จบลงไปแบบฉบับลับเฉพาะจนนาทีสุดท้าย สำหรับบัญชีโยกย้ายนายพลประจำปี 2569 ของทุกเหล่าทัพ ท่ามกลางความยินดีปรีดาของผู้ที่สมหวัง และภาวะการณ์กลืนเลือดของผู้ที่ผิดหวัง
โยกย้ายปีนี้ ทั้งสำนักปลัดกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มีการสับเปลี่ยนโยกย้ายถึง 805 ตำแหน่ง
สำนักปลัดกลาโหมและกองทัพอากาศดูจะสงบราบเรียบมากที่สุด เพราะเป็นไปตามหลักอาวุโส ความสามารถ และความเหมาะสม โดยเฉพาะกองทัพอากาศที่มีการจัดวางแต่ละตำแหน่งได้อย่างลงตัว
ขณะที่กองทัพเรือ แม้ตัวผู้บัญชาการทหารเรือ ‘พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล’ จะเป็นผู้ที่ได้รับการคาดการณ์แต่ต้น เพราะเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตมาตลอด แต่ตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งก็ถูกตั้งคำถาม และตั้งข้อสังเกต
ประเด็นการโยกทั้งพล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผบ.ทร. และเสธต้น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ข้ามห้วยไปกองบัญชาการกองทัพไทยทั้งคู่ ถูกตั้งคำถามมากที่สุด เพราะปกติธรรมเนียมกองทัพเรือ มักจะย้าย 1 ในแคนดิเดตที่พลาดหวัง แค่คนใดคนหนึ่งไปเป็นรองผู้บัญชาการกองทัพไทยเท่านั้น ส่วนคนที่เหลือก็จะยังคงอยู่ในกองทัพเรือต่อ เพียงแต่จะวางไว้ในตำแหน่งใดเท่านั้น
ครั้งนี้เมื่อย้ายทั้งพล.ร.อ.สุชาติ และพล.ร.อ.ธาดาวุธ ไปยังกองทัพไทย และย้ายไปในระนาบเดิม พล.ร.อ.สุชาติ จากรอง ผบ.ทร.อัตราพลเรือเอกพิเศษ เมื่อย้ายไปในตำแหน่งรองผบ.ทัพไทย ก็ยังคงอัตราพลเรือเอกพิเศษ
ส่วน พล.ร.อ.ธาดาวุธ จากตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เมื่อย้ายไปในตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ก็ยังคงเป็นพลเรือเอกธรรมดา มิได้ขยับขึ้นไปในอัตราพลเรือเอกพิเศษแต่อย่างใด
1 ใน 3 แคนดิเดตที่พลาดหวัง มีเพียง พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เพียงรายเดียวที่ยังคงอยู่ในกองทัพเรือ โดยได้ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือในอัตราพลเรือเอกพิเศษ แม้ในบัญชีโยกย้ายของกองทัพเรือครั้งนี้ ในระดับ 5 ฉลาม จะมีการคละรุ่น ทั้ง ตท.26 ,ตท. 27 และ ตท.28
ตท.26 มี พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผบ.ทร. และพล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี รองผบ.ทร.
ตท.27 มี พล.ร.ท.วีรุดม ม่วงจีน ผู้ช่วย ผบ.ทร. ,พล.ร.ท.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ เสนาธิการทหารเรือ และพล.ร.ท.ถุงเงิน จงรักชอบ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ส่วน ตท.28 ขยับพล.ร.ท.ภาณุพันธ์ ทรัพย์ประเสริฐ ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ อัตราพล.ร.อ.
แต่การโยก พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล ตท.27 จากเสนาธิการทหารเรือ ไปเป็นรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ก็ยังเป็นบาดแผลของกองทัพเรือที่มีการตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับพล.ร.อ.ธาดาวุธ ทั้งที่ก่อนนี้เป็น 1 แคนดิเดตสำคัญ ที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของกองทัพเรือ ท่ามกลางข่าวผลการประมูลเรือฟริเกตลำใหม่ของกองทัพเรือ ที่บ้างก็ว่า เสธ.ต้น อาจมีข้อมูลหรือความเห็นแย้งบางประการเกี่ยวกับผลการประมูลครั้งนี้
2 ปีนับจากนี้ภายใต้การบริหารของ พล.ร.อ.นเรศ ผบ.ทร.คนใหม่ จึงจะเป็น 2 ปีที่ต้องจับตามองว่า ผบ.ทร.สายเลือดคนใต้คนนี้ จะจัดระเบียบจัดแถว และลบความขัดแย้งภายในกองทัพเรือลงได้อย่างไร เพราะพล.ร.อ.นเรศ จะเป็น ผบ.ทร.คนแรกในรอบ 6 ปี ที่มีอายุราชการ 2 ปี นับจากพล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์
แต่กระแสคลื่นลมในกองทัพเรือ ก็ยังไม่รุนแรงเท่าแผ่นดินไหวในกองทัพบก เมื่อบัญชีโยกย้ายนายทหารระดับนายพลครั้งนี้สร้างทั้งเสียงฮือ สร้างทั้งเสียงฮา สนั่นถนนราชดำเนิน โดยเฉพาะการโยกย้ายในบ้านราชดำเนิน ในระนาบ 5 เสือ และรองเสนาธิการทหารบก ที่พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. จัดสมการอำนาจครั้งใหญ่
ระนาบ 5 เสือกองทัพบก ที่มีพล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผบ.ทบ.เกษียณอายุราชการ ส่วนพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ขยับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. ทำให้มีตำแหน่งว่างลง 2 เก้าอี้นั้น พล.อ.พนา ไม่ได้ขยับเพียงตำแหน่งที่ว่างเพียง 2 ที่เท่านั้น หากยังจัดวางตำแหน่งอีก 4 เสือใหม่เกือบทั้งหมด
ในระดับรองผบ.ทบ. พล.อ.พนา เลือกขยับพล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่นตท.26ที่เกษียณอายุปี 2571 ขึ้นไปนั่งเก้าอี้เบอร์ 2 ของกองทัพบก เพื่อครองอาวุโส ในการเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.คนใหม่ เกือบเพียงผู้เดียวในการขยับย้ายปลายปีหน้า
ส่วนตำแหน่งผช.ผบ.ทบ.ที่ว่างเพียง 1 ตำแหน่ง พล.อ.พนาตัดสินใจขยับผู้ช่วยใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ออกจากกองทัพบกไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม ทำให้ตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.ว่างลงทั้ง 2 ที่
เดิมคาดการณ์กันว่า 1 ใน 2 ผช.ผบ.ทบ.น่าจะเป็นของแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ (ตท.28) แม่ทัพภาคที่ 1 เพราะทั้งโดยอาวุโส ความเหมาะสม และหลักปฏิบัติที่ ทบ.ปฏิบัติมาโดยตลอด ที่แม่ทัพภาคที่ 1 จะต้องเป็นแคนดิเดตลำดับต้นๆในการขยับเข้าสู่ตำแหน่ง 5 เสือทบ.
ส่วนอีกตำแหน่งอาจเป็นการช่วงชิงกันระหว่างเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ของพล.อ.พนา ทั้งแม่ทัพกุ้ง พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชษฐ์ ผบ.นปอ. แต่ท้ายที่สุดตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.ทั้ง 2 ตำแหน่งก็เป็นตำแหน่งที่พลิกความคาดหมาย เมื่อพล.อ.พนา เลือกที่จะตั้งแม่ทัพยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 อีกคน และรองเสธ.กอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ตท.28 รองเสนาธิการทหารบกขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ.
ส่วนตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ที่เดิมแทบไม่มีรายชื่อเข้ามาเป็นแคนดิเดต เพราะเป็นตำแหน่งที่หาผู้เหมาะสม และถูกใจผบ.ทบ.ยาก ตำแหน่งนี้เป็นทั้งกึ่งแม่บ้าน และมันสมอง ซึ่งต้องเป็นคนที่ผบ.ทบ.ไว้ใจและเชื่อใจมากที่สุด เนื่องจากต้องควบตำแหน่งเลขาธิการ กอ.รมน.ด้วย เดิมเมื่อเสธ.ปูด้วง ต้องขยับไปเป็นเลขา สมช. ชื่อของรองเสนาธิการทหารบกหลายราย จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเอ่ยถึง แต่ไม่มีรายชื่อใดที่เข้าตา พล.อ.พนา แม้แต่รายเดียว
กระทั่งเมื่อ พล.อ.พนา เดินทางไปอเมริกาล่าสุด ถึงเริ่มมีการเอ่ยถึงเจ้ากรมโอ๋ พล.ท.ธีระนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมการข่าวกองทัพบก ที่อาจจะข้ามชั้นจากเจ้ากรมขึ้นแท่นเสนาธิการทหารบก โดยไม่ต้องผ่านตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก พร้อมๆชื่อเสธ.จอย พล.อ.อาวุธ พุทธอำนวย กอญ.ททบ.5 อีกหนึ่งคอลเลกชั่น ตท.26 ซึ่งในที่สุด พล.อ.พนา ก็ตัดสินใจเลือกเพื่อนจอย พล.อ.อาวุธ อดีตผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งเมื่อรวมกับ 3 คน คือ พล.อ.พนา ,พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ และพล.อ.นรธิป เท่ากับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ ที่ใน 5 เสือกองทัพบก มีนายทหารรุ่นเดียวกัน คือ ตท.26 ถึง 4 คน ทั้งผบ.ทบ. ,รองผบ.ทบ. ,ผช.ผบ.ทบ., และเสนาธิการทหารบก เหลือเก้าอี้ ผช.ผบ.ทบ.เพียง 1 ที่ให้กับเสธ.กอล์ฟ พล.ท.สราวุธ (ตท.28) เท่านั้น
ทั้งนี้ยังไม่นับพล.อ.กำชัย วงศ์ศรี ที่ขยับเป็นพลเอกพิเศษในตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก และพล.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชษฐ์ ที่ขยับขึ้นเป็นพลเอก ในตำแหน่งหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา
นอกจากระดับ 5 เสือแล้ว ในระนาบรองเสนาธิการทหารบก หลังจากพล.อ.พนา ขยับทั้งพล.ท.โดมหทัย ปั้นทองพันธุ์ (ตท.26), พล.ท.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล และพล.ท.บรรยง ทองน่วม (ตท.27) ออกไปดำรงตำแหน่งพลเอก จนเหลือเพียงพล.ท.พงษ์ศักดิ์ หมื่นกล้าหาญ (ตท.27) อดีตเจ้ากรมยุทธการแล้ว
พล.อ.พนา ใช้วิธีคละรุ่น ด้วยการขยับเจ้ากรมโอ๋ พล.ท.ธีรนันท์ นันท์ขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก (ตท.26) ,แม่ทัพแอ้ม พล.ท.ณัฐเดช จันทรางศุ แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.28), เสธ.เก๋ พล.ท.ณัฐวุฒิ สุวณิชย์พงศ์ เจ้ากรมยุทธการทหารบก (ตท.31) อดีตหน้าห้องลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.ต.สมพล ปะละไทย รองผบ.นรด.(ตท.26) เข้าไปแทนที่
การจัดทัพตั้งแต่ระดับ 5 เสือกองทัพบก และรองเสนาธิการทหารบกรอบนี้ ถูกมองว่าพล.อ.พนาเลือกวางสมการอำนาจกองทัพบกใหม่ เพื่อรองรับการขยับขึ้นสู่ตำแหน่งผบ.ทบ.คนต่อไปของเพื่อนร่วมรุ่น(ตท.26) พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คำภีระ ที่รอบนี้ขยับขึ้นเป็น รองผบ.ทบ.และมีอายุราชการถึงปี 2571
ในระดับ 5 เสือ ทบ. รวมทั้งประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก และรองเสนาธิการทหารบก พล.อ.พนาเลือกที่จะขยับนายทหารที่มีอายุราชการถึงปี 2571 และปี 2572 ออกไปเกือบทั้งหมด
ทั้งพล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล ,พล.อ.อมฤต บุญสุยา, พล.ท.บรรยง ทองน่วม ที่เกษียณอายุราชการปี 2571 ,พล.ท.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ที่เกษียณอายุราชการปี 2572 รวมทั้งยังไม่เสนอชื่อ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.28) ที่จะเกษียณอายุราชการปี 2571 เข้าไปสู่ 5 เสือ ทบ.
