ดีเบตนัดแรก เปลี่ยนสูตรการเมือง

25 ธ.ค. 2568 - 03:27

  • เปิดเวทีดีเบตแรกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างชัดเจน

  • ประชาธิปัตย์กลับเข้าสู่ศูนย์กลางอีกครั้ง จากประโยคเดียว ไม่เอากล้าธรรม

  • สูตรับล่วงหน้าตั้งรัฐบาลที่หลายพรรคคุยกันไว้ เปลี่ยนสมการใหม่หมด

ดีเบตนัดแรก เปลี่ยนสูตรการเมือง

โดยคำพูด ‘ไม่กี่ประโยค’ ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศออกมาชัดเจนเพียงคนเดียวในจำนวนผู้ร่วมดีเบตจาก 8 พรรคการเมือง ที่ไม่ขอเข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรมรวมอยู่ด้วย

‘วันนี้ผมตัดสินใจได้แล้วหนึ่งเรื่องนะครับว่า ด้วยประวัติของผู้นำแคนดิเดตนายกฯ ที่มีประวัติในเรื่องของคดีที่ร้ายแรง และมีหลักฐานที่ปรากฏชัดว่าเข้าไปอยู่ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สแกมเมอร์ที่เป็นภาพปรากฏออกมาในเรื่องของ MOU ผมขอพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกับพรรคกล้าธรรมได้ครับ’

คำประกาศข้างต้น ทำให้การเมืองไทยที่ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศ‘สีเทา’ มีกระแสเรียกร้องให้ปฏิเสธการเมืองสีเทา ได้เกิด‘เส้นแบ่ง’ ใหม่ขึ้นทันที คือ ขาวกับดำ พอๆ กับการแบ่งเป็นฝ่าย ‘เทพ-มาร’ ในอดีต หรือไม่ก็ที่อุปโลกน์กันขึ้นเอง ให้ฝ่ายหนึ่งเป็นเผด็จการ กับอีกฝ่ายเป็นประชาธิปไตย

ทำให้ต่อจากนี้การเมืองไทย จะไม่มีคำว่า ‘เทา’ หลงเหลืออยู่ แต่จะเป็น ‘สีขาว-สีดำ’ แทน

ส่วนใคร พรรคไหน จะจัดอยู่ในกลุ่มไหนนั้น คงไม่ได้วัดจากคำพูดเหมือนสติ๊กเกอร์แปะติดท้ายรถที่เขียนไว้ รถคันนี้สีขาว รถคันนี้สีเหลือง หรือรถคันนี้สีแดง แต่จะวัดจากอุปนิสัย ใจคอ และพฤติกรรมเป็นหลัก

ทันทีที่ ‘มาร์ค-อภิสิทธิ์’ เปิดปฏิบัติการณ์ตีแสกหน้าที่ว่า เพื่อเรียกศรัทธาและ DNA ความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่หล่นหายไปนานหลายปีกลับคืนมา ทำให้คนในพรรคกล้าธรรม ออกอาการ‘เดือดดาล’ พากันขุดเรื่องเก่าเรื่องเดิม ตั้งแต่สมัยแพ้คดีเขาพระวิหาร สปก.4-01 ไปจนถึงนโยบายชั่งไข่ มาตอบโต้

โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เจ้าของพรรคกล้าธรรม ที่ถูกพูดถึงตามท้องเรื่อง ได้ออกมาร่ายยาวถามถึงมารยาททางการเมืองว่า การออกมาประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เป็นมารยาททางการเมืองที่ไม่ควรทำ

‘คนเราอดีตไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องทำปัจจุบันให้ดี คนบางคนภาพหล่อ แต่อดีตก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน’ ธรรมนัสว่าไว้

ร.อ.ธรรมนัส พูดถึงที่มีภาพร่วมกับบุคคลต่างๆ ว่า หากนำรูปมาเปิดเผย กลุ่มชนชั้นนำเกือบทั่วประเทศที่ร่วมถ่ายรูปด้วย รวมถึง สส.และข้าราชการ ซึ่งจะต้องแยกแยะสแกมเมอร์ และการพนันผิดกฎหมาย จะเหมารวมทุกอย่างไม่ได้ และการเล่นการเมือง ต้องรู้จักแยกแยะ น้องๆ หลายคนที่เล่นการเมือง ฟันน้ำนมยังไม่หลุดจากปาก อย่าอวดเก่งมาก เพราะชีวิตยังอีกไกล รักษาตัวเองดีๆ บางคนปากกล้าพูดไปเรื่อย ตนก็แจ้งความไปเรื่อยต่างกรรมต่างวาระ

