DeepSPACE สืบชะตาอนุทิน 2 ส้มท้าชนระบอบสีน้ำเงิน

26 พ.ค. 2569 - 10:45

  • พรรคประชาชนยังวนเวียนอยู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่

  • ผูกโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกัน รวมถึงการประชุมร่วมของคณะองคมนตรี

  • พาดพิง สว.จนเป็นเรื่องราว และสว.ออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากหัวหน้าพรรค

DeepSPACE สืบชะตาอนุทิน 2  ส้มท้าชนระบอบสีน้ำเงิน

DeepSPACE  หลังการออกแถลงการณ์ของพรรคประชาชน เตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังและทบทวนการให้บทบาทองคมนตรี ในการเข้าร่วมประชุมกับฝ่าย ตอนแรกใครต่อใครพากันกันคิดว่า ‘พรรคส้ม’ทำปืนลั่น รีบร้อนแสดงจุดยืน โดยมิได้ตรวจสอบเสียก่อนว่า แต่สุดท้ายลากไปถึงเสนอยุบองคมนตรี   ติดตามใน DeepSPACE ลึกกว่าที่รู้

 หลังการออกแถลงการณ์ของพรรคประชาชน(ปชน) เตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังและทบทวนการให้บทบาทองคมนตรี ในการเข้าร่วมประชุมกับฝ่ายบริหาร ณ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตอนแรกใครต่อใครพากันกันคิดว่า ‘พรรคส้ม’ ทำปืนลั่น รีบร้อนแสดงจุดยืน โดยมิได้ตรวจสอบเสียก่อนว่า การประชุมในลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่มีก่อนหน้านี้มาหลายปีแล้ว

เพียงแต่ปีนี้ อาจจะ‘เอิกเกริก’หน่อยตรงที่มีนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งควบเก้าอี้ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมด้วย อีกทั้งองคมนตรี ก็มากันคณะใหญ่มากกว่าทุกปี จึงตกเป็นข่าวและเป็นเป้าให้พรรคส้มหยิบมาเป็นประเด็นดังกล่าว

หลังพลาดท่า รับรู้ที่มาที่ไปแล้ว หลายคนคิดว่าพรรคส้มจะปรับท่าทีเสียใหม่ แต่กลับยังเดินหน้า ย่างสามขุม ‘ขยี้’ ประเด็นนี้ต่อ โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคส้ม ออกมาเปิดการแสดงเอง ย้ำหนักแน่นว่าต้องทบทวน

ที่สำคัญถ้าตัวเองหรือคนของพรรคส้มเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่ให้ทำแบบนี้

ในขณะที่เหตุการณ์ยังชุลมุน ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ ตกเป็นเป้านิ่งให้ฝ่ายอนุรักษ์รุมตอบโต้จากรอบทิศทาง จู่ๆ ไม่นัดก็เหมือนนัด เมื่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม โยนประเด็นเก่าเรื่องข้อเสนอ ‘ยกเลิกคณะองคมนตรี’ ออกมา

จากนั้น ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ ยังใช้โอกาสวันครบรอบ 12 ปี คสช.เปิดแนวรบกับสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่เป็นมรดกของคณะรัฐประหาร จนเหตุการณ์ร้อนฉ่า 89 สว.ออกมาแถลงตอบโต้ จี้ให้แถลงขอโทษวุฒิสภาภายใน 3 วัน หากไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

แทนที่จะแผ่ว หัวหน้าเท้ง กลับขยายประเด็นให้ใหญ่โตขึ้นอีก เมื่อพูดถึงระบอบสีน้ำเงินว่า

‘ตอนนี้สถานการณ์การเมืองไทยเป็นแบบนี้ เราอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ที่กำลังกัดกินประเทศอยู่ กินรวบอำนาจทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ’

แถม ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ ยังขยายความถึงระบอบสีน้ำเงินอีกว่า ‘จริงๆ แล้ว พรรคภูมิใจไทยอาจจะเป็นด่านหน้า เป็นเอเยนต์คนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินตรงนี้’

คำพูดไม่กี่ประโยคข้างต้นของเท้ง น่าจะแจ่มชัดในตัวเองแล้ว เกี่ยวกับคำว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ แต่สื่อยังตั้งคำถามต่อถึงความเป็นเอเยนต์ของพรรคภูมิใจไทย แล้วองค์ประกอบของสีน้ำเงินมีอะไรบ้าง ซึ่งได้รับคำตอบกว้างๆ ว่า 

อยากให้ทุกคนช่วยกันวิเคราะห์และคิดตามว่า ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า เคยตั้งคำถามกับสว.บางส่วน ที่มาขององค์กรอิสระบางส่วน อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่งหรือไม่ หากทุกคนเห็นภาพตรงกันก็จะรู้ว่าทางออกของประเทศที่ควรจะแก้ไขเป็นอย่างไร

มองเผินๆ เหมือนต้องการขมวดให้เห็นว่า ‘ตัวปัญหาใหญ่’คือ รัฐธรรมนูญ ที่ต้องยกร่างกันขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นทางออกของประเทศ แต่คำพูดแบบ‘ฉวัดเฉวียน’ไม่กี่ประโยคข้างต้นนั้น มันสื่อไปไกลกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญที่อธิบายไว้

การออกมาตีฟูเรื่ององคมนตรีและระบอบสีน้ำเงินเที่ยวนี้ของพรรคส้ม ไม่ว่าจะเป็นการเรียกคืนตัวตนเดิมๆ ของตัวเองกลับมา หลังปรับลดเพดานลงจากปัญหามาตรา 112 จนทำให้จุดแข็งที่เคยเป็นจุดขายมลายหายไป

หรือจะหวังผลต่อสนามเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ที่กำลังจะมีขึ้น ก็น่าจะเป็นความสุ่มเสี่ยงมากกว่าที่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมา เช่นเดียวกับการเปิดแนวรบกับ สว.ในขณะที่ต้องการเสียงสนับสนุนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ย่อมไม่เป็นผลดีเช่นกัน

พรรคส้ม ประสงค์สิ่งใด จะได้คุ้มเสียหรือไม่กับการขยี้ประเด็นนี้ พักเอาไว้ก่อน

แต่ผู้ที่ได้ไปเต็มๆ คือ พรรคสีน้ำเงิน ที่ตกอยู่ในภาวะ‘เพลี่ยงพล้ำ’มาตลอด ตั้งแต่เรื่องน้ำมันหาย โครงการแลนด์บริดจ์ มาถึงห้ามรถไฟวิ่งเข้าเมือง แม้จะมีเสียงสนับสนุนในสภามากมาย   และวางยาวจะเป็นรัฐบาลให้ครบเทอมด้วยซ้ำ

ทว่ามีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาว่า รัฐบาลอนุทิน 2 พลัส อาจจะอยู่ได้‘ไม่ยืด’ และทำท่าจะไปเร็วกว่าที่คาด เพราะบุญใหม่ไม่สร้าง แถมกินบุญเเก่าในช่วงเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแบบไม่บันยะบันยัง จึงถูกบางฝ่ายซุ่มสอยตกเก้าอี้

บังเอิญการออกตัวแรงของพรรคส้ม ในเรื่ององคมนตรีและระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศ จึงทำให้ ‘เอเยนต์’ อย่างภูมิใจไทย ได้น้ำถูกอุปโลกน์เป็นหัวขบวนฝั่งอนุรักษ์อีกคำรบ อารมณ์เดียวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา

ดังนั้น การออกมาจุดประเด็น ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย จึงเท่ากับเป็นการสืบชะตา ต่อลมหายใจให้รัฐบาลอนุทิน 2 ออกไปได้อีกยก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์