ส่วนที่ขยับเข้าไปแทนที่ ทั้งพล.ท.กำชัย วงศ์ศรี ,พล.ท.นรธิป โพยนอก, พล.อ.อาวุธ พุทธอำนวย และพล.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชษฐ์ แม้บางรายชื่อจะถูกกังขาอย่างหนัก จากทั้งคนในกองทัพและคนนอกที่มองเข้าไป แต่ทั้งหมดก็ถูกเลือกด้วยคุณสมบัติที่มีอายุราชการเหลือแค่ปีเดียว ซึ่งจะไม่เป็นแคนดิเดตแข่งกับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ในปี 2570 และมีคุณสมบัติพิเศษที่จะทำหน้าที่สำคัญให้กับพล.อ.พนา ทั้งการดูแลสายงานด้านส่งกำลังบำรุง ที่ต้องรับผิดชอบการจัดหายุทโธปกรณ์ ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สายงานด้าน กอ.รมน. ที่รับผิดชอบงบประมาณด้านความมั่นคงทั้งประเทศ โดยเฉพาะในภาคใต้
ส่วนพล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ที่เกษียณอายุราชการปี 2573 เพียงคนเดียว ซึ่งอาจเบียดขึ้นเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.คนใหม่ แข่งกับพล.อ.ณรงค์ฤทธิ์นั้น เป็นที่คาดกันว่า การที่พล.อ.พนา เลือกพล.ท.สราวุธ ที่เหลืออายุราชการอีก 4 ปี เป็น 1 ใน 5 เสือ นอกจากจะวางให้พล.ท.สราวุธ เตรียมการเข้าสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต่อจากพล.อ.ณรงค์ฤทธิ์แล้ว ยังเชื่อมั่นว่า พล.ท.สราวุธ จะรอได้และไม่เสนอตัวเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.แข่งกับพล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ในปีหน้า
ส่วนระดับรองเสนาธิการทหารบก ที่มีทั้งเจ้ากรมโอ๋ ที่เกษียณอายุราชการปี 2571 พล.ท.ณัฐเดช หรือรองแอ้ม ที่เกษียณอายุราชการปี 2572 และเสธ.เก๋ พล.ท.ณัฐวุฒิ ที่เกษียณอายุราชการปี 2575 ล้วนถูกวางรอเพื่อเป็นแคนดิเดต 5 เสือ เพราะในปี 2570 จะเหลือเพียง พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ และพล.ท.สราวุธ เท่านั้นที่ยังไม่เกษียณ
หมากเกมนี้ของพล.อ.พนา จึงเป็นการวางสมการอำนาจ และเปิดทางลงให้กับตัวเองในปี 2570 ที่จะมีเพื่อนเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สืบทอดตำแหน่ง ผบ.ทบ. จากนั้นจะมี พล.ท.สราวุธ ที่มีสัญญาใจกับพล.อ.พนา เข้ารับช่วงอีก 2 ปี จนถึงปี 2573 ที่จะเป็นปีของเหล่า ตท.ซีรี่ย์ 3 ที่จะเข้ารับช่วงต่อ
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น สมการนี้จะต้องไม่ถูกเปลี่ยนกลางทาง หรือถูกเปลี่ยนในช่วงปลายปี 2570
โดยเฉพาะเมื่อเหล่าทัพอื่นวันนี้ ใช้สูตรผบ.เหล่าทัพ 2 ปีไปแล้ว
อันเป็นแรงกดดันว่า กองทัพบก จะหันกลับไปใช้สูตร ผบ.ทบ.ปีเดียวอีกหรือ?




