‘กล้าธรรม’ บนทางสามแพร่ง

26 ก.พ. 2569 - 09:50

  • การเมืองยามหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่มีใครยืนอยู่กลางพายุได้นาน

  • ทางเดินของผู้กองจึงเหลือเพียงสามแพร่ง-ชนให้แตกหัก

  • ระหว่างศักดิ์ศรีกับความอยู่รอด ผู้กองจะเลือกอะไร

‘กล้าธรรม’ บนทางสามแพร่ง

การกบดาน เก็บตัวเงียบของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษากล้าธรรม(กธ.) ตลอดทั้งวันเมื่อวาน(25 ก.พ.) หลังกลับจากการไปย่ำหิมะ ดูแสงเขียวที่ยุโรป ท่ามกลางกระแสการปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง ที่ไม่มี กธ.ร่วมรัฐนาวา

คอการเมืองมองการไม่ออกมาปรากฎตัวของผู้กองธรรมนัส ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่า "ไม่มีทางออก"

เพราะเวลานี้ ครม.อนุทิน 2 พลัส มีความแจ่มชัดจากปากของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ภาคใต้ในวันก่อน ที่ปิดดีล 300 เสียง และจะมีรัฐบาลชุดใหม่ก่อนสงกรานต์

นั่นเท่ากับได้จัดวางตำแหน่งแห่งหนบนตัวเลข 300 เสียง จบกันไปแล้ว หากยังขืนเปิดรับเข้ามาเพิ่มจะต้องไปเคลียร์ตัวเลขกันใหม่ จะยิ่งทำให้ยุ่งยากเข้าไปใหญ่

เมื่อเดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ แถมยังมีข่าว "งูเขียว" หนีไปลงรูหนู ที่ตอนนี้มีอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ กลุ่มบ้านใหญ่ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา และฉะเชิงเทรา ซึ่งรวมกันมีไม่ต่ำกว่า 11 คนขึ้นไป จึงทำให้ผู้กองต้องเครียดหนัก

เนื่องจากการมาของกลุ่มบ้านใหญ่ทั้งหลาย ล้วนมีจุดหมายเดียวกับการก่อกำเนิดของพรรคสีเขียว คือ การเป็นรัฐบาล แต่เมื่อพรรคไม่สามารถนำพาไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถคันใหม่ ที่สามารถพาไปถึงที่หมายแทน

สถานการณ์ของผู้กองธรรมนัส ณ เวลานี้ จึงไม่ต่างกับเดินมาถึงทางสามแพร่ง ที่ต้องตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง จะไปซ้ายหรือขวาหรือว่าตรงไป โดยเปรียบทางตรงเหมือนการดับเครื่องชน ฆ่าได้หยามไม่ได้ ชิงประกาศไม่ขอเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคสีน้ำเงิน ให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย ใครไปถือว่าแตกแถว ยอมไปเป็นฝ่ายค้านผู้โดดเดี่ยว เพราะคงเข้าไม่ได้กับทั้งส้มและฟ้า

ทางที่สอง ยอมทนทู่ซี้อยู่ไปจนกว่าจะมีการประกาศจัดตั้งรัฐบาลเสร็จโดยไม่มี กธ.เข้าร่วม จากนั้น ค่อยถอยไปทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบผ่านกลไกต่าง ๆ ของสภาต่อไป ซึ่งคอการเมืองมองว่าไม่ใช่บุคลิก กธ.เพราะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการนี้ และหากไปยืนอยู่ตรงจุดนี้เมื่อไหร่ พรรคมีแต่จะเล็กลงและล่มสลายไปในที่สุด

ทางสุดท้าย ยอมละพยศ ยินดีให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยโดยไม่มีเงื่อนไข แม้จะไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็ตาม เหตุผลเพราะเป็นพรรคที่ชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมยกเหตุผลที่นักการเมืองชอบใช้ขึ้นอธิบาย คือ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

ทางเลือกหลังนี้ จะได้ป้องกันตัวเองเรื่อง "งูเขียว" หนีไปมุดรูหนูได้ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่พรรคเองก็เปิดไฟเขียวให้สนับสนุนอยู่แล้ว จากนั้น ก็บำเพ็ญตนอยู่ฝ่ายลอย ๆ ไม่ได้เป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่าย "รอคอย" เข้าร่วมรัฐบาล ชนิดที่นานแค่ไหนก็รอได้

ท้ายสุดอยู่ที่ผู้กอง จะตัดสินใจเลือกทางไหนประเสริฐสุด แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน กล้าธรรม ก็เลี่ยงไม่พ้นต้องถูกผ่าออกเป็นสองซีกอยู่ดี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์