พร้อมกับย้อนถามที่มีผู้เรียกพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคเทาว่า ‘อะไรคือเทา’และตัวเขาผ่านกระบวนการยุติธรรม และพิสูจน์ตัวเองมาทุกอย่าง แต่คนที่ ขาวๆ เบื้องหลังเทาทั้งนั้น เช่น พรรคที่โจมตีนั้น บัญชีรายชื่อมีใครขาวบ้าง บางคนดำด้วยซ้ำ ไปแถวนคร ทั้งน้ำมันเถื่อน ทั้งเกเร บ่อนการพนัน อย่าให้พูดมากกว่านี้  ไม่ได้ว่าใคร แต่ไปดูเมืองนครได้ เช่น ผู้การฯนคร แสดงให้เห็นถึงอะไร มีอดีตรัฐมนตรีนครเป็นใคร

สุดท้าย มีประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส นำมาเปิดเผย คือ การพูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กรณีมีหลายพรรคการเมืองประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม จะทำอย่างไร ซึ่งได้รับคำตอบว่า

‘เราก็ต้องอยู่ด้วยกัน จะไปยากอะไร’

การออกมาชี้แจงกึ่งตอบโต้ของ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ว่าจะเรียกคืนสถานการณ์เป็นพรรคการเมือง‘ตัวแปร’สำคัญ ที่นักการเมืองด้วยกันมองว่า เป็นพรรคเดียวที่รับประกันหลังเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลแน่ๆ วันนี้จะยังรักษาสถานะนั้นไว้ได้อีกหรือไม่

แม้จะได้รับเสียงการันตีเป็นมั่นเหมาะจาก ‘เสี่ยหนู-อนุทิน’ แต่หากสถานการณ์เปลี่ยน ที่อาจไม่ใช่แค่สองพรรค ‘ประชาธิปัตย์-ประชาชน’ ที่ไม่ขอสังฆกรรมกับกล้าธรรม แต่มีกระแสสังคม ‘ไม่เอาๆๆๆ’ ร่วมผสมโรงด้วย ก็คงทำให้ไผ่ลู่ลมอย่างอนุทิน คงต้องคิดหนัก

เอาเป็นว่า เดิมสมการการเมืองหลังเลือกตั้ง มีการคิดสูตรรัฐบาลใหม่กันไว้รอ ‘น้ำเงิน+เขียว+ฟ้า’ หรือ ‘น้ำเงิน+เขียว+ส้ม’ ก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะทั้งสีส้มและสีฟ้า ต่างประกาศชัดเจนไม่เอากล้าธรรมหรือพรรคสีเขียว

ดังนั้น ก็จะเหลือสูตรเดียวหากภูมิใจไทยชนะมาเป็นอันดับหนึ่งหรือเข้าที่สอง คือ ‘น้ำเงิน+เขียว+แดง’ ส่วนพรรคประชาชนถ้าชนะมาเป็นที่หนึ่งได้ แต่เสียงไม่ถึงครึ่งก็จะจับได้เฉพาะกับพรรคเพื่อไทย ‘ส้ม-แดง’ เท่านั้น

แต่ในชีวิตจริงการรวมกันตั้งรัฐบาลของสองสีนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็น

นี่แหล่ะดีเบตนัดแรก ที่นำไปสู่จุดเปลี่ยนของการเมืองหลังเลือกตั้ง ต้องมาออกแบบสูตรรัฐบาลกันใหม่ โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ที่ใครต่อใครอ่านเกมได้เป็นรัฐบาลแน่ ถึงวันนั้นอาจเกิดกระแสไฟลามทุ่งไม่เอา ‘ธรรมนัส’ ขึ้นมา

งานนี้ถ้าไม่ชัวร์อย่าเพิ่งไปแช่แป้งรอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์