การจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 พลัส เดินมาถึงจุดที่สื่อทุกสำนักสรุปตรงกันว่า "จบแล้ว" รู้กระทั่งว่าพรรคกล้าธรรม(กธ.) ที่เกือบพลาดท่าตกขบวนรถไฟ ได้เก้าอี้ไป 3+3 คือ ว่าการ 3 กับอีก 3 ช่วยว่าการ โดยไม่มีชื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเจ้าตัวแพ็คกระเป๋ารอไปเที่ยวยุโรปแบบยาว ๆ หลังประชุมพรรคกธ.วันนี้
แต่กว่าจะลงตัวได้ผู้กองธรรมนัส ต้องถูกบีบถูกกดจนหน้าเขียว ได้เห็นแสงเหนือก่อนบินไปยุโรปด้วยซ้ำ
"ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้"
คำพูดข้างต้นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.ตอบคำถามนักข่าวแบบผ่อนคลาย ถึงการพูดคุยกันของ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้า กธ.กับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ จ.สงขลา ในวันก่อน
ขณะที่นายกฯ อนุทิน ตลอดทั้งวันเมื่อวาน(18 ก.พ.) ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ โดยเอามือมาจับที่คอเพื่อสื่อให้เห็นว่า "เจ็บคอ" ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ แต่กลับมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม หลังได้กางปฏิทินตั้งรัฐบาลให้เห็นว่า จะไม่มีการดำเนินการใด ๆ จนกว่า กกต.จะประกาศรับรองผลเลือกตั้งและผ่านการเลือกประธานสภาฯ เลือกนายกฯ ไปแล้ว
เป็นการปิดการขายข้อเสนอ "มีกล้าธรรม ไม่มีธรรมนัส"
ต่างจากฝ่ายผู้กองธรรมนัส ที่ยังให้สัมภาษณ์ร่ายยาวแบบตอบทุกคำถาม โดยจับเอาปัญหาการเลือกตั้งทั้งบัตรเขย่งไปจนถึงปมร้อนบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มาเป็นประเด็นข้อห่วงใยซ้ำ ๆ ต่อเนื่องติดกันสองวัน
"ยอมรับขณะนี้กังวลในเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของกกต.มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ได้ตั้งข้อสมมติฐานว่า หากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดโมฆะ ไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที"
ไม่เพียงห่วงใยธรรมดา ผู้กองธรรมนัส ยังเชิญ อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ กธ.เข้าพบหารือที่กระทรวงเกษตรฯ ด้วย เพื่อรองรับวิกฤติเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่อาจจะมีขึ้น "หากมองแววตาผม ก็จะรู้ว่าไม่ได้กังวลการร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่กังวลผลการเลือกตั้งมากกว่า"
แต่ผู้สันทัดกรณีมองการมาของ น.ต.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงฉากหนึ่งของการเมืองมากกว่า เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่จะมาชี้ช่องทางใด ๆ ได้ ทั้งการออกมาแสดงบทกร้าวของผู้กอง โดยเฉพาะการแฉลบไปที่ปัญหาการเลือกตั้ง น่าจะเป็นการรักษาหน้าตัวเอง ในห้วงที่ถูกบีบจนหน้าเขียวมากกว่า
เช่นเดียวกับการประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน "วันหนึ่ง ถ้าเราไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลได้ เราก็ขับเคลื่อนโดยใข้สภา ซึ่งสภามีคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ในการทำหน้าที่ได้หลายอย่าง" ก็ถูกมองเป็นการแก้เกี้ยวไม่ต่างกัน
ฟังมาว่างานนี้ นายกฯ อนุทิน อยู่ระหว่างการจูนสัญญาณสองฝ่ายเข้าหากัน ทำหน้าที่รอมชอมให้เห็นว่า ไม่มีใครต้องได้หรือเสียทั้งหมด อย่างน้อยสูตร "มีกล้าธรรม ไม่มีธรรมนัส" คงพอเยียวยาความรู้สึกแย่ๆ ของทั้งสองฝ่ายลงได้บ้าง
ได้ฝัง "ผู้กอง" แต่กล้าธรรมยังได้ร่วมรัฐบาล
ชั่วโมงนี้ถือว่าโชคเข้าข้างนายกฯ อนุทิน ที่บังเอิญเลือกตั้งมีปัญหาพอดี จึงเสมือนเป็นตัวช่วยให้การจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ลงตัว ได้อาศัยสถานการณ์ที่ กกต.สั่ง "ลงคะแนนใหม่-นับบัตรใหม่" คลี่คลายปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลไปด้วยในตัว
เมื่อทุกอย่างเย็นลงแล้ว ก็พอดีกับที่ กกต.สะสางปัญหาต่าง ๆ ลงได้ ก็ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง เปิดประชุมรัฐสภานัดแรก เลือกประธานสภาฯ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลกันต่อไป ส่วนปัญหาใหญ่ ๆ ก็ให้เป็นเรื่องของศาลท่านไป
คำว่า มิตรที่แย่ แต่เป็นศัตรูที่ดี จึงถูกนำมาใช้กับการจัดตั้งรัฐบาลหนนี้ ให้พรรคสีเขียวอยู่ร่วมเป็นรัฐบาลดีกว่าเสือกไสไล่ส่งไปเป็นฝ่ายค้าน
วันนี้ ครม.อนุทิน 2 พลัส จึงลงตัวแต่ไม่ถึงเวลาจบ เพราะอยู่ในช่วงจูนสัญญาณบน-ล่างเข้าหากัน



