถานการณ์ชายแดนที่ถูกลั่นดาล หากไม่สามารถคอนโทรลแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ เส้นทางผลประโยชน์ที่เคยปลอดโปร่ง การเข้า-ออกที่เคยเป็นไปอย่างอิสระ การพัฒนาพื้นที่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นทั้งกาสิโนขนาดใหญ่และแหล่งสแกมเมอร์ การพัฒนาที่กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งหมดก็จะต้องสะดุดหยุดอยู่กับที่

อย่าแปลกใจ…ที่วันนี้ขบวนการเปลี่ยนตัวแม่ทัพให้เป็นคนของตัวเอง จึงดำเนินไปอย่างเข้มข้น 

อย่าแปลกใจ…ที่เป้าหมายการดิสเครดิต จึงขับเคลื่อนตรงไปที่ตัว ‘แม่ทัพกุ้ง’ และ ’รองเติ่ง‘

เพราะหากหลังเกษียณ ’แม่ทัพกุ้ง‘ ยังคงมีบทบาท และเป็นอดีตแม่ทัพที่สังคมและประชาชนหนุนหลัง ส่วนแม่ทัพคนใหม่เป็นคนที่ ‘แม่ทัพกุ้ง‘ และ ‘ผบ.ทบ.‘ สนับสนุน แน่นอนว่า ย่อมกระทบต่อการทำงานของ ขบวนการผลประโยชน์เดิม 

ขบวนการผลประโยชน์ที่สร้างอิทธิพลตามชายแดน 

ขบวนการผลประโยชน์…ที่มีส่วนร่วมปล่อยปละละเลยให้กัมพูชาพัฒนาพื้นที่ฝั่งตรงข้ามประเทศไทย จนสร้างทั้งถนน ทั้งบังเกอร์ ทั้งคูเลตที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

แม้กระทั่งการขยับหน่วยทหาร เข้ามาประชิดแนวชายแดน โดยมีข้ออ้างเรื่องการค้าชายแดน และการพัฒนาพื้นที่ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา

มีเรื่องเล่าว่า…ครั้งหนึ่งหน่วยทหารหน่วยอื่นที่เข้าไปฝึกในพื้นที่ พบความผิดสังเกตของความเปลี่ยนแปลงฝั่งกัมพูชา และตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้เพื่อให้รายงานไปยังหน่วยเหนือ แต่ทั้งหมดกลับถูกกลบและปกปิดเรื่องเอาไว้ 

กระทั่งเกิดการปะทะกัน ความจึงกระจ่าง เห็นได้จากความพร้อมของฝ่ายกัมพูชา ที่สามารถส่งกำลังบำรุง ทั้งกำลังภาคพื้นดิน ยุทโธปกรณ์ และเสบียงได้โดยสะดวก

ครั้งนี้จึงเป็นความพยายามอีกครั้ง ที่จะสกัด แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ รวมทั้งสกัดบารมีของ ‘แม่ทัพกุ้ง‘ ที่นับวันจะเรืองรองมากขึ้นจนกลบและบดบังบารมีเดิมของใครบางคน

ใครที่เป็นเหมือนผีมีเงา เงื้อมมือยาว เอื้อมข้ามไปยังชายแดนฝั่งตรงข้าม

ส่วนใครคือ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ที่กลุ่มผลประโยชน์อยากได้ใคร่จะให้เป็น 

ใครอยากรู้ ก็ลองสืบเสาะกันดู…เพราะบอกได้แค่ว่า “อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะรู้ไม่ทัน”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์