มาขยายผลกันต่อเพื่อให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น จากข้อมูล PMC : Private Military Company ซึ่งเข้ามามีบทบาทในกัมพูชา และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ฮุน มาเนต อันมีรายงานจากหน่วยข่าวกรองทางการทหารของมิตรประเทศรายหนึ่ง ระบุว่า เข้าร่วมรบกับกองทัพกัมพูชาในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบนฐานที่มั่นทางการทหาร ในพื้นที่รอบๆ ตัวปราสาทพระวิหาร
เสาส่งสัญญาณที่โดดเด่นอยู่ในพื้นที่ฐานที่มั่นของกัมพูชาบนพื้นที่บริเวณรอบนอกของตัวปราสาท และถูกไทยถล่มลงมา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า บนพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร คือ ฐานที่มั่นของศูนย์ปฏิบัติการ EW : Electronic warfare และ CW : Cyber Warfare System ของกลุ่ม PMC เหล่านี้

PMC ต่างชาติกลุ่มสำคัญยังยึดฐานที่มั่นในเมืองสีหนุวิลล์และปอยเปต เป็นศูนย์ปฏิบัติการ CW เพื่อโจมตีประเทศไทยอีกด้วย!
หลักฐานสำคัญอีกชิ้น คือ การสูญเสียอากาศยานไร้คนขับแบบ DP -20 D-eyes 04 ในบริเวณพื้นที่ปอยเปต เมื่อคืนวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติการบินลาดตระเวนตรวจการณ์ เพื่อตรวจหาคลังอาวุธ และฐานยิงจรวด ที่มีเป้าหมายเป็นภัยคุกคาม


กัมพูชาอ้างว่า ได้ใช้ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า หรือ MANPADS ยิง DP-20 ของไทยตกในพื้นที่ปอยเปต ขณะบินผ่านน่านฟ้า
การสูญเสียอากาศยานไร้คนขับ DP-20 ครั้งนี้ ถูกตั้งคำถามจากนักวิเคราะห์ทางการทหารใน 2 ประเด็นว่า
ทำไม? กัมพูชาเจาะจงยิง DP-20 ตกขณะบินผ่านปอยเปต
และทำไมในพื้นที่ปอยเปต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกาสิโน และเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงมีขีปนาวุธแบบประทัปบ่าใช้
DP -20 มิได้เพิ่งใช้บินขึ้นเหนือปอยเปต แต่ทำหน้าที่เป็นอากาศยานลาดตะเวนมาแล้วในหลายพื้นที่
แต่ทำไมพื้นที่อื่น ไม่ถูกยิงต่อต้านจากกัมพูชา ทำไมเจาะจงที่จะยิงขณะผ่านพิกัดเมืองปอยเปต
ปอยเปต ซึ่งเป็นแหล่งกาสิโน แม้จะเป็นแหล่งทำรายได้มหาศาลของคนตระกูลฮุน แต่ไม่ได้มีความสำคัญสูงสุด ถึงขั้นต้องใช้ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานขนาดนี้
ปอยเปต…มีความลับอะไรที่ซ่อนอยู่ในตึกเหล่านี้ ?
ตึกเหล่านี้ ทำไมถึงมีขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน อันเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศประจำการอยู่
คำตอบ ก็ คือ ปอยเปต ที่ถูกระบุว่า นอกเหนือจากการเป็นแหล่งกาสิโนขนาดใหญ่แล้ว ปอยเปตยังเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มมิจฉาชีพที่เป็นภัยต่อคนทั่วโลก
พื้นที่ปอยเปตอยู่ในสภาวะ “รัฐซ้อนรัฐ” อันหมายถึง “มีกลุ่มที่มีอำนาจเหนืออำนาจรัฐบาลกลางที่พนมเปญ ซ้อนอยู่ที่นั่น”
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกองกำลังติดอาวุธส่วนตัว โดยเป็นอาวุธที่ได้จากตลาดมืด และมีระบบการเงินดิจิทัลของตัวเอง ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มทุนจีนเทา และภายใต้ความยินยอมของเครือข่ายอำนาจท้องถิ่น


