พรรคประชาชน (ปชน.) ยังคงเดินหน้าเปิดทีมบริหารหรือว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ตามแคมเปญ "เดอะ โปรเฟสชั่นแนล" โดยทยอยเปิดวันละคนตั้งแต่วันที่ 5-11 มกราคมนี้
ล่าสุดเปิดไป 3 คน 3 กระทรวง ประกอบด้วย รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าที่ รมว.ยุติธรรม นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา ว่าที่รมว.ต่างประเทศ และ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าที่รมว.ศึกษาธิการ
การเปิดทีมบริหารของพรรคสีส้ม อาจมองเป็นมิติใหม่ทางการเมือง เพราะไม่เคยมีการประกาศโชว์ตัวอย่างนี้มาก่อน ไม่นับกรณีพรรคภูมิใจไทย ที่ชู 3 ทหารเสือ "เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์" สามรัฐมนตรีคนนอกที่จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีก หากพรรคได้กลับมาเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
นั่นเป็นลักษณะของการผูกปิ่นโตการเมือง มัดจำมัดใจประชาชนไว้ ถ้าอยากได้ทั้งสามคนกลับมาเป็นรัฐมนตรีดูแลการคลัง เศรษฐกิจ การค้าขายและการต่างประเทศ ก็ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับมาบริหารประเทศ ประมาณนั้น
แต่ความจริงในทางการเมือง สามารถมองเห็นตัวว่าที่รัฐมนตรีของแต่ละพรรคจากผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อในลำดับต้น ๆ ได้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่ให้แต่ละพรรควางตัวบุคคลากรคนสำคัญที่จะมาเป็นรัฐมนตรีไว้ในปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต้น ๆ
ทว่าในเวลาต่อมา ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต้น ๆ ที่เป็นเขตปลอดภัย กลายเป็นแหล่งระดมทุนของแต่ละพรรคไป
สำหรับพรรคส้ม การเปิดตัวทีมบริหารเที่ยวนี้ คงไม่ใช่ต้องการให้ดูเท่อย่างเดียว แต่มุ่งหวังนำคนที่เป็นเทคโนแครตเข้ามาดึงคะแนนเสียงจากชนชั้นกลางในเมืองด้วย แต่หลังจากประเดิมเปิดไป 3 คนแรก ดูเหมือนเสียงสะท้อนกลับมาจะมีทั้งบวกและลบ
เริ่มจากรายแรก มุนินทร์ พงศาปาน ก็ถูกนำไปโยงกับเรื่องมาตรา 112 และรื้อฟื้นสายสัมพันธ์นักวิชาการในกลุ่มนิติราษฎร์ ที่มี ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เป็นหัวขบวน ถูกนำมาพูดถึงกันใหม่ โดยมีมือดีลคือ ปิยบุตร แสงกนกกุล หนึ่งในผู้นำจิตวิญญาณของพรรคส้ม
ส่วนคนถัดมา วิศาล มาณวพัฒน์ ดูจะบอบช้ำมากกว่าใคร เพราะทันทีที่เปิดชื่อออกมาก็ถูก ปวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์ อดีตลูกน้องเก่าในกระทรวงบัวแก้วเมื่อหลายสิบปีก่อน ออกมาเสียบสกัด แฉเรื่องราวส่วนตัวเสียยับเยิน
ขณะที่คนล่าสุด อนุชาติ พวงสำลี ก็ถูกขุดเรื่องไม่ให้นักเรียนเคารพธงชาติ-สวดมนต์ตอนเช้า ซึ่งให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่องการศึกษาต้องไม่เป็นทุกข์ของแผ่นดินว่า
"เราไม่มีวิชาลูกเสือเนตรนารี เราไม่สอนวิชาชื่อพระพุทธศาสนา เด็กไม่ต้องมายืนเคารพธงชาติตอนเช้า ไม่มีสวดมนต์ตอนเช้า แต่เรามีคำตอบในการอธิบายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด"
ทันทีที่ ดิจิทัล ฟรุ๊ตปริ้น ได้ทำหน้าที่เผยเรื่องราวปูมหลังของแต่ละคนมากน้อยแตกต่างกันออกมา จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์กันขรม โดยเฉพาะเรื่องราวของน้อง ๆ กลุ่มสามนิ้ว ที่ออกมาเคลื่อนไหวในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไม่เพียงสุ่มเสียงจากด้านนอก ที่ช่วยกันตรวจสอบผู้อาสาตัวเข้ามาเป็นทีมบริหารของพรรคส้ม ภายในพรรคเองก็มีการตั้งคำถามถึงการเอา "คนนอก" เข้ามาเป็นว่าที่รัฐมนตรีเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่หลายคนในพรรคก็มีดีกรีความเหมาะสมอยู่แล้ว
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบคำถามเรื่องการนำคนนอกเข้ามาว่า ต้องบอกว่ามีทั้งคนนอกและคนในพรรค เพียงแต่สองท่านแรก คนอาจจะมองว่าเป็นคนนอก แต่สำหรับตนต้องดูที่ความเชื่อ อุดมการณ์ทางการเมืองว่าเป็นไปตามแนวทางเดียวกันกับที่พรรคประชาชนนำเสนอหรือไม่
"ยืนยันว่าทีมบริหารไม่ได้มีแต่คนนอกทั้งหมด คุณสมบัติที่สำคัญคือ ต้องมีความรู้ ความสามารถ ตรงสาย ไม่ได้มาจากโควตาทางการเมือง"
กว่าจะถึงวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม ยังมีอีกหลายคน หลายกระทรวง ที่พรรคประชาชนจะทยอยเปิดตัวทีมบริหารหรือว่าที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงออกมา หากคนเหล่านั้นไม่เปลี่ยนใจเสียก่อน หลังเห็นตัวอย่างจาก 3 รายแรก
วันนี้ พรุ่งนี้ ไม่ว่าคนที่เหลือพรรคส้มจะเปิดหรือไม่เปิดอย่างไร แต่ที่เปิด ๆ กันไปแล้วนั้น ในทางการเมืองถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย


