ยื้ออภิปรายไม่ไว้วางใจ
รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ใครได้..ใครเสีย?!
เป็นที่แน่นอนแล้ว สัปดาห์นี้และในเดือนตุลาคม จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกิดขึ้น ส่วนจะมีขึ้นในช่วงเวลาไหน ระหว่างนี้ไปจนถึงก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 22 ธันวาคม ต้องรอฟังคำตอบจากรัฐบาลก่อน จากนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้าน ค่อยไปหารือกันต่อ
เบื้องต้นหลังวงหารือวิปสามฝ่ายล่ม แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ได้เข้าพบหารือประธานฯ โสภณ ซารัมย์ บอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลไปหาวันมาใหม่ ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน- วันที่ 22 ธันวาคม พร้อมแนบเงื่อนไขจะให้อภิปรายวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ได้ รวมถึงพร้อมสับหลีกวันอภิปรายให้ตรงกับที่รัฐมนตรีว่าง
ที่สำคัญฝ่ายค้าน ยอมถอยมาครึ่งก้าว ลดวันอภิปรายเหลือ 4 วัน จากที่ขอไป 5 วัน
โดย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ หนึ่งในแกนนำพรรคฝ่ายค้าน บอกจะไปพูดคุยเรื่องเวลาอภิปรายกันเอง หลังรัฐบาลตอบกลับมา “ยืนยันว่าเรายังคงการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ยื่นไปแล้วไม่ถอย ไม่ถอน”
แถม “ผู้ใหญ่สาทิตย์” ยังออกอาการหงุดหงิด ที่ลดวันอภิปรายลงทำให้ต้องลดเวลาของพรรคประชาธิปัตย์ลง จากเดิมที่ได้อยู่ 10 ชั่วโมง สำหรับผู้อภิปรายที่วางตัวไว้ 8-9 คน พลอยลดลงตามไปด้วย
“การตรวจสอบรัฐบาล ผมว่าการที่ฝ่ายค้านลดเวลาลงให้นั้น มันก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ถ้าจะลดเวลาลงอีก เราจะมีกระบวนการตรวจสอบไว้ทำอะไร มันไม่ใช่พิธีกรรม ที่นายกฯ พูดว่า เดี๋ยวเขาจะไปลดเวลาชี้แจงก็ได้ No! ผมต้องการคำชี้แจงของคุณ อันนี้ไม่ใช่พิธีกรรม พิธีกรรมก็ไปทำในพรรคภูมิใจไทยโน่น อันนี้มันสภา”สาทิตย์ให้สัมภาษณ์ไว้
ทีนี้รัฐบาลจะเอาอย่างไร เพราะฟังจากที่ อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อไว้ยังออกลีลาแทงกั๊ก โดยด้านหนึ่งเหมือนกับปิดประตู “ยอมรับหาวันใหม่ลำบาก” แต่อีกด้าน ก็โยนให้ประธานฯ โสภณ เป็นคนตัดสินใจ
“ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าอย่างไร ก็เอาตามนั้น” ?!
แต่ที่ฟังแล้วสะดุดหูกึก!! คือ การตอบคำถามที่ว่ายังพอมีเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายหรือไม่ ได้รับคำตอบสั้นๆ ว่า “ยาก” จนสื่อต้้องถามย้ำว่า มีโอกาสหรือไม่ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น คำตอบ คือ
“ไม่ทราบ เพราะเราก็พร้อมอยู่แล้ว เราก็อยากให้ทุกอย่างมันจบ”
ไม่แน่ใจกับคำตอบวกไปวนมาข้างต้น เป็นการสับขาหลอกหรือจะไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นจริงๆ เพราะลำพังเล่นล่อเอาเถิดเรื่อง 3 วัน 5 วัน ในทางการเมืองก็ทำให้รัฐบาลเสียหายมากพออยู่แล้ว
ไหนจะเรื่องถูกฝ่ายค้านกล่าวหาปิดกั้นการตรวจสอบ ซึ่งแย่กว่าสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกมมองว่ามาจากเผด็จการเสียอีก
ไหนจะเปิดช่องให้ ศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ใช้โอกาสฝ่ายตรวจสอบนอกสภา แฉข้อมูลบ่อนพนันออนไลน์รายวัน โยงถึงใครต่อใครในรัฐบาล จนดูฟอนเฟะไปด้วยกันทั้งหมด
งานนี้หากไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้ อย่างมากก็ทำให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่เป็นไข่ในหิน รอดตัวไป ไม่ต้องถูกฝ่ายค้านจับขึงพืด ชำแหละกลางสภากัน 3 วัน 3 คืน
แต่ภาพลักษณ์รัฐบาลสีน้ำเงิน จะอัปลักษณ์ขึ้นมาในทันที เพราะหลีกหนี ไม่ยอมให้ถูกตรวจสอบผ่านกลไกของรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจต้องถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ และเป็นตราบาปทางการเมืองตลอดไป
ส่วนฝ่ายค้าน ที่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีมากถึง 18 คน ความจริงคงไม่มีหมัดเด็ดอะไรมาน็อครัฐบาลได้อยู่แล้ว เพราะประเด็นที่วางเอาไว้ทั้งฮั้ว สว.และทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นนั้น สังคมรับรู้ข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการไปแล้ว
เหลือแค่เว็บพนันออนไลน์ ที่เป็นเหล็กร้อน ใช้เป็นนั่งร้านการเมืองซักฟอกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ แต่ก็ไม่ต่างกับสองประเด็นข้างต้นนัก เพราะถูกแฉจนพรุน และในทางการเมืองคงอยู่ในระดับที่เรียกว่า มีเหตุอันควรเชื่อไปแล้ว
สรุปหากฝ่ายค้าน พลาดไม่ไดัซักฟอกรัฐบาลหนนี้ คงไม่ถึงกับทำให้เสียหาย แต่ผู้ที่เสียหายทั้งขึ้นทั้งล่องกลับกลายเป็นพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่รอเข้าร่วมรัฐบาลหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องอยู่รอเป็นแม่สายบัวกันต่อไป