มีข้อมูลเชิงลึกว่า ในปี 2025 ระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มจีนเทาและกลุ่ม PMC หรือทหารรับจ้างจากตะวันตก ในกัมพูชา โดยมีรายละเอียดที่ทับซ้อนกันระหว่างปฏิบัติการทางอาชญากรรมและการสนับสนุนทางทหาร ประกอบด้วย
กลุ่มทุนจีนเทา (Chinese Organized Crime & TCOs)
กลุ่มนี้ไม่ใช่ PMC ในความหมายดั้งเดิม แต่เป็น องค์การอาชญากรรมข้ามชาติ (TCO) ที่มีกองกำลังติดอาวุธส่วนตัวและเทคโนโลยีระดับสูง
• เครือข่าย Prince Group: นำโดย Chen Zhi (ซึ่งถูกทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรในเดือนตุลาคม 2025) กลุ่มนี้ถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไซเบอร์สแกมที่มีรายได้มหาศาล และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Jin Bei Group ที่พัวพันกับการบังคับใช้แรงงานและการฟอกเงิน
• Huione Group: ธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ถูกระบุว่าเป็น จุดเชื่อมต่อสำคัญ หรือ Node ในการฟอกเงินดิจิทัลสำหรับแก๊งสแกมเมอร์ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชา
• กองกำลังคุ้มกันคอมพาวด์: อาคารสแกมเมอร์กว่า 50 แห่งในกัมพูชาถูกเปลี่ยนเป็น "ค่ายกักกันแรงงานไซเบอร์" ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น มีรั้วลวดหนาม กล้องวงจรปิด และกองกำลังติดอาวุธส่วนตัวที่ทำหน้าที่ป้องกันการบุกรุกและกักขังเหยื่อ
กลุ่มทหารรับจ้าง/ที่ปรึกษาจากตะวันตก
ข้อมูลในช่วงปลายปี 2025 (ธันวาคม) เริ่มปรากฏหลักฐานการเข้ามาของบุคลากรจากฝั่งตะวันตกในภารกิจเฉพาะทาง
• ผู้เชี่ยวชาญโดรนภาษาอังกฤษ: กองทัพภาคที่ 2 ของไทยตรวจพบสัญญาณวิทยุภาษาอังกฤษ (เช่นคำว่า "finished") จากจุดควบคุมโดรนกัมพูชาบริเวณชายแดนช่องอานม้า เชื่อว่ากัมพูชาอาจว่าจ้างอดีตทหารหรือผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท PMC ตะวันตกที่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ขัดแย้งอื่นๆ (เช่น ตะวันออกกลาง) มาฝึกสอนหรือควบคุมโดรนกะทันหัน
• การจ้างบริษัทล็อบบี้ และ IO: มีรายงานว่ากัมพูชาได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนจากสหรัฐฯ เพื่อทำสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information War) และการล็อบบี้ในระดับสากลเพื่อลดแรงกดดันจากการคว่ำบาตร
ความเชื่อมโยงกับสงครามไซเบอร์และเทคโนโลยี
• Technical Mercenaries (นักรบเทคนิค): นอกเหนือจากแก๊งสแกมเมอร์ ยังมีการใช้กลุ่มแฮกเกอร์ เช่น AnonsecKh เพื่อโจมตีเว็บไซต์รัฐบาลและทหารของไทยในปี 2025
• การสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ: มีข้อสงสัยว่ากัมพูชาอาจมีการใช้กลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ (DPRK) ในการโจมตีทางไซเบอร์และฟอกเงินผ่านเครือข่าย Huione แม้กัมพูชาจะปฏิเสธก็ตาม
• AI และ Deepfake: กลุ่มอาชญากรจีนในกัมพูชาเริ่มใช้เทคโนโลยี AI ระดับสูงในการสร้าง Deepfake เพื่อทำสแกมแบบ "Pig-butchering" (หลอกให้รักแล้วลงทุน) ให้แนบเนียนขึ้น ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ระดับสูงที่เป็น "ทหารรับจ้างทางไซเบอร์"
บทสรุปทางยุทธศาสตร์: ในปี 2025 กัมพูชาได้กลายเป็นพื้นที่ที่ "เศรษฐกิจสีเทา" และ "ความมั่นคงของรัฐ" แยกกันไม่ออก โดยกลุ่มทุนจีนจัดหางบประมาณและเทคโนโลยี ในขณะที่บุคลากรจาก PMC (ทั้งตะวันตกและตะวันออก) เข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านทักษะการรบสมัยใหม่ เช่น โดรนและการเจาะระบบไซเบอร์
ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นคำตอบของเหตุผลที่ว่า ทำไม DP-20 ของไทยถึงถูกยิงตก ขณะที่พยายามบินลาดเตระเวนเหนือน่านฟ้าปอยเปต
พร้อมคำตอบที่ว่า ทำไม? ปอยเปตจึงมีขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบประทัปบ่า ประจำการอยู่ที่นั่น


EP.ถัดไปยังมีข้อมูลความเชื่อมโยงของกลุ่ม PMC กลุ่มจีนเทา และกลุ่มผู้ค้าอาวุธผ่านตลาดมืด อาวุธบางประเภทที่ถูกนำมาใช้ในสนามรบไทย - กัมพูชารอบนี้ เป็นอาวุธที่อยู่ในคลังแสงซึ่งเพิ่งถูกปฏิบัติการทางอากาศของไทย ถล่มจนเกิดแรงระเบิดขนาดใหญ่เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา


