ประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการย้ำถึงจุดยืนของบางพรรคการเมือง หรือเป็น ‘นิทานหลอกเด็ก’ อย่างที่ออกมาตอบโต้กัน
แต่เหมือนจะมีความชัดเจนระดับหนึ่ง เมื่อคู่กรณีพรรคสีส้ม อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกมือไหว้ขอบคุณ ในระหว่างตอบคำถามนักข่าวที่ จ.สุพรรณบุรี ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ทันทีที่ทราบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ‘ไม่มี’ นโยบายแก้ไขมาตรา 112 แล้ว
‘ท่านหัวหน้าเท้งพูดแล้วเหรอ ยืนยันได้หรือเปล่าไม่รู้ เหมือนว่าตัวท่านพูดว่าพรรคประชาชนไม่แก้มาตรา 112 ด้วย โอ้โห ขอบพระคุณมากครับ’
‘เสี่ยหนู-อนุทิน’ สำทับซ้ำอีกว่า
‘ขอบพระคุณท่านจริงๆ ประเทศเรายิ่งเป็นความสบายใจของพี่น้องประชาชน’
อันสืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาบอกอนุทินเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่หัวหน้าพรรคประชาชนพูดคือ เรื่องนิรโทษกรรม ไม่ใช่แก้กฎหมายมาตรา 112
แต่อนุทิน ก็ยืนยันว่าไม่ได้เข้าใจผิด เพราะเรื่องนิรโทษกรรม คือคนที่กระทำความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 แล้วไม่ต้องรับผิด ซึ่งก็‘ไม่ใช่แนวทาง’ ของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้เข้าใจผิด
พร้อมโต้กลับเรื่องนิทานหลอกเด็กว่า มาตรา 112 ไม่เคยเป็นนิทานหลอกเด็ก เพราะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพรรคประชาชนอีก ในปี 2552 ตั้งแต่สถาปนาพรรคภูมิใจไทย ถ้าคิดจะแก้มาตรา 112 อยู่ก็ร่วมด้วยไม่ได้ ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าถ้าเขาตกผลึกแล้ว อนาคตก็มาแก้ไขได้ ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีความคิดที่จะแก้ไขอยู่ แล้วใครหลอกประชาชนกันแน่ มีแตะมาตรา 112 เมื่อไหร่ ก็ไม่มีพรรคภูมิใจไทย
คำพูดข้างต้นของอนุทิน เป็นการเดาทางไว้ล่วงหน้า ซึ่งเหมือนหลับตาเห็น เพราะในวันถัดมาก่อนยื่นสมัครสส.บัญชีรายชื่อ ที่โรงแรมเซนทารา ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ ร่ายยาวจุดยืนเรื่องมาตรา 112 อีกครั้งว่า เป็นการทำตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ให้นำมาใช้เป็นนโยบาย และจะไม่มีในคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา
‘ไม่เป็นนโยบายหาเสียง ก็จะไม่เป็นนโยบายที่รัฐบาลจะแถลงต่อสภา ส่วนจะมีการผลักดันในนามส่วนตัวหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าสังคมเราตกผลึกหรือยัง จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร’
สรุปความคือ ยัง‘ไม่ได้ปิดประตู’การแก้ไขมาตรา 112 แต่เป็นเรื่องของอนาคต ขึ้นอยู่กับสังคมจะตกผลึกในเรื่องนี้อย่างไร
ที่หัวหน้าเท้ง ต้องแสดงท่าทีแบบนี้ ก็เนื่องจากเรื่องมาตรา 112 เป็นจุดยืนที่เป็นจุดขายของพรรคส้มมาตั้งแต่ต้น แต่เนื่องจากถูกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญพันธนาการไว้ จึงต้องแขวนเอาไว้ ไม่สามารถประกาศชัดได้ว่าจะไม่แก้
เช่นเดียวกับจุดยืนการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ณัฐพงษ์ ย้ำชัดว่า ผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ต้องนิรโทษกรรมทุกกลุ่ม เพราะจุดประสงค์นิรโทษคือการหาทางออกให้กับสังคม ถ้ามีเฉพาะที่ได้รับนิรโทษ ก็จะไม่เกิดความเป็นธรรม สังคมเดินหน้าต่อไปไม่ได้
วันนี้ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภา แต่เนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน จึงถูกพักเอาไว้เพื่อรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำกลับมายืนยันให้รัฐสภาพิจารณาต่อภายในกรอบเวลา 60 วัน หลังการเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก
ต้องไปลุ้นกันอีกครั้งหลังการเลือกตั้งว่าครม.ชุดใหม่จะเอาอย่างไร
แต่สำหรับพรรคส้มในชั่วโมงนี้ ต้องปรับกระบวนท่าเรื่องแก้ไขมาตรา 112 โดย ‘ถอย’ ทางยุทธศาสตร์ไว้ก่อน เพื่อรักษาจุดยืนทางการเมือง หล่อเลี้ยงมวลชนเอาไว้ในสถานการณ์การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